ระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล(DPA) 2569 ระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล(DPA) 2569

ระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล(DPA) 2569

ระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (DPA) คือระบบออนไลน์ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่ใช้สำหรับบริหารจัดการการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะของครูและบุคลากรทางการศึกษาแบบครบวงจร ตั้งแต่การทำ PA ไปจนถึงการยื่นขอมี/เลื่อนวิทยฐานะ.


ระบบ DPA คืออะไร

ระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล หรือ Digital Performance Appraisal (DPA) เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ออกแบบมาเพื่อ:

  • จัดเก็บและบริหารข้อมูลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
  • บันทึกและติดตาม “ข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA)”
  • ส่งคำขอประเมินวิทยฐานะ/เลื่อนวิทยฐานะผ่านระบบดิจิทัล
  • ประมวลผลคุณสมบัติและจัดการขั้นตอนการประเมินอย่างเป็นระบบ

เป้าหมายหลักคือให้กระบวนการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดงานเอกสาร และให้ครูติดตามสถานะได้เองผ่านระบบ.


ลิงก์หลักเข้าสู่ระบบ DPA

ปัจจุบัน ก.ค.ศ.กำหนดลิงก์ใช้งานระบบ DPA หลักๆ ดังนี้:

ผู้ใช้ควรเข้าผ่านลิงก์ทางการของ ก.ค.ศ. หรือประกาศจากต้นสังกัดเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าระบบปลอม และควรบันทึกลิงก์ไว้ในบุ๊กมาร์กเพื่อใช้งานครั้งต่อไปได้สะดวก.


ส่วนประกอบสำคัญของระบบ DPA

จากคู่มือและข้อมูลที่เผยแพร่โดย ก.ค.ศ. ระบบ DPA แบ่งเป็น “ระบบงานย่อย” หลักหลายส่วน ได้แก่:

  • ระบบบริหารจัดการข้อมูลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
  • ระบบงานย่อย “ข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA)”
  • ระบบงานย่อย “การส่งคำขอประเมินวิทยฐานะ”
  • ระบบงานย่อย “ประมวลผลคุณสมบัติ”
  • ระบบงานย่อย “รายงาน”
  • ระบบงานย่อย “จัดการผู้ใช้” และ “ผู้ลงทะเบียน”

ฟังก์ชันหลักที่ครูและผู้ดูแลระบบใช้บ่อย เช่น การบันทึก PA, การส่งคำขอประเมิน, การตรวจสอบคุณสมบัติ, การกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้ในโรงเรียน, และการติดตามสถานะการประเมินวิทยฐานะ.


บทบาทของโรงเรียนและผู้ดูแลระบบ

แต่ละสถานศึกษาต้องมี “ผู้ดูแลระบบของสถานศึกษา” ในระบบ DPA อย่างน้อย 1 คน โดย ก.ค.ศ.กำหนดว่าควรใช้ 1 User ต่อ 1 สถานศึกษา และให้ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้ลงทะเบียน (หรือมอบหมายรองผู้อำนวยการ).

หน้าที่หลักของผู้ดูแลระบบสถานศึกษา ได้แก่:

  • ลงทะเบียนและยืนยันข้อมูลครูในโรงเรียน
  • จัดการสิทธิ์การใช้งานของครู/เจ้าหน้าที่ภายในโรงเรียน
  • ตรวจสอบ/รับรองข้อมูลเบื้องต้นในการส่งคำขอประเมิน
  • ประสานงานกับเขตพื้นที่/ต้นสังกัดกรณีข้อมูลไม่ครบหรือมีปัญหา

ขั้นตอนใช้งานโดยสรุปสำหรับครู

โดยภาพรวม ครูที่ต้องการยื่นประเมินวิทยฐานะผ่าน DPA จะทำงานตามลำดับใหญ่ๆ ดังนี้:

  1. ลงทะเบียนและเข้าสู่ระบบ
    • ใช้เลขบัตรประชาชน/ข้อมูลตามที่ระบบกำหนด
    • ผูกบัญชีผู้ใช้กับสถานศึกษาที่สังกัดอยู่
  2. บันทึกข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA)
    • กรอก PA ตามแบบของ ก.ค.ศ. ผ่านเมนู PA ในระบบ
    • รอผู้บังคับบัญชา/ผู้เกี่ยวข้องพิจารณาอนุมัติ
  3. ดำเนินงานตาม PA และรวบรวมหลักฐาน
    • ปฏิบัติงานตามข้อตกลง
    • เก็บหลักฐาน ผลงาน เอกสารอ้างอิง เพื่อใช้แนบในคำขอประเมิน
  4. ส่งคำขอประเมินวิทยฐานะ
    • เลือกเมนูส่งคำขอประเมิน
    • กรอกข้อมูลประกอบ เช่น ตำแหน่ง ระดับวิทยฐานะที่ขอ หลักฐาน/ไฟล์แนบต่างๆ
  5. ติดตามขั้นตอนการประเมิน
    • ระบบจะแสดงสถานะ เช่น อยู่ระหว่างตรวจสอบคุณสมบัติ อยู่ระหว่างประเมินผลงาน ฯลฯ
    • หากมีข้อขอเอกสารเพิ่มเติมหรือการแก้ไข ระบบจะแจ้งเตือน เพื่อให้ครูดำเนินการให้ครบถ้วน.

จุดเด่นของระบบ DPA

จากข้อมูลของ ก.ค.ศ. และสรุปจากคู่มือระบบ DPA มีจุดเด่นสำคัญดังนี้:

  • ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลลดเอกสารกระดาษ ลดการส่งแฟ้มผลงานจำนวนมาก
  • ช่วยให้ผู้ขอประเมินตรวจสอบสถานะได้ด้วยตนเอง โปร่งใสและตรวจสอบย้อนกลับได้
  • มีระบบประมวลผลคุณสมบัติช่วยคัดกรองเบื้องต้น ก่อนเข้าสู่การประเมินโดยคณะกรรมการ
  • สามารถสุ่มคณะกรรมการประเมินผ่านระบบ ลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความเป็นธรรม
  • มีระบบรายงานและสารสนเทศให้หน่วยงานต้นสังกัดใช้วางแผนกำลังคนด้านวิทยฐานะ

แหล่งเรียนรู้และคู่มือการใช้งาน

ครูและผู้ดูแลระบบสามารถศึกษาวิธีใช้งาน DPA เพิ่มเติมได้จากแหล่งทางการของ ก.ค.ศ.:

  • หน้า “คู่มือการใช้งานระบบ DPA” บนเว็บไซต์ ก.ค.ศ.:
    มีไฟล์ PDF คู่มือสำหรับครู ผู้บริหาร และผู้ดูแลระบบสถานศึกษา
  • วิดีโอ Tutorial / YouTube Playlist การใช้งาน DPA ที่สำนักงาน ก.ค.ศ. เผยแพร่
  • ศูนย์ช่วยเหลือ (Helpdesk) ของ DPA สำหรับแจ้งปัญหาและสอบถามการใช้งาน.
ชุดข้าราชการ หญิงแขนสั้น
ชุดกากี
สั่งซื้อได้เลยจาก Shopee

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *