DJI เปลี่ยนโลกการถ่ายภาพไปไกลแค่ไหน! จาก Drone สู่ Pocket และกล้อง 360 DJI เปลี่ยนโลกการถ่ายภาพไปไกลแค่ไหน! จาก Drone สู่ Pocket และกล้อง 360

DJI เปลี่ยนโลกการถ่ายภาพไปไกลแค่ไหน! จาก Drone สู่ Pocket และกล้อง 360

DJI เปลี่ยนโลกการถ่ายภาพไปไกลแค่ไหน! จาก Drone สู่ Pocket และกล้อง 360

หากย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ชื่อ DJI แทบจะถูกพูดถึงคู่กับคำว่า Drone เสมอ เพราะโดรนถ่ายภาพคือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้แบรนด์เทคโนโลยีจากเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แต่เมื่อมอง DJI ในปี 2026 ภาพของบริษัทเปลี่ยนไปมากกว่านั้น

วันนี้ผลิตภัณฑ์ของ DJI ไม่ได้อยู่แค่บนท้องฟ้า แต่ครอบคลุมตั้งแต่ Drone, กล้อง Pocket, Action Camera, Wireless Mic, Gimbal ไปจนถึงกล้อง 360 องศา และยังเริ่มนำเทคโนโลยีจากแต่ละกลุ่มมาผสานเข้าด้วยกันมากขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงว่า DJI มีสินค้าเพิ่มขึ้นกี่ประเภท แต่คือความเร็วในการพัฒนาเทคโนโลยี และความสามารถในการนำระบบที่เคยซับซ้อนมาทำให้เล็กลง ใช้ง่ายขึ้น และเข้าถึง Creator ทั่วไปได้มากขึ้น

จุดเริ่มต้นของ DJI จากระบบควบคุมการบินสู่ Drone

DJI ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 และเริ่มต้นจากการพัฒนาระบบควบคุมการบิน ก่อนจะขยายมาสู่ระบบ Multi-Rotor และอุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพทางอากาศ สิ่งที่ DJI ทำได้สำเร็จไม่ใช่เพียงการสร้าง Drone ให้บินได้ แต่คือการนำระบบการบิน กล้อง และระบบกันสั่นมารวมกันจนผู้ใช้ทั่วไปสามารถสร้างภาพมุมสูงได้ง่ายขึ้น

ในอดีตการถ่ายภาพทางอากาศต้องใช้อุปกรณ์และทีมงานจำนวนมาก แต่ Drone ทำให้ช่างภาพ นักท่องเที่ยว ไปจนถึง Creator คนเดียวสามารถสร้างมุมภาพที่เมื่อก่อนต้องใช้เฮลิคอปเตอร์หรืออุปกรณ์ราคาแพง จากจุดนั้น Drone จึงไม่ได้เป็นเพียงของเล่นไฮเทค แต่ค่อยๆ กลายเป็น “กล้องอีกหนึ่งตัว” สำหรับงานภาพและวิดีโอ

จาก Drone ถ่ายภาพ สู่ Drone 360 ที่เก็บได้ทุกมุม

ปัจจุบัน DJI มี Camera Drone หลายระดับ ตั้งแต่รุ่นพกพาสำหรับผู้เริ่มต้น ไปจนถึงรุ่นประสิทธิภาพสูงสำหรับงานถ่ายภาพจริงจัง โดยแต่ละรุ่นถูกพัฒนาให้บินง่ายขึ้น กล้องดีขึ้น และใช้ระบบช่วยบินเข้ามาลดภาระของผู้ควบคุมมากขึ้น

อีกก้าวที่เห็นได้ชัดในปี 2026 คือการนำเทคโนโลยี Drone และกล้อง 360 มารวมกันใน DJI Avata 360 ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2026 ในฐานะโดรน 360° FPV ตัวแรกของ DJI รองรับวิดีโอ 8K/60fps HDR ภาพนิ่ง 120MP เซนเซอร์ 1 นิ้ว ระบบส่งสัญญาณ O4+ ระยะ 20 กิโลเมตร ตรวจจับสิ่งกีดขวางรอบทิศทาง ActiveTrack 360° พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 42GB บินได้ 23 นาที และสามารถสลับระหว่างโหมด 360° กับ Single Lens สำหรับการบินแบบ FPV 4K/60fps ได้

แนวคิดนี้ทำให้การถ่าย Drone เปลี่ยนไปอีกขั้น เพราะผู้บินสามารถเก็บภาพรอบตัวเอาไว้ก่อน แล้วค่อยกลับมาเลือกมุมหรือ Reframe ภายหลังได้ ฟุตเทจจากหนึ่งเที่ยวบินจึงสามารถนำไปสร้างเป็นหลายมุมมองได้โดยไม่ต้องบินซ้ำทุกช็อต

จากเดิมที่ Drone มีหน้าที่เพียง “พากล้องขึ้นไปบนฟ้า” วันนี้ DJI กำลังพัฒนาไปสู่การเก็บทุกมุมไว้ก่อน แล้วให้ Creator เลือกว่าจะเล่าเรื่องจากมุมไหนภายหลัง

DJI Pocket เมื่อ Gimbal ถูกย่อให้เหลือขนาดฝ่ามือ

อีกผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ DJI ขยับจากบริษัท Drone สู่แบรนด์กล้องสำหรับ Creator อย่างชัดเจนคือ Osmo Pocket ซึ่งรวมกล้องและ Gimbal 3 แกนไว้ในอุปกรณ์ขนาดเล็ก ถือเดินถ่ายได้ด้วยมือเดียว เหมาะกับ Vlogger, Travel Creator และคนทำ Short Video ที่ไม่ต้องการพกกล้อง Mirrorless พร้อม Gimbal แยกชิ้น

หลังจาก Pocket 3 ได้รับความสนใจในวงกว้าง DJI เปิดตัว DJI Osmo Pocket 4 เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2026 ด้วยเซนเซอร์ CMOS ขนาด 1 นิ้ว รูรับแสง f/2.0 รองรับ Slow Motion 4K/240fps Dynamic Range 14 Stops 10-bit D-Log ActiveTrack 7.0 พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 107GB และระบบ OsmoAudio 4 Channel จุดเด่นจึงไม่ใช่เพียงคุณภาพภาพ แต่ยังช่วยลดขั้นตอนการทำงานด้วยระบบกันสั่นและ Tracking ที่เหมาะกับ Creator ที่ถ่ายงานคนเดียว

ต่อมา DJI เปิดตัว DJI Osmo Pocket 4P เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 พร้อมระบบ Dual-Lens รุ่นแรกของตระกูล Pocket ประกอบด้วยเลนส์มุมกว้าง 20mm f/2.0 เซนเซอร์ 1 นิ้ว Dynamic Range 17 Stops รองรับ D-Log 2 และ 10-bit และเลนส์เทเลโฟโต้ 60mm f/1.8 เซนเซอร์ 1/1.28 นิ้ว รองรับ ActiveTrack 8.0 ซูม 12x พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 103GB ถ่ายวิดีโอ 4K/240fps ภาพนิ่ง 37MP น้ำหนัก 230 กรัม ทำให้สาย Pocket มีทางเลือกชัดเจนขึ้น ตั้งแต่รุ่นสำหรับ Creator ทั่วไป ไปจนถึงรุ่นที่เน้นงาน Cinematic และ Portrait มากขึ้น

จาก Osmo 360 สู่ Osmo 360 II ตลาดกล้อง 360 ที่ DJI เอาจริง

อีกตลาดที่ DJI เข้ามาแข่งขันอย่างจริงจังคือกล้อง 360 องศา การมาของ DJI Osmo 360 ทำให้ DJI ขยายจาก Drone, Action Camera และ Pocket เข้าสู่การถ่ายภาพรอบทิศทางเต็มรูปแบบ จุดเด่นของกล้องประเภทนี้คือผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเลือกมุมตั้งแต่ตอนกด Record แต่สามารถถ่ายทุกทิศทางไว้ก่อน แล้วค่อยกลับมา Reframe ภายหลัง

รูปแบบนี้เข้ากับพฤติกรรมการทำคอนเทนต์ยุคปัจจุบันมาก เพราะฟุตเทจเดียวสามารถนำไปตัดเป็นคลิปแนวนอนสำหรับ YouTube หรือแนวตั้งสำหรับ TikTok และ Reels ได้ เหมาะกับสายเที่ยว กีฬา มอเตอร์ไซค์ รวมถึง Creator ที่ต้องทำงานคนเดียว

ขณะเดียวกันเริ่มมีข่าวลือเกี่ยวกับ DJI Osmo 360 II ในฐานะรุ่นต่อยอดของ Osmo 360 แต่ DJI ยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดสเปค วันเปิดตัว หรือกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ดังนั้นข้อมูลเกี่ยวกับ Osmo 360 II ที่เผยแพร่อยู่ในขณะนี้ยังควรถือเป็นข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยัน

สิ่งที่เห็นได้ชัดจากผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวแล้วอย่าง DJI Osmo 360 และ DJI Avata 360 คือ DJI กำลังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีภาพ 360 ทั้งบนพื้นดินและบนอากาศ ส่วน DJI Osmo 360 II จะพัฒนาไปในทิศทางใด ยังต้องรอข้อมูลอย่างเป็นทางการจาก DJI ก่อนนำมาประเมินหรือเปรียบเทียบ

เมื่อสินค้าแต่ละกลุ่มเริ่มเชื่อมกันเป็น Ecosystem

ถ้ามองสินค้า DJI แยกกัน เราอาจเห็น Drone, Pocket, Action Camera, Wireless Mic และกล้อง 360 เป็นอุปกรณ์คนละประเภท แต่ทิศทางในปัจจุบันคือการทำให้สินค้าเหล่านี้เชื่อมต่อและทำงานร่วมกันง่ายขึ้น

ตัวอย่างชัดคือระบบ OsmoAudio ที่ทำให้กล้องบางรุ่นสามารถเชื่อม DJI Mic Transmitter ได้โดยตรง ลดความจำเป็นในการต่อ Receiver เพิ่ม ขณะที่กล้อง Pocket และ Osmo หลายรุ่นก็เริ่มรองรับ Workflow ด้านเสียง การ Livestream และการส่งไฟล์ที่ครบขึ้น

Creator หนึ่งคนจึงสามารถใช้ Drone สำหรับภาพเปิดสถานที่ ใช้ Pocket เดิน Vlog ใช้กล้อง 360 สำหรับช็อตที่ต้องการเก็บทุกมุม และใช้ DJI Mic สำหรับเสียงพูด โดยไม่จำเป็นต้องออกแบบ Workflow ใหม่ทั้งหมดทุกครั้งที่เปลี่ยนอุปกรณ์

จุดแข็งของ DJI จึงเริ่มไม่ได้อยู่แค่การมีสินค้าหลายประเภท แต่คือการทำให้แต่ละผลิตภัณฑ์อยู่ใน Ecosystem เดียวกันมากขึ้น

จาก Drone สู่ระบบอุปกรณ์สำหรับ Creator

จากจุดเริ่มต้นในกลุ่ม Drone DJI ค่อย ๆ ขยายเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพ วิดีโอ ระบบกันสั่น การติดตามตัวแบบ และซอฟต์แวร์ ไปสู่อุปกรณ์หลายประเภทมากขึ้น เช่น DJI Pocket, Action Camera, ระบบเสียง และกล้อง 360 องศา

แต่ละกลุ่มสินค้าถูกวางให้ตอบโจทย์การถ่ายทำคนละสถานการณ์ Drone เหมาะกับภาพมุมสูง, Pocket เหมาะกับ Vlog และการถือถ่าย, Action Camera เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องการความทนทาน ส่วนกล้อง 360 องศาช่วยให้ผู้ใช้เก็บภาพรอบทิศทางแล้วค่อยนำมา Reframe ภายหลัง

สิ่งที่น่าติดตามต่อไปคือ เทคโนโลยีจากกลุ่ม Drone, Gimbal, AI Tracking, ระบบเสียง และกล้อง 360 จะถูกนำไปต่อยอดกับอุปกรณ์รุ่นใหม่อย่างไร และจะเปลี่ยนวิธีทำคอนเทนต์ของ Creator ได้มากแค่ไหน

สำหรับผู้ที่กำลังเปรียบเทียบ DJI Drone, DJI Pocket หรือกล้อง 360 การเลือกอุปกรณ์ควรดูจากลักษณะคอนเทนต์เป็นหลัก เช่น ต้องการภาพมุมสูง ต้องการถือถ่าย Vlog ต้องการกล้องสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง หรืออยากได้อุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มมุมมองใหม่ให้กับงานวิดีโอ

EC MALL เป็นหนึ่งในร้านกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพที่อยู่ในวงการมากกว่า 24 ปี พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำในการเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน งบประมาณ และสไตล์คอนเทนต์ของแต่ละคน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *