วันจันทร์, 9 ธันวาคม 2562

ตัวอย่าง แบบฟอร์มการเขียนรายงานการวิจัย

การเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน

รศ. ไพทูรย์เวทการ
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลําปาง ความหมายรายงานผลการวิจัย

รายงาน หมายถึง เรื่องราวที่เป็นผลจากการค้นคว้าทางวิชาการ แล้วนํามาเรียบเรียงอย่าง มีระเบียบแบบแผน เรื่องราวที่นํามาเขียนรายงานต้องเป็นข้อเท็จจริง หรือความรู้ อันเกิดจากการ รวบรวมข้อมูล ด้วยวิธีการค้นคว้าที่เป็นระบบ มีลักษณะเป็นวิทยาศาสตร์

วัตถุประสงค์ของรายงานผลการวิจัย พอสรุปได้ดังนี้

1. เพื่อเสนอข้อเท็จจริง หรือความรู้ที่เกิดจาการศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบ อันเป็นแนวทางในการเสนอข้อมูลทางวิชาการแนวใหม่ หรือปรับปรุงข้อมูลเดิม
2. เพื่อพัฒนาความคิด ด้านความริเริ่ม การวิเคราะห์ และการประมวลความคิดอย่างมี ระบบระเบียบ ตลอดจนการถ่ายทอดความคิดเป็นภาษาเขียนที่ชัดเจน สละสลวย
3. เพื่อส่งเสริมการศึกษาเพิ่มเติม ในการรวบรวมข้อมูลหรือประกอบการอ้างอิงอันเป็นวิธีการหาความรู้ด้วยตนเอง

ส่วนประกอบของรายงานการวิจัย

ส่วนประกอบของการรายงานการวิจัย ส่วนใหญ่จะประกอบ 4 ส่วน ด้วยกันคือ
1. ส่วนตอนต้น (Preliminary section)
2. ส่วนเนื้อเรื่องหรือส่วนเนื้อหา (Main body section)
3. ส่วนบรรณานุกรม (Bibliography section)
4. ส่วนภาคผนวก (Appendix section) ในส่วนบรรณานุกรมและภาคผนวก อาจรวมกันเรียกว่าส่วนอ้างอิงของการวิจัย

ลักษณะของรายงานที่ดี

นอกจากจะมีส่วนประกอบครบถ้วน รายงานที่ดียังควรมีลักษณะสําคัญอีก 5 ประการ ได้แก่

1. การนําหลักการและ/หรือทฤษฎีมาใช้อย่างเหมาะสม ในการศึกษาวิจัย จะต้องมีการ วิเคราะห์เจาะลึกในรายละเอียดของเนื้อหา โดยมีหลักการหรือทฤษฎีมารองรับอย่างเหมาะสมหลักการหรือทฤษฎีดังกล่าวควรเป็นที่ยอมรับในแวดวงสาขาวิชาการนั้นๆ พอควรและตรงกับ เรื่องที่ศึกษาค้นคว้า

2. การแสดงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อย่างเหมาะสม จุดมุ่งหมายสําคัญในการเขียน รายงานนอกจากเพื่อให้มีการค้นคว้าอย่างกว้างขวางแล้ว ยังมุ่งให้เกิดความคิดในทางริเริ่ม สร้างสรรค์ สามารถนําหลักการ ทฤษฎีมาใช้ในเรื่องที่เฉพาะเจาะจง จะศึกษาอย่างลึกซึ้ง เรื่องที่ ศึกษาอาจมีผู้อื่นเคยศึกษาค้นคว้ามาแล้วก็ได้ แต่ผู้รายงานจะต้องแสดง “จุดยืน” หรือจุดเด่นที่ แตกต่างจากผู้อื่นอย่างชัดเจน เช่น เสนอแนวทางการแก้ปัญหาที่ไม่เคยมีผู้ทํามาก่อน หรือเคยมี ผู้ทําแต่ไม่ชัดเจนเพียงพอ ผู้เขียนก็เสนอวิธีการที่เชื่อว่าจะแก้ปัญหาได้ โดยไม่ต้องชี้แจงแสดง เหตุผลอย่างเหมาะสม

3. ความสมบูรณ์และความถูกต้องของเนื้อหาสาระของรายงานที่ดีจะต้องมีความ สมบูรณ์ถูกต้องในข้อเท็จจริง เนื้อหาสาระจะต้องสมบูรณ์ตามชื่อเรื่องที่กําหนด การอ้างอิงที่มา หรือแหล่งค้นคว้า จะต้องแน่ใจว่าถูกต้อง มิใช่อ้างกันต่อๆ มาโดยผิดเพี้ยนจากแหล่งปฐมภูมิ การ ค้นคว้าควรศึกษามาจากหลายแหล่ง เพื่อเปรียบเทียบไม่โน้มเอียงไปทางใดทางหนึ่งข้อมูลที่จะ นํามากล่าวต้อง ตรวจสอบจนแน่ใจ

4. ความชัดเจนของการเขียนรายงาน รายงานจะต้องมีความชัดเจนในด้านลําดับการ เสนอเรื่อง การใช้ภาษา การใช้แผนภูมิ ภาพประกอบรายงาน เพื่อให้การนําเสนอเนื้อหาชัดเจน เข้าใจง่าย การนําเสนอตารางในหนึ่งตารางสามารถสรุปอธิบายได้ในเรื่องเดียวกันที่เกี่ยวข้องกัน ได้ มีความสัมพันธ์ในเนื้อหาทั้ง แนวนอนและแนวตั้ง ไม่ใช่ในรายงานมีมากมายหลายตาราง ทั้งๆ ที่สามารถ ข้อมูลมาสร้างรวมตารางกันได้

5. ความเหมาะสมของรูปแบบการเขียนรายงาน รายงานที่ดีนอกจากจะมีเนื้อหา สมบูรณ์แล้ว รูปแบบยังจะต้องเหมาะสมในด้านการจัดเค้าโครงเรื่องอย่างเป็นระเบียบไม่ซ้ําซ้อน สับสน การอ้างอิง อันได้แก่ เชิงอรรถและบรรณานุกรมจะต้องถูกต้อง เพื่อแสดงจรรยา มารยาทของผู้เขียน และเป็นแหล่งชี้แนะให้ ผู้สนใจได้ติดตามศึกษาค้นคว้าต่อไป นอกจากนั้นยังเป็นการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ตาม กฎหมายอีกด้วย

ประเภทของรายงานการวิจัยอาจจําแนกได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้

1. รายงานการวิจัยฉบับเต็ม (Full report)
2. รายงานการวิจัยฉบับย่อ (Research summary)
3. บทความวิจัย (Research article)
4. บทคัดย่อ (Abstract)



Loading...