รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมการอ่านออก เขียนได้ของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลเพชรบุรี ตามนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยใช้รูปแบบ CIPPIEST Model

รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมการอ่านออก เขียนได้ของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลเพชรบุรี ตามนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยใช้รูปแบบ CIPPIEST Modelรายงานการประเมินโครงการส่งเสริมการอ่านออก เขียนได้ของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลเพชรบุรี ตามนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยใช้รูปแบบ CIPPIEST Model

ชื่อเรื่อง          รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมการอ่านออก เขียนได้ของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลเพชรบุรี ตามนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยใช้รูปแบบ CIPPIEST Model
ผู้รายงาน       นางสาวดวงฤทัย  อังกินันท์
ปีการศึกษา     2565
บทคัดย่อ
 
              การประเมินครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินบริบทการดำเนิน ประเมินปัจจัยนำเข้าประเมินกระบวนการของการดำเนินงาน  ประเมินผลลัพธ์ของการดำเนินงาน ประเมินผลกระทบ  ประเมินประสิทธิผล  ประเมินความยั่งยืน  ประเมินการถ่ายทอดส่งต่อ ของโครงการส่งเสริมการ              อ่านออก เขียนได้ของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลเพชรบุรี ตามนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยใช้รูปแบบ CIPPIEST Model  โดยเลือกกลุ่มตัวอย่าง  ประกอบด้วยผู้บริหาร  4  คน  ครูผู้สอน  60 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 13 คน  โดยการเลือก  แบบเจาะจง (Purposive Sampling)  และกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6  จำนวน 291  คน และนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6  จำนวน 291 คน   โดยใช้สูตรการคำนวณของเครจซี่และมอร์แกน  และสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple random sampling)เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และแบบบันทึกข้อมูล                            สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป  และวิเคราะห์สถิติภาคบรรยาย และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา        ผลการประเมินพบว่า

  1. ด้านบริบท โดยรวมอยู่ในระดับมาก (=4.30) เมื่อพิจารณารายข้อ ข้อที่อยู่ในระดับมากที่สุดได้แก่ หลักการและเหตุผลของโครงการมีความสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 
  2. ด้านปัจจัยนำเข้า โดยรวมอยู่ในระดับมาก  (=4.27)  เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าด้านที่อยู่ในระดับมาก  ได้แก่ แหล่งเรียนรู้ อาคารสถานที่  ( =4.34)  รองลงมา คือ  ความพร้อมและศักยภาพของบุคลากร  (=4.30) ความพร้อมของสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ และICT                        ( =4.28)  และความพร้อมของงบประมาณ ( =4.19)  ตามลำดับ
  3. ด้านกระบวนการ โดยรวมอยู่ในระดับมาก (=4.18) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าด้านที่อยู่ในระดับมาก  ได้แก่ การจัดกิจกรรมการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการอ่านออก เขียนได้ ตามนโยบาย สพฐ.  ( =4.21)  รองลงมา คือ  กระบวนการกำกับ ติดตาม ประเมินผล  (=4.18)  และกระบวนการนำปัญหา อุปสรรค และการนำผลประเมินมาปรับปรุง   ( =4.16)   ตามลำดับ
  4. ด้านผลผลิต โดยรวมอยู่ในระดับมาก (=4.15) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าด้านที่อยู่ในระดับมาก  ได้แก่ คุณภาพของนักเรียนตามโครงการส่งเสริมการอ่านออก เขียนได้                           ( =4.18)  รองลงมาคือ  ครูผู้สอนมีคุณภาพ ( =4.16)   นักเรียนมีคุณภาพ ( =4.15)   ผู้บริหารมีคุณภาพ ( =4.14)  และผลงานต่าง ๆ ที่นักเรียนได้รับ   ( =4.13)    ตามลำดับ

                   4.1 ด้านผลกระทบ โดยอยู่ในระดับมาก ( =4.32)  เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่าข้อที่อยู่ในระดับมาก  ได้แก่ โครงการส่งเสริมการอ่านออก เขียนได้ส่งผลกับนักเรียน  ให้นักเรียนมีทักษะในการอ่านและการเขียนที่มีประสิทธิภาพ  ( =4.49)    โครงการส่งเสริมการอ่านออก เขียนได้ส่งผลให้นักเรียนมีเจคติที่ดีต่อวิชาภาษาไทยมากขึ้น  ( =4.38)  และโครงการส่งเสริมการอ่านออก เขียนได้ส่งผลให้ผู้ปกครอง ชุมชนมีความเชื่อมั่นไว้วางใจในการให้บุตรหลานเข้ามาเรียน  (  =4.28)          
                   4.2 ด้านประสิทธิผล โดยรวมอยู่ในระดับมาก (  =4.40)  เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่าข้อที่อยู่ในระดับมาก  ได้แก่ โครงการส่งเสริมการอ่านออก เขียนได้ส่งผลให้นักเรียนชั้น ป.1 -6 มีผลด้านการอ่าน การเขียนในการประเมินความสามารถการอ่านการเขียนในระดับดีขึ้นไป อยู่ในระดับยอดเยี่ยม ( =4.42)  โครงการส่งเสริมการอ่านออก เขียนได้ส่งผลให้นักเรียนมีผลด้านการอ่านออกเขียนได้อยู่ในระดับยอดเยี่ยม ร้อยละ 90 ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ  ( =4.41)  ร้อยละ 80 นักเรียนมีคุณนิสัยรักการอ่านอยู่ในระดับยอดเยี่ยม   ( =4.39)  และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความพึงพอใจต่อโครงการส่งเสริมการอ่านออก เขียนได้  ( =4.38)       
                   4.3 ด้านความยั่งยืน   โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( =4.13)  เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่าข้อที่อยู่ในระดับมาก  ได้แก่ โครงการส่งเสริมการอ่านออก เขียนได้เป็นที่ต้องการของโรงเรียน และชุมชน ( =4.15)  โครงการส่งเสริมการอ่านออก เขียนได้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง                     ( =4.13)  และโรงเรียนกำหนดยุทธศาสตร์ ระยะ 5 ปี ด้านการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้                  ( =4.12)       
                   4.4 ด้านการถ่ายทอดส่งต่อ    โดยรวมอยู่ในระดับมาก (  =4.35)  เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่าข้อที่อยู่ในระดับมาก  ได้แก่ โครงการส่งเสริมการอ่านออก เขียนได้มีการขยายผลไปสู่โรงเรียนอื่น  ( =4.48)  มีแนวทางการสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการส่งเสริมการอ่านออก เขียนได้กับโรงเรียนอื่น ( =4.38) โครงการส่งเสริมการอ่านออก เขียนได้สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับโรงเรียนอื่น  (  =4.29)  และโครงการส่งเสริมการอ่านออก เขียนได้มีจุดเด่นในการพัฒนาการอ่านการเขียนภาษาไทยของนักเรียนให้มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลที่มีคุณภาพมากขึ้น                       (  =4.38)