
แนวข้อสอบครูผู้ช่วย ชุดใหม่ 2568
รวม 40 ข้อ ครอบคลุม 5 หมวดวิชาสำคัญ พร้อมเฉลยและคำอธิบายละเอียด
หมวด 1 อบจ.
หมวด 2 พ.ร.บ.การศึกษาฯ
หมวด 3 สภาครูฯ
หมวด 4 งานสารบรรณ
หมวด 5 จรรยาบรรณครู
หมวดที่ 1 : การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 8 ข้อ
ข้อ 1. สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่มีจำนวนราษฎรระหว่าง 500,001 ถึง 1,000,000 คน ตามกฎหมายกำหนดให้มีสมาชิกสภา อบจ. จำนวนเท่าใด
- ก. 24 คน
- ข. 30 คน ✓
- ค. 36 คน
- ง. 42 คน
เฉลย : ข. 30 คน
คำอธิบาย : พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด กำหนดจำนวนสมาชิกสภา อบจ. ตามจำนวนราษฎร ดังนี้ — ไม่เกิน 500,000 คน = 24 คน / 500,001–1,000,000 คน = 30 คน / 1,000,001–1,500,000 คน = 36 คน / 1,500,001–2,000,000 คน = 42 คน / เกิน 2,000,000 คน = 48 คน
ข้อ 2. วาระการดำรงตำแหน่งของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) คราวละกี่ปี
- ก. 2 ปี
- ข. 3 ปี
- ค. 4 ปี ✓
- ง. 6 ปี
เฉลย : ค. 4 ปี
คำอธิบาย : ตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด มาตรา 35/1 นายก อบจ. มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน
ข้อ 3. เมื่อสมาชิกสภา อบจ. ตำแหน่งว่างลง จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งซ่อมภายในกี่วัน นับแต่วันที่ตำแหน่งว่าง
- ก. 30 วัน
- ข. 45 วัน ✓
- ค. 60 วัน
- ง. 90 วัน
เฉลย : ข. 45 วัน
คำอธิบาย : ต้องจัดเลือกตั้งซ่อมภายใน 45 วัน เว้นแต่วาระของสมาชิกสภา อบจ. จะเหลือน้อยกว่า 180 วัน ก็ไม่ต้องจัดเลือกตั้งซ่อม
ข้อ 4. ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าเท่าใด
- ก. 20 ปีบริบูรณ์
- ข. 25 ปีบริบูรณ์
- ค. 30 ปีบริบูรณ์ ✓
- ง. 35 ปีบริบูรณ์
เฉลย : ค. 30 ปีบริบูรณ์
คำอธิบาย : กฎหมายกำหนดให้ผู้สมัครนายก อบจ. ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง ในขณะที่สมาชิกสภา อบจ. ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์
ข้อ 5. การประชุมสภา อบจ. จะถือว่าครบองค์ประชุม เมื่อมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่าเท่าใดของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
- ก. หนึ่งในสาม
- ข. กึ่งหนึ่ง ✓
- ค. สองในสาม
- ง. สามในสี่
เฉลย : ข. กึ่งหนึ่ง
คำอธิบาย : การประชุมสภา อบจ. ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด จึงจะถือว่าเป็นองค์ประชุม หากมีสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม ประธานสภาอาจสั่งเลื่อนการประชุมได้
ข้อ 6. ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้รับการคัดเลือกจากบุคคลใด
- ก. ผู้ว่าราชการจังหวัด
- ข. นายก อบจ. แต่งตั้ง
- ค. สมาชิกสภา อบจ. เลือกกันเอง ✓
- ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
เฉลย : ค. สมาชิกสภา อบจ. เลือกกันเอง
คำอธิบาย : ประธานสภา อบจ. และรองประธานสภา อบจ. ได้รับเลือกจากสมาชิกสภา อบจ. โดยการเลือกกันเองจากสมาชิก มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี
ข้อ 7. หน่วยงานใดมีหน้าที่กำกับดูแลองค์การบริหารส่วนจังหวัดตามกฎหมาย
- ก. กระทรวงมหาดไทย ✓
- ข. สำนักนายกรัฐมนตรี
- ค. กรมบัญชีกลาง
- ง. กระทรวงการคลัง
เฉลย : ก. กระทรวงมหาดไทย
คำอธิบาย : กระทรวงมหาดไทย โดยผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติงานของ อบจ. ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และนโยบายของรัฐ
ข้อ 8. นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจแต่งตั้งรองนายก อบจ. ได้สูงสุดกี่คน ในจังหวัดที่มีราษฎรเกิน 500,000 คน
- ก. 2 คน
- ข. 3 คน
- ค. 4 คน ✓
- ง. 6 คน
เฉลย : ค. 4 คน
คำอธิบาย : นายก อบจ. แต่งตั้งรองนายก อบจ. ได้ ดังนี้ — จังหวัดที่มีราษฎรไม่เกิน 500,000 คน = ไม่เกิน 2 คน / จังหวัดที่มีราษฎรเกิน 500,000 คน = ไม่เกิน 4 คน
หมวดที่ 2 : พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 — 10 ข้อ
ข้อ 9. พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 จัดให้มีการศึกษาในรูปแบบใดบ้าง
- ก. การศึกษาในระบบ และการศึกษานอกระบบ
- ข. การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ✓
- ค. การศึกษาภาคบังคับ และการศึกษาภาคสมัครใจ
- ง. การศึกษาของรัฐ และการศึกษาเอกชน
เฉลย : ข.
คำอธิบาย : มาตรา 15 กำหนดให้การจัดการศึกษามี 3 รูปแบบ คือ (1) การศึกษาในระบบ มีหลักสูตรและเวลาเรียนชัดเจน (2) การศึกษานอกระบบ มีความยืดหยุ่น (3) การศึกษาตามอัธยาศัย เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ
ข้อ 10. ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้เด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่เท่าใดต้องเข้ารับการศึกษาภาคบังคับ
- ก. อายุย่างเข้าปีที่ 5 จนถึงย่างเข้าปีที่ 14
- ข. อายุย่างเข้าปีที่ 6 จนถึงย่างเข้าปีที่ 15
- ค. อายุย่างเข้าปีที่ 7 จนถึงย่างเข้าปีที่ 16 ✓
- ง. อายุย่างเข้าปีที่ 8 จนถึงย่างเข้าปีที่ 17
เฉลย : ค.
คำอธิบาย : มาตรา 17 กำหนดให้มีการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี โดยให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองส่งเด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่ 7 จนถึงย่างเข้าปีที่ 16 เข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (ป.1 – ม.3)
ข้อ 11. หลักการสำคัญในการจัดการศึกษาตามมาตรา 22 ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ คือข้อใด
- ก. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุด ✓
- ข. ผู้สอนสำคัญที่สุด ต้องสอนอย่างเป็นระบบ
- ค. สื่อการเรียนรู้สำคัญที่สุด ต้องใช้เทคโนโลยีทันสมัย
- ง. ผลสัมฤทธิ์ทางการทดสอบสำคัญที่สุด
เฉลย : ก.
คำอธิบาย : มาตรา 22 กำหนดว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ
ข้อ 12. สถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและการเรียนรู้ในสาระกลุ่มใดบ้าง (จำนวนกลุ่มสาระการเรียนรู้พื้นฐาน)
- ก. 5 กลุ่มสาระ
- ข. 6 กลุ่มสาระ
- ค. 8 กลุ่มสาระ ✓
- ง. 10 กลุ่มสาระ
เฉลย : ค. 8 กลุ่มสาระ
คำอธิบาย : กลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม ตามหลักสูตรแกนกลาง ได้แก่ (1) ภาษาไทย (2) คณิตศาสตร์ (3) วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (4) สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (5) สุขศึกษาและพลศึกษา (6) ศิลปะ (7) การงานอาชีพ (8) ภาษาต่างประเทศ
ข้อ 13. ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ บุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา หรืออารมณ์ มีสิทธิได้รับการศึกษาอย่างไร
- ก. เฉพาะในสถานศึกษาพิเศษที่รัฐจัดให้
- ข. ได้รับการศึกษาเป็นพิเศษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ และบริการตามความเหมาะสม ✓
- ค. ไม่มีสิทธิเรียนร่วมกับนักเรียนทั่วไป
- ง. ได้รับเฉพาะการศึกษานอกระบบเท่านั้น
เฉลย : ข.
คำอธิบาย : มาตรา 10 วรรค 2 กำหนดว่า บุคคลซึ่งมีความบกพร่องต่างๆ มีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ พร้อมทั้งได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นทางการศึกษา
ข้อ 14. เขตพื้นที่การศึกษาตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ (ที่แก้ไขเพิ่มเติม) แบ่งออกเป็นกี่ประเภท
- ก. 2 ประเภท คือ เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ✓
- ข. 3 ประเภท คือ ประถม มัธยม และอาชีวศึกษา
- ค. 4 ประเภท ตามระดับชั้น
- ง. ไม่มีการกำหนดชัดเจน ขึ้นอยู่กับรัฐมนตรี
เฉลย : ก. 2 ประเภท
คำอธิบาย : มาตรา 37 (ฉบับแก้ไข) กำหนดให้แบ่งเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็น เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) โดยคำนึงถึงปริมาณสถานศึกษา จำนวนประชากร และความเหมาะสมอื่น
ข้อ 15. ใครคือผู้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
- ก. คณะรัฐมนตรี
- ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ✓
- ค. นายกรัฐมนตรี
- ง. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
เฉลย : ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
คำอธิบาย : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขต่างๆ ตามที่ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติกำหนด
ข้อ 16. ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ การศึกษาตามอัธยาศัยมีลักษณะสำคัญอย่างไร
- ก. มีหลักสูตรและตารางเรียนที่กำหนดชัดเจน
- ข. ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส ✓
- ค. มีระยะเวลาสำเร็จการศึกษาแน่นอน
- ง. ต้องสอบผ่านและได้รับประกาศนียบัตรเท่านั้น
เฉลย : ข.
คำอธิบาย : มาตรา 15 ข้อ 3 กำหนดว่า การศึกษาตามอัธยาศัยเป็นการให้โอกาสผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ และโอกาส โดยเรียนรู้จากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อ หรือแหล่งความรู้ต่างๆ
ข้อ 17. สถาบันอาชีวศึกษาของรัฐสามารถให้ปริญญาระดับใดได้ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
- ก. ปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ ✓
- ข. ปริญญาโท
- ค. ปริญญาเอก
- ง. ไม่สามารถให้ปริญญาได้
เฉลย : ก. ปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ
คำอธิบาย : มาตรา 20 กำหนดว่า การจัดการอาชีวศึกษา การฝึกอบรมวิชาชีพ ให้จัดในสถานศึกษาของรัฐ เอกชน สถานประกอบการ หรือโดยความร่วมมือ และสถานศึกษาที่จัดการอาชีวศึกษาของรัฐสามารถให้ปริญญาได้ในระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ
ข้อ 18. ตามมาตรา 24 พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ สถานศึกษาและหน่วยงานทางการศึกษาต้องจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างไร
- ก. เน้นการสอนเนื้อหาตามตำราเป็นหลัก
- ข. เน้นการประเมินผลเพื่อคัดเลือกผู้เรียน
- ค. จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ✓
- ง. เน้นการท่องจำเป็นหลักเพื่อให้ผ่านการสอบ
เฉลย : ค.
คำอธิบาย : มาตรา 24 กำหนดให้จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจ ความถนัดของผู้เรียน คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ เผชิญสถานการณ์ และประยุกต์ใช้ความรู้
หมวดที่ 3 : พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 — 8 ข้อ
ข้อ 19. ตาม พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 คุรุสภามีสถานะทางกฎหมายเป็นอะไร
- ก. หน่วยงานของรัฐในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
- ข. รัฐวิสาหกิจ
- ค. นิติบุคคล ✓
- ง. องค์การมหาชนประเภทพิเศษ
เฉลย : ค. นิติบุคคล
คำอธิบาย : มาตรา 9 กำหนดว่า “ให้มีสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกว่า คุรุสภา มีฐานะเป็นนิติบุคคล” อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข้อ 20. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูตาม พ.ร.บ.สภาครูฯ มีอายุการใช้งานกี่ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต
- ก. 3 ปี
- ข. 5 ปี ✓
- ค. 7 ปี
- ง. 10 ปี
เฉลย : ข. 5 ปี
คำอธิบาย : มาตรา 54 กำหนดว่า ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพให้มีอายุ 5 ปี นับแต่วันออกใบอนุญาต และต้องยื่นขอต่ออายุก่อนวันที่ใบอนุญาตหมดอายุ
ข้อ 21. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ไม่เกินกี่ปี
- ก. 1 ปี
- ข. 3 ปี
- ค. 5 ปี ✓
- ง. 10 ปี
เฉลย : ค. 5 ปี
คำอธิบาย : มาตรา 59 กำหนดว่า คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอำนาจ (1) ยกข้อกล่าวหา (2) ตักเตือน (3) ภาคทัณฑ์ (4) พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกิน 5 ปี หรือ (5) เพิกถอนใบอนุญาต
ข้อ 22. ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จะสามารถยื่นขอรับใบอนุญาตใหม่ได้เมื่อพ้นกำหนดเวลาใด
- ก. 1 ปี นับแต่วันถูกเพิกถอน
- ข. 3 ปี นับแต่วันถูกเพิกถอน
- ค. 5 ปี นับแต่วันถูกเพิกถอน ✓
- ง. ไม่สามารถยื่นขอใบอนุญาตใหม่ได้อีกเลย
เฉลย : ค. 5 ปี
คำอธิบาย : ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตใหม่ได้ต่อเมื่อพ้น 5 ปี นับแต่วันที่ถูกเพิกถอน และต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ข้อ 23. ผู้ใดประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษตามกฎหมายอย่างไร
- ก. ปรับไม่เกิน 5,000 บาท
- ข. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
- ค. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ✓
- ง. จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
เฉลย : ค.
คำอธิบาย : ตาม พ.ร.บ.สภาครูฯ มาตรา 78 กำหนดว่า ผู้ใดฝ่าฝืนประกอบวิชาชีพควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อ 24. วิชาชีพควบคุมตาม พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ประกอบด้วยวิชาชีพใดบ้าง
- ก. วิชาชีพครู อย่างเดียว
- ข. วิชาชีพครู และผู้บริหารสถานศึกษา
- ค. วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ✓
- ง. วิชาชีพครู และนักจิตวิทยาการศึกษา
เฉลย : ค.
คำอธิบาย : พ.ร.บ.สภาครูฯ มาตรา 43 กำหนดให้มีวิชาชีพควบคุม 4 วิชาชีพ คือ (1) วิชาชีพครู (2) วิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา (3) วิชาชีพผู้บริหารการศึกษา (4) วิชาชีพบุคลากรทางการศึกษาอื่น (เช่น ศึกษานิเทศก์)
ข้อ 25. มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาตามที่คุรุสภากำหนด ประกอบด้วยสิ่งใดบ้าง
- ก. มาตรฐานความรู้ และมาตรฐานการปฏิบัติงาน
- ข. มาตรฐานการสอน และมาตรฐานผลลัพธ์
- ค. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ มาตรฐานการปฏิบัติงาน และมาตรฐานการปฏิบัติตน ✓
- ง. มาตรฐานสถานศึกษา และมาตรฐานผู้สอน
เฉลย : ค.
คำอธิบาย : มาตรา 49 กำหนดให้มีมาตรฐานวิชาชีพ 3 ด้าน ได้แก่ (1) มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ (2) มาตรฐานการปฏิบัติงาน (3) มาตรฐานการปฏิบัติตน ซึ่งครอบคลุมจรรยาบรรณวิชาชีพ
ข้อ 26. ผู้ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา คือกลุ่มใด
- ก. ครูชาวต่างชาติที่สอนในโรงเรียนรัฐบาล
- ข. ครูอัตราจ้างในโรงเรียนเอกชน
- ค. ผู้สอนในระดับอุดมศึกษาที่ไม่ได้สอนต่ำกว่าระดับปริญญา ✓
- ง. ครูพี่เลี้ยงทุกประเภท
เฉลย : ค.
คำอธิบาย : กฎหมายกำหนดข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ไม่ต้องมีใบอนุญาต เช่น ผู้สอนระดับอุดมศึกษา ผู้ฝึกสอนในสถานประกอบการ วิทยากรพิเศษ ผู้สอนวิชาศาสนา เป็นต้น
หมวดที่ 4 : ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 — 8 ข้อ
ข้อ 27. หนังสือราชการตามระเบียบงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 จำแนกออกเป็นกี่ประเภท
- ก. 4 ประเภท
- ข. 5 ประเภท
- ค. 6 ประเภท ✓
- ง. 8 ประเภท
เฉลย : ค. 6 ประเภท
คำอธิบาย : หนังสือราชการ 6 ประเภท ได้แก่ (1) หนังสือภายนอก (2) หนังสือภายใน (3) หนังสือประทับตรา (4) หนังสือสั่งการ (5) หนังสือประชาสัมพันธ์ (6) หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานทางราชการ
ข้อ 28. “หนังสือสั่งการ” ตามระเบียบงานสารบรรณ มีกี่ชนิด
- ก. 2 ชนิด
- ข. 3 ชนิด ✓
- ค. 4 ชนิด
- ง. 5 ชนิด
เฉลย : ข. 3 ชนิด
คำอธิบาย : หนังสือสั่งการ มี 3 ชนิด คือ (1) คำสั่ง — บังคับให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติ (2) ระเบียบ — กำหนดหลักปฏิบัติที่ต้องถือ (3) ข้อบังคับ — กำหนดหลักปฏิบัติในรายละเอียด
ข้อ 29. “หนังสือประชาสัมพันธ์” ตามระเบียบงานสารบรรณมีกี่ชนิด
- ก. 2 ชนิด
- ข. 3 ชนิด ✓
- ค. 4 ชนิด
- ง. 5 ชนิด
เฉลย : ข. 3 ชนิด
คำอธิบาย : หนังสือประชาสัมพันธ์ มี 3 ชนิด คือ (1) ประกาศ — ทำให้ทราบโดยทั่วกัน (2) แถลงการณ์ — ชี้แจงกรณีที่ต้องการทำความเข้าใจ (3) ข่าว — แจ้งสิ่งที่เกิดขึ้นหรือกำลังจะเกิดขึ้น
ข้อ 30. หนังสือภายนอก คือหนังสือในลักษณะใด
- ก. บันทึกข้อความภายในหน่วยงานเดียวกัน
- ข. หนังสือติดต่อระหว่างกองต่างๆ ในกระทรวงเดียวกัน
- ค. หนังสือติดต่อราชการระหว่างส่วนราชการ หรือระหว่างส่วนราชการกับบุคคลภายนอก ✓
- ง. หนังสือแจ้งเวียนภายในองค์กร
เฉลย : ค.
คำอธิบาย : หนังสือภายนอก คือหนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีระหว่างส่วนราชการ หรือส่วนราชการมีถึงหน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือที่มีถึงบุคคลภายนอก ใช้กระดาษตราครุฑ
ข้อ 31. หนังสือราชการโดยทั่วไปต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่ากี่ปี ก่อนจะทำลาย
- ก. 5 ปี
- ข. 10 ปี ✓
- ค. 15 ปี
- ง. 20 ปี
เฉลย : ข. 10 ปี
คำอธิบาย : ระเบียบงานสารบรรณกำหนดให้เก็บหนังสือราชการทั่วไปไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี ก่อนทำลาย เว้นแต่หนังสือที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ หรือต้องเก็บตามกฎหมายอื่นที่กำหนดระยะเวลาไว้ต่างหาก
ข้อ 32. ชั้นความเร็วของหนังสือราชการระดับ “ด่วนที่สุด” กำหนดให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างไร
- ก. ดำเนินการภายใน 3 วัน
- ข. ดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมง
- ค. ดำเนินการโดยเร็วที่สุด
- ง. ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทันทีที่ได้รับหนังสือ ✓
เฉลย : ง. ดำเนินการทันทีที่ได้รับ
คำอธิบาย : ชั้นความเร็วของหนังสือราชการ ได้แก่ (1) ด่วนที่สุด = ดำเนินการทันทีที่ได้รับ (2) ด่วนมาก = ดำเนินการโดยเร็วที่สุด (3) ด่วน = ดำเนินการเร็วกว่าปกติ (4) ปกติ = ดำเนินการตามลำดับ
ข้อ 33. “หนังสือประทับตรา” ใช้แทนการลงลายมือชื่อของหัวหน้าส่วนราชการในกรณีใด
- ก. หนังสือสำคัญทุกประเภท
- ข. หนังสือที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ หรือการส่งสิ่งของหรือเอกสารที่ไม่ต้องมีหนังสือนำ ✓
- ค. หนังสือเร่งด่วนทุกประเภท
- ง. หนังสือถึงบุคคลภายนอกทุกประเภท
เฉลย : ข.
คำอธิบาย : หนังสือประทับตรา ใช้สำหรับ (1) การส่งสิ่งของ เอกสาร หรือ พัสดุที่ไม่ต้องมีหนังสือนำ (2) หนังสือตอบรับทั่วไปที่ไม่สำคัญ (3) หนังสือแจ้งผลการดำเนินงาน (4) หนังสือที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
ข้อ 34. หนังสือภายในที่ใช้ติดต่อภายในกระทรวงหรือส่วนราชการเดียวกัน เรียกว่าอะไร
- ก. หนังสือเวียน
- ข. หนังสือราชการ
- ค. บันทึกข้อความ ✓
- ง. หนังสือประทับตรา
เฉลย : ค. บันทึกข้อความ
คำอธิบาย : “หนังสือภายใน” คือหนังสือติดต่อราชการที่เป็นการติดต่อภายในกระทรวง ทบวง กรมหรือจังหวัดเดียวกัน ใช้กระดาษบันทึกข้อความ มีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ ส่วนราชการ ที่ วันที่ เรื่อง ข้อความ และลายมือชื่อ
🧑🏫 หมวดที่ 5 : จรรยาบรรณและมาตรฐานวิชาชีพครู — 6 ข้อ
ข้อ 35. จรรยาบรรณวิชาชีพครู ตามข้อบังคับคุรุสภา พ.ศ. 2556 กำหนดไว้กี่ด้าน
- ก. 5 ด้าน ✓
- ข. 7 ด้าน
- ค. 9 ด้าน
- ง. 11 ด้าน
เฉลย : ก. 5 ด้าน
คำอธิบาย : จรรยาบรรณวิชาชีพครู 5 ด้าน ได้แก่ (1) จรรยาบรรณต่อตนเอง (2) จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ (3) จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ (4) จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ (5) จรรยาบรรณต่อสังคม
ข้อ 36. ข้อใดต่อไปนี้เป็นจรรยาบรรณ “ต่อสังคม” ของผู้ประกอบวิชาชีพครู
- ก. มีวินัยในตนเองและปฏิบัติตนตามกฎระเบียบ
- ข. รักและศรัทธาในวิชาชีพครู
- ค. ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้เรียนและเพื่อนร่วมวิชาชีพ
- ง. ประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม ✓
เฉลย : ง.
คำอธิบาย : จรรยาบรรณต่อสังคม กำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูต้องประพฤติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย สิ่งแวดล้อม และมีความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม
ข้อ 37. มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาตามที่คุรุสภากำหนด ถูกต้องตามข้อใด
- ก. มาตรฐานความรู้ และมาตรฐานการปฏิบัติงาน (2 ด้าน)
- ข. มาตรฐานการปฏิบัติงาน และมาตรฐานการปฏิบัติตน (2 ด้าน)
- ค. มาตรฐานความรู้ มาตรฐานการปฏิบัติงาน มาตรฐานผลลัพธ์ (3 ด้าน)
- ง. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ มาตรฐานการปฏิบัติงาน มาตรฐานการปฏิบัติตน (3 ด้าน) ✓
เฉลย : ง.
คำอธิบาย : มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา 3 ด้าน คือ (1) มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ (2) มาตรฐานการปฏิบัติงาน (3) มาตรฐานการปฏิบัติตน ซึ่งรวมถึงจรรยาบรรณวิชาชีพ
ข้อ 38. กรณีที่ผู้ประกอบวิชาชีพครูถูกพิจารณาว่าประพฤติผิดจรรยาบรรณ คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอำนาจลงโทษสูงสุดในระดับใด
- ก. ตักเตือน
- ข. ภาคทัณฑ์
- ค. พักใช้ใบอนุญาต
- ง. เพิกถอนใบอนุญาต ✓
เฉลย : ง. เพิกถอนใบอนุญาต
คำอธิบาย : คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอำนาจลงโทษตามลำดับความร้ายแรง คือ (1) ยกข้อกล่าวหา (2) ตักเตือน (3) ภาคทัณฑ์ (4) พักใช้ใบอนุญาต (ไม่เกิน 5 ปี) (5) เพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งเป็นโทษสูงสุด
ข้อ 39. ครูที่ดีตามจรรยาบรรณ “ต่อผู้เรียน” ควรปฏิบัติอย่างไร
- ก. รักและเมตตาผู้เรียน ให้ความใส่ใจช่วยเหลือส่งเสริมให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ผู้เรียนอย่างเต็มความสามารถ ✓
- ข. มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียนเป็นหลัก
- ค. สอนตามแผนการสอนโดยไม่ปรับเปลี่ยน
- ง. ให้ผู้เรียนท่องจำเนื้อหาเพื่อสอบผ่าน
เฉลย : ก.
คำอธิบาย : จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ (ผู้เรียน) กำหนดให้ครูต้องรักและเมตตาผู้เรียน ให้ความใส่ใจช่วยเหลือ ส่งเสริมและให้กำลังใจแก่ผู้เรียน รวมทั้งต้องไม่แสวงหาผลประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากผู้เรียน
ข้อ 40. ข้อใดต่อไปนี้สะท้อนถึง “จรรยาบรรณต่อตนเอง” ของผู้ประกอบวิชาชีพครูได้ดีที่สุด
- ก. ร่วมมือกับเพื่อนครูในการพัฒนาการศึกษา
- ข. ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด
- ค. ดูแลและรับผิดชอบนักเรียนในชั้นเรียน
- ง. มีวินัยในตนเอง ประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีและดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม ✓
เฉลย : ง.
คำอธิบาย : จรรยาบรรณต่อตนเอง กำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูต้องมีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ