การจอดรับส่งผู้โดยสารเป็นช่วงสั้น ๆ ที่ต้องตัดสินใจหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งจุดจอด คนเดินเท้า รถจักรยานยนต์ และรถที่ตามหลังมา หากเปิดประตูทันทีโดยมองจากกระจกเพียงครั้งเดียว อาจพลาดคนหรือรถที่อยู่ในจุดอับสายตา คู่มือนี้สรุปลำดับตรวจที่ผู้ขับและผู้โดยสารนำไปฝึกได้ โดยอ้างอิงคำแนะนำของกรมการขนส่งทางบก
ก่อนจอด: เลือกจุดที่หยุดได้และมองเห็นทาง
เลือกจุดจอดที่อนุญาตและปลอดภัย ชะลอรถพร้อมให้สัญญาณแก่ผู้ใช้ทางด้านหลัง ตรวจว่ารถไม่กีดขวางทางเดินหรือบังคับให้ผู้โดยสารลงไปในช่องจราจร หากจุดที่ตั้งใจจอดมีคนเดิน รถจักรยานยนต์ หรือทางเข้าออกอาคารหนาแน่น ให้หาจุดที่เหมาะกว่า อย่าใช้ความสะดวกเพียงอย่างเดียวตัดสิน
ก่อนเปิดประตู: ตรวจสามมุม
- มองกระจกมองหลังและกระจกมองข้าง เพื่อดูรถที่กำลังเข้ามา
- หันมองด้านหลังและด้านข้างด้วยตา เพราะกระจกอาจมีจุดอับ
- มองด้านหน้าและพื้นที่ข้างรถซ้ำ โดยเฉพาะคนเดินเท้าหรือจักรยานที่กำลังผ่าน
กรมการขนส่งทางบกแนะนำให้ใช้มือข้างที่อยู่ไกลประตูเอื้อมไปเปิด วิธีนี้ช่วยให้ลำตัวบิดไปทางด้านหลังและเพิ่มโอกาสเห็นผู้ใช้ทางที่กำลังเข้าใกล้ ค่อย ๆ เปิดประตูเมื่อแน่ใจว่าปลอดภัย และตรวจซ้ำก่อนก้าวลง
ให้ผู้โดยสารลงด้านไหน
เมื่อทำได้อย่างปลอดภัย ให้ขึ้นลงทางประตูฝั่งทางเท้า ลดการเปิดประตูออกสู่ช่องที่รถกำลังวิ่ง ผู้ขับควรบอกผู้โดยสารให้รอจนรถหยุดสนิทและตรวจด้านข้างก่อนเปิด ไม่ควรเร่งให้ลงทันทีเพราะมีรถตามหลัง
แบบฝึกสถานการณ์สำหรับทบทวน
สถานการณ์ที่ 1: รถจอดชิดขอบทางแล้ว แต่ในกระจกข้างไม่เห็นรถจักรยานยนต์ ผู้โดยสารควรเปิดประตูเลยหรือไม่? คำตอบ: ยังไม่ควร ต้องหันมองจุดอับและตรวจอีกครั้งก่อนเปิด
สถานการณ์ที่ 2: จุดที่ตั้งใจรับผู้โดยสารมีป้ายห้ามจอด ควรหยุดเพียงไม่กี่วินาทีหรือเปลี่ยนจุด? คำตอบ: เปลี่ยนไปจุดที่อนุญาตและปลอดภัย
สถานการณ์ที่ 3: ผู้โดยสารจะลงฝั่งถนนเพราะใกล้จุดหมายกว่า ขณะที่มีรถวิ่งตามมา ควรทำอย่างไร? คำตอบ: ให้รอ และใช้ฝั่งทางเท้าเมื่อทำได้อย่างปลอดภัย
คำถามเหล่านี้เป็นแบบฝึกที่เรียบเรียงขึ้นเพื่อทบทวนความปลอดภัย ไม่ใช่ข้อสอบจริงของกรมการขนส่งทางบก ผู้ขับที่ต้องการทบทวนการมองจุดอับขณะเคลื่อนรถ อ่านต่อที่ จุดบอดรถยนต์และรถใหญ่: เช็กก่อนเปลี่ยนเลน
แหล่งอ้างอิง: กรมการขนส่งทางบก – จอดรถริมถนน เปิดประตูรถอย่างไรให้ปลอดภัย