
กำหนดวันจ่ายเงินเดือนครู 2569 ปฏิทินทั้งปีที่ครูควรรู้
สำหรับครูประจำการอย่างเราๆ มีปฏิทินอยู่สองแบบที่ต้องจำให้ขึ้นใจเสมอ คือ “ปฏิทินการสอน” กับ “ปฏิทินเงินเดือนออก” และถ้าพูดกันตรงๆ ว่าอันไหนคนถามบ่อยกว่า…คำตอบก็คงหนีไม่พ้น “วันเงินเดือนเข้าบัญชี” ของแต่ละเดือนนี่แหละครับ
ปีงบประมาณ 2569 กรมบัญชีกลางยังคงกำหนดวันจ่ายเงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างประจำเป็นแบบ “2 รอบต่อเดือน” เช่นเดิม โดยระบุวันโอนเงินเข้าบัญชีอย่างชัดเจนครบ 12 เดือน ตั้งแต่มกราคมจนถึงธันวาคม 2569 ครูและบุคลากรทางการศึกษาจึงสามารถวางแผนการเงินล่วงหน้าได้ง่ายขึ้นมาก
โครงสร้างการจ่ายเงินเดือนครู 2569 จ่ายปีละ 24 ครั้ง

ระบบเงินเดือนครูอยู่ภายใต้ปฏิทินเงินเดือนข้าราชการของกรมบัญชีกลาง ทำให้ “ครู ข้าราชการพลเรือน ลูกจ้างประจำ” ใช้ปฏิทินชุดเดียวกัน
รูปแบบโดยรวมในปี 2569 คือ
- จ่ายเดือนละ 2 รอบ
- รอบที่ 1: กลางเดือน ประมาณวันที่ 14–16 ของเดือน (ยกเว้นบางเดือนที่ขยับเล็กน้อย)
- รอบที่ 2: สิ้นเดือน ประมาณวันที่ 23–27 ของเดือน
- เงินเดือน แยกจากเงินบำนาญและเงินเดือนทหารกองประจำการ ซึ่งมีปฏิทินของตัวเอง
พูดง่ายๆ คือ ครูจะมี “เงินเดือนเข้า” ทั้งหมด 24 ครั้งตลอดปี 2569 ถ้าเรารู้วันล่วงหน้า ก็สามารถวางแผนผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หนี้ กยศ. หรือจัดตารางเก็บออมได้ชัดเจนกว่าเดิม
ตารางวันจ่ายเงินเดือนครู 2569 ทั้งปี
ด้านล่างคือสรุปวันเงินเข้าบัญชีของข้าราชการและลูกจ้างประจำ ปี 2569 แยกตามเดือนและรอบ ตามประกาศและข้อมูลจากสื่อทางการที่อ้างอิงปฏิทินของกรมบัญชีกลาง
หมายเหตุ: วันด้านล่างนี้ใช้กับครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่รับเงินเดือนผ่านระบบกรมบัญชีกลาง ถ้ามีประกาศเลื่อนวันโอนเนื่องจากวันหยุดราชการเพิ่มเติม ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากหน่วยงานต้นสังกัดอีกครั้ง
มกราคม 2569
- รอบที่ 1: 16 มกราคม 2569
- รอบที่ 2: 27 มกราคม 2569
กุมภาพันธ์ 2569
- รอบที่ 1: 16 กุมภาพันธ์ 2569
- รอบที่ 2: 24 กุมภาพันธ์ 2569
มีนาคม 2569
- รอบที่ 1: 16 มีนาคม 2569
- รอบที่ 2: 26 มีนาคม 2569
เมษายน 2569
พฤษภาคม 2569
- รอบที่ 1: 15 พฤษภาคม 2569
- รอบที่ 2: 26 พฤษภาคม 2569
มิถุนายน 2569
กรกฎาคม 2569
สิงหาคม 2569
กันยายน 2569
ตุลาคม 2569
พฤศจิกายน 2569
ธันวาคม 2569
ทำไมปี 2569 บางเดือนรอบแรกไม่ใช่วันที่ 16
ถ้าดูผ่านๆ เราจะเห็นว่าหลายเดือนจ่ายรอบแรกวันที่ 16 แต่ก็มีบางเดือนเช่น พฤษภาคมและสิงหาคมที่ขยับเป็นวันที่ 15 หรือ 14 แทน
เหตุผลหลักๆ มาจาก
- การหลบวันหยุดราชการต่อเนื่อง เช่น วันแรงงาน วันวิสาขบูชา หรือวันหยุดยาวอื่นๆ ที่อาจชนกับช่วงกลางเดือน
- การบริหารการโอนเงินของกรมบัญชีกลางให้ไม่ไปทับซ้อนกับรอบจ่ายอื่นๆ เช่น เงินบำนาญหรือเงินเดือนของหน่วยงานพิเศษ
กรมบัญชีกลางจึงประกาศ “ปฏิทินกลาง” เอาไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ครูและหน่วยงานการศึกษาวางแผนล่วงหน้าได้ ไม่ต้องลุ้นเดือนต่อเดือนเหมือนในอดีต
เคล็ดลับวางแผนการเงินสำหรับครู จากปฏิทินเงินเดือน 2569
การที่เงินเดือนจ่ายปีละ 24 ครั้ง ฟังดูเหมือนได้เงินบ่อย แต่ถ้าไม่ระวังก็หมดเร็วเหมือนเดิม ผมเลยชอบใช้ปฏิทินเงินเดือน 2569 มาตั้ง “ระบบเล็กๆ” ให้ตัวเองแบบนี้
- กำหนด “รอบจ่ายหนี้” และ “รอบเก็บออม” ให้ชัด
- รอบที่ 1 กลางเดือน: เน้นจ่ายค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเดินทาง
- รอบที่ 2 ปลายเดือน: กันบางส่วนไว้เก็บออม / กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กองทุนครู หรือเงินเก็บฉุกเฉิน
- ใช้ปฏิทินนี้วางแผนใหญ่
- ถ้าโรงเรียนมีทริป นักเรียนทัศนศึกษา หรือค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ ลองดูว่าใกล้รอบไหน แล้วค่อยตัดสินใจจะใช้เงินจากรอบไหนเพื่อลดความตึงมือ
- ทำปฏิทินส่วนตัวในมือถือ
- ผมมักเอาวันเงินเดือนออกจากตารางด้านบนไปใส่ใน Google Calendar แล้วตั้งชื่อว่า “เงินเดือนเข้ารอบ 1/รอบ 2” พร้อมโน้ตสั้นๆ ว่าจะใช้เงินนี้ทำอะไรบ้าง
เมื่อเรามองทั้งปีเป็นภาพรวม เราจะรู้ว่าจริงๆ แล้วเราไม่ใช่ “เงินออกบ่อยแต่ไม่พอใช้” แต่เป็น “ต้องวางแผนทั้ง 24 ครั้งให้เข้าที่เข้าทาง” มากกว่า
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเชื่อ 100%
แม้บทความนี้จะอ้างอิงข้อมูลจากข่าวและบทความที่นำปฏิทินของกรมบัญชีกลางมานำเสนอ แต่ในทางปฏิบัติ ผมยังอยากชวนครูทุกคน “เช็กอีกครั้งกับต้นสังกัด”
- ติดตามหนังสือเวียนจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือกลุ่มการเงินของโรงเรียน
- เช็กข่าวจากกรมบัญชีกลาง และเว็บไซต์ข่าวภาครัฐ/สื่อใหญ่ ที่มักอัปเดตปฏิทินอีกครั้งทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง
วิธีนี้ช่วยให้เรามั่นใจว่าเงินเดือนจะเข้า “ตามแผนที่เราวางไว้” ไม่คลาดเคลื่อนเพราะวันหยุดพิเศษหรือประกาศฉุกเฉินที่ออกมาภายหลัง
ปิดท้าย: ให้เงินเดือนทำงานแทนเราในปี 2569
ปีการศึกษา 2569 อาจเป็นปีที่ครูหลายคนรู้สึกว่าภาระงานในโรงเรียนเยอะอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น DMC, ปพ.3 ออนไลน์, ระบบสารสนเทศต่างๆ หรือการเตรียมสอนในยุคที่ต้องใช้เทคโนโลยีมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ถ้าเรารู้ปฏิทินเงินเดือนชัดๆ ทั้ง 12 เดือนแบบนี้ แล้วค่อยๆ วางแผนใช้เงินให้สอดคล้องกับวันโอน ผมเชื่อว่า “ความเครียดเรื่องการเงิน” จะลดลงไปได้มาก และทำให้เรามีพลังกลับไปโฟกัสกับเด็กๆ ในห้องเรียนได้เต็มที่ยิ่งขึ้นครับ