ข้อสอบใบขับขี่ 2569 ชุดใหม่ 50 ข้อพร้อมเฉลย ครอบคลุมทั้ง 10 หมวดตามแนวข้อสอบจริง ข้อสอบใบขับขี่ 2569 ชุดใหม่ 50 ข้อพร้อมเฉลย ครอบคลุมทั้ง 10 หมวดตามแนวข้อสอบจริง

ข้อสอบใบขับขี่ 2569 ชุดใหม่ 50 ข้อพร้อมเฉลย ครอบคลุมทั้ง 10 หมวดตามแนวข้อสอบจริง

ข้อสอบใบขับขี่ 2569 ชุดใหม่ 50 ข้อพร้อมเฉลย ครอบคลุมทั้ง 10 หมวดตามแนวข้อสอบจริงของกรมการขนส่งทางบก เกณฑ์ผ่านคือทำถูก 45 ข้อขึ้นไป (90%) ใช้เวลาสอบ 60 นาที ผู้สมัครใบขับขี่รถยนต์ต้องอายุ 18 ปีขึ้นไป และต้องผ่านการอบรมตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 ที่อัปเดตล่าสุด

วันนี้ครูเชียงรายรวมข้อสอบจำลองชุดที่ 2 ที่ไม่ซ้ำกับข้อสอบใบขับขี่ 2569 ชุดที่ 1 เพื่อให้ฝึกได้หลากหลายและจดจำเนื้อหาได้แม่นยำขึ้น

ภาพรวมข้อสอบใบขับขี่ 2569

ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ปี 2569 จากกรมการขนส่งทางบกมีโครงสร้างดังนี้

หัวข้อรายละเอียด
จำนวนข้อสอบ50 ข้อ
เวลาสอบ60 นาที
เกณฑ์ผ่าน45 ข้อขึ้นไป (90%)
หมวดที่ออกสอบ10 หมวด
อายุผู้สมัคร (รถยนต์)18 ปีขึ้นไป
ค่าธรรมเนียม105 บาท (ครั้งแรก)
อบรมก่อนสอบ5 ชั่วโมง (ออนไลน์ผ่าน DLT e-Learning ได้)

10 หมวดที่ออกสอบ

  1. กฎหมายว่าด้วยรถยนต์
  2. กฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก
  3. เครื่องหมายบนพื้นทาง
  4. ป้ายบังคับ
  5. ป้ายเตือน
  6. ป้ายแนะนำ
  7. มารยาทและจิตสำนึก
  8. เทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย
  9. การบำรุงรักษารถ
  10. สัญญาณมือและสัญญาณไฟ

หมวดที่ 1: กฎหมายว่าด้วยรถยนต์

ข้อ 1 ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (รถยนต์) ต้องมีอายุอย่างไร

  • ก. อย่างน้อย 15 ปี
  • ข. อย่างน้อย 18 ปี
  • ค. อย่างน้อย 20 ปี
  • ง. อย่างน้อย 25 ปี

เฉลย: ข (อย่างน้อย 18 ปี)
คำอธิบาย: พ.ร.บ. รถยนต์กำหนดให้ผู้ขอใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ส่วนรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (เครื่องยนต์ไม่เกิน 110 ซีซี) อายุ 15 ปีขึ้นไปสมัครได้


ข้อ 2 เมื่อใบขับขี่สูญหาย ต้องไปยื่นขอใบแทนที่สำนักงานขนส่งภายในกี่วัน

  • ก. 7 วัน
  • ข. 15 วัน
  • ค. 30 วัน
  • ง. 45 วัน

เฉลย: ค (30 วัน)
คำอธิบาย: กฎหมายกำหนดให้ผู้ที่ใบขับขี่สูญหายหรือชำรุดต้องยื่นคำขอใบแทนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบการสูญหาย หากเกินกำหนดอาจมีโทษปรับ


ข้อ 3 ใบขับขี่ชั่วคราวสามารถใช้ขับรถได้ที่ใด

  • ก. ได้เฉพาะในจังหวัดเดียวกัน
  • ข. ได้ทั่วประเทศไทย
  • ค. ได้เฉพาะในเมืองหลวง
  • ง. ได้เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร

เฉลย: ข (ได้ทั่วประเทศไทย)
คำอธิบาย: ใบขับขี่ชั่วคราวมีอายุ 2 ปี ใช้ขับรถได้ทั่วประเทศไทย เมื่อครบกำหนดสามารถยื่นเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ส่วนบุคคล (5 ปี) ได้


ข้อ 4 ผู้ขับขี่ที่ถูกศาลพิพากษาให้พักใช้ใบขับขี่ จะถูกพักใช้นานเท่าใด

  • ก. 1 เดือน
  • ข. 3 เดือน
  • ค. 6 เดือน
  • ง. 1 ปี

เฉลย: ค (6 เดือน)
คำอธิบาย: ระยะเวลาพักใช้ใบขับขี่สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของความผิด เช่น เมาแล้วขับครั้งแรกอาจถูกพักใช้ไม่น้อยกว่า 6 เดือน


ข้อ 5 รถที่ไม่ติดป้ายทะเบียนหรือติดในตำแหน่งที่มองไม่เห็นชัดเจน มีโทษปรับสูงสุดเท่าใด

  • ก. 500 บาท
  • ข. 1,000 บาท
  • ค. 2,000 บาท
  • ง. ไม่เกิน 2,000 บาท

เฉลย: ง (ไม่เกิน 2,000 บาท)
คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ มาตรา 11 ผู้ใดไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หรือติดในลักษณะที่มองเห็นไม่ชัดเจน มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท


หมวดที่ 2: กฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก

ข้อ 6 ทางหลวงในประเทศไทยแบ่งออกเป็นกี่ประเภทตามกฎหมาย

  • ก. 2 ประเภท
  • ข. 3 ประเภท
  • ค. 4 ประเภท
  • ง. 5 ประเภท

เฉลย: ง (5 ประเภท)
คำอธิบาย: พ.ร.บ. ทางหลวง พ.ศ. 2535 แบ่งทางหลวงเป็น 5 ประเภท ได้แก่ ทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงชนบท ทางหลวงท้องถิ่น และทางหลวงสัมปทาน


ข้อ 7 ห้ามจอดรถในระยะกี่เมตรจากทางร่วมทางแยก

  • ก. 3 เมตร
  • ข. 5 เมตร
  • ค. 10 เมตร
  • ง. 15 เมตร

เฉลย: ค (10 เมตร)
คำอธิบาย: พ.ร.บ. จราจรทางบก กำหนดห้ามจอดรถในระยะ 10 เมตรจากทางร่วมทางแยก เพื่อไม่ให้บดบังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ที่เลี้ยวเข้า-ออก


ข้อ 8 เมื่อพบสัญญาณไฟเหลืองกะพริบ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

  • ก. ขับผ่านไปได้ปกติ
  • ข. ชะลอความเร็วและระมัดระวัง
  • ค. หยุดรถทันที
  • ง. เร่งความเร็วเพื่อพ้นจุด

เฉลย: ข (ชะลอความเร็วและระมัดระวัง)
คำอธิบาย: ไฟเหลืองกะพริบหมายถึงให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็วและสังเกตการจราจรอย่างระมัดระวัง ส่วนไฟแดงกะพริบหมายถึงให้หยุดรถก่อนแล้วจึงไปได้


ข้อ 9 การขับรถสวนทาง (ย้อนศร) ในถนนที่กำหนดทิศทางจราจร ถือเป็นความผิดหรือไม่

  • ก. ไม่ผิด
  • ข. ผิดกฎจราจร
  • ค. ผิดเฉพาะตอนกลางคืน
  • ง. ผิดเฉพาะในตัวเมือง

เฉลย: ข (ผิดกฎจราจร)
คำอธิบาย: การขับรถสวนทางในถนนที่กำหนดทิศทางเดียว มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท เป็นสาเหตุอุบัติเหตุรุนแรงที่พบบ่อย


ข้อ 10 เมื่อผ่านทางม้าลายที่ไม่มีสัญญาณไฟ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร

  • ก. ขับผ่านปกติ
  • ข. ลดความเร็วและให้คนข้ามไปก่อน
  • ค. บีบแตรเตือน
  • ง. กระพริบไฟสูง

เฉลย: ข (ลดความเร็วและให้คนข้ามไปก่อน)
คำอธิบาย: กฎหมายฉบับใหม่หลังกรณี “หมอกระต่าย” กำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องหยุดให้คนข้ามทางม้าลาย หากไม่หยุดมีโทษปรับสูงถึง 4,000 บาท และตัด 1 แต้มในระบบตัดแต้มใบขับขี่


หมวดที่ 3: เครื่องหมายบนพื้นทาง

ข้อ 11 เส้นประสีขาวบนถนนมีความหมายว่าอะไร

  • ก. ห้ามแซงและห้ามคร่อมเส้น
  • ข. แบ่งช่องจราจรทิศทางเดียวกัน คร่อมหรือเปลี่ยนช่องได้
  • ค. ห้ามหยุดรถ
  • ง. เขตห้ามจอด

เฉลย: ข (แบ่งช่องจราจรทิศทางเดียวกัน คร่อมหรือเปลี่ยนช่องได้)
คำอธิบาย: เส้นประสีขาวใช้แบ่งช่องจราจรที่ไปในทิศทางเดียวกัน ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนช่องหรือแซงได้เมื่อปลอดภัย


ข้อ 12 เส้นทึบสีเหลือง 2 เส้น คู่ขนานบนถนน หมายถึงอะไร

  • ก. แบ่งช่องจราจรทิศทางเดียวกัน
  • ข. ห้ามแซงและห้ามคร่อมเส้นโดยเด็ดขาด
  • ค. ห้ามจอดรถ
  • ง. เตือนทางโค้ง

เฉลย: ข (ห้ามแซงและห้ามคร่อมเส้นโดยเด็ดขาด)
คำอธิบาย: เส้นทึบเหลืองคู่ใช้แบ่งทิศทางจราจรที่สวนทางกัน ห้ามแซงและห้ามขับล้ำเข้าช่องสวน เพราะเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุชนประสานงา


ข้อ 13 ลูกศรบนพื้นถนนที่ชี้ตรงและเลี้ยวขวา หมายถึงอะไร

  • ก. ให้ตรงไปอย่างเดียว
  • ข. ให้ตรงไปหรือเลี้ยวขวาได้
  • ค. ให้เลี้ยวขวาอย่างเดียว
  • ง. ห้ามเลี้ยวขวา

เฉลย: ข (ให้ตรงไปหรือเลี้ยวขวาได้)
คำอธิบาย: ลูกศรบนพื้นถนนแสดงทิศทางที่อนุญาตให้ขับ ผู้ขับขี่ต้องเลือกช่องให้ตรงกับทิศทางที่จะไปก่อนถึงทางแยก


ข้อ 14 เส้นทึบสีขาวขวางถนน (Stop Line) มีความหมายว่าอะไร

  • ก. ให้ลดความเร็ว
  • ข. ทางข้ามคนเดิน
  • ค. ตำแหน่งที่ต้องหยุดรถเมื่อเจอสัญญาณไฟแดงหรือป้ายหยุด
  • ง. ห้ามจอด

เฉลย: ค (ตำแหน่งที่ต้องหยุดรถเมื่อเจอสัญญาณไฟแดงหรือป้ายหยุด)
คำอธิบาย: เส้นหยุด (Stop Line) เป็นเส้นทึบสีขาวขวางถนน ผู้ขับขี่ต้องหยุดรถก่อนถึงเส้นนี้ ห้ามล้ำเส้นเด็ดขาด


ข้อ 15 เส้นทแยงเหลือง (Yellow Box) บริเวณทางแยก หมายถึงอะไร

  • ก. ที่จอดรถพิเศษ
  • ข. ห้ามหยุดรถในกรอบเด็ดขาด
  • ค. ที่กลับรถ
  • ง. เขตจอดรถจักรยานยนต์

เฉลย: ข (ห้ามหยุดรถในกรอบเด็ดขาด)
คำอธิบาย: เส้นทแยงเหลืองหรือ Yellow Box ใช้บริเวณทางแยกที่การจราจรหนาแน่น ห้ามรถเข้าไปติดอยู่ในกรอบ เพื่อป้องกันการกีดขวางทางแยก


หมวดที่ 4: ป้ายบังคับ

ข้อ 16 ป้ายวงกลมพื้นแดง มีอักษร “หยุด” สีขาว หมายถึงอะไร

  • ก. หยุดรถและให้ทางก่อนไปต่อ
  • ข. ห้ามเข้า
  • ค. เขตอันตราย
  • ง. ทางตัน

เฉลย: ก (หยุดรถและให้ทางก่อนไปต่อ)
คำอธิบาย: ป้ายหยุด (Stop Sign) บังคับให้ผู้ขับขี่หยุดรถสนิทก่อนเส้นหยุด ดูทางให้ปลอดภัยแล้วจึงเคลื่อนรถต่อไป


ข้อ 17 ป้ายวงกลมพื้นขาว ขอบแดง มีลูกศรชี้ลงพร้อมกากบาททับ หมายถึงอะไร

  • ก. ห้ามเลี้ยวขวา
  • ข. ห้ามเข้าในเส้นทางนั้น
  • ค. ห้ามกลับรถ
  • ง. ห้ามจอด

เฉลย: ข (ห้ามเข้าในเส้นทางนั้น)
คำอธิบาย: ป้ายลักษณะนี้บังคับให้ผู้ขับขี่ไม่ให้เข้าไปในเส้นทางที่ป้ายห้าม ต้องเปลี่ยนทิศทาง


ข้อ 18 ป้ายวงกลมพื้นน้ำเงิน เส้นแดงแนวทแยง 2 เส้นไขว้ หมายถึงอะไร

  • ก. ห้ามจอด
  • ข. ห้ามแซง
  • ค. ห้ามหยุดรถและห้ามจอดรถทุกชนิด
  • ง. เขตปลอดภัย

เฉลย: ค (ห้ามหยุดรถและห้ามจอดรถทุกชนิด)
คำอธิบาย: ป้ายนี้ห้ามทั้งหยุดและจอด แม้แค่หยุดส่งของก็ไม่ได้ ส่วนป้ายห้ามจอด (เส้นแดงทแยงเส้นเดียว) อนุญาตให้หยุดรับ-ส่งคนได้


ข้อ 19 ป้ายวงกลมพื้นขาว ขอบแดง มีรูปรถยนต์สีดำ หมายถึงอะไร

  • ก. ห้ามรถยนต์ผ่าน
  • ข. ห้ามรถบรรทุกผ่าน
  • ค. ห้ามรถจักรยานยนต์ผ่าน
  • ง. ห้ามรถทุกชนิดผ่าน

เฉลย: ก (ห้ามรถยนต์ผ่าน)
คำอธิบาย: ป้ายห้ามจะแสดงสัญลักษณ์ของรถชนิดที่ห้ามอยู่ในวงกลม ผู้ขับขี่รถยนต์ต้องเปลี่ยนเส้นทาง


ข้อ 20 ป้ายวงกลมพื้นน้ำเงิน มีลูกศรสีขาวชี้ตรง หมายถึงอะไร

  • ก. ตรงไปได้อย่างเดียวเท่านั้น
  • ข. ห้ามตรงไป
  • ค. ทางบังคับให้เลี้ยว
  • ง. เตือนทางตรง

เฉลย: ก (ตรงไปได้อย่างเดียวเท่านั้น)
คำอธิบาย: ป้ายบังคับพื้นน้ำเงินใช้บอกทิศทางที่ต้องไป (Mandatory Direction) ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามทิศของลูกศร


หมวดที่ 5: ป้ายเตือน

ข้อ 21 ป้ายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดสีเหลือง มีรูปกากบาท (+) สีดำ หมายถึงอะไร

  • ก. โรงพยาบาลข้างหน้า
  • ข. ทางแยกข้างหน้า
  • ค. เขตอุบัติเหตุ
  • ง. โรงเรียนข้างหน้า

เฉลย: ข (ทางแยกข้างหน้า)
คำอธิบาย: ป้ายเตือนทางแยกแสดงรูปกากบาท บอกว่าข้างหน้ามีทางแยกตัดผ่าน ผู้ขับขี่ควรชะลอและสังเกตการจราจร


ข้อ 22 ป้ายเตือนรูปคนเดินถือร่ม หมายถึงอะไร

  • ก. ทางลื่นเมื่อฝนตก
  • ข. ทางขรุขระ
  • ค. ทางข้ามคนเดิน
  • ง. ระวังคนข้าม

เฉลย: ค (ทางข้ามคนเดิน)
คำอธิบาย: ป้ายรูปคนเดินบนทางม้าลายเตือนว่ามีทางข้ามคนเดินข้างหน้า ให้ลดความเร็วและเตรียมหยุด


ข้อ 23 ป้ายเตือนรูปรถลื่นไถลซ้าย-ขวา หมายถึงอะไร

  • ก. ผิวทางขรุขระ
  • ข. ทางก่อสร้าง
  • ค. ผิวทางลื่นเมื่อเปียกหรือมีโคลน
  • ง. ทางคดเคี้ยว

เฉลย: ค (ผิวทางลื่นเมื่อเปียกหรือมีโคลน)
คำอธิบาย: ป้ายนี้เตือนให้ระวังผิวถนนที่อาจลื่น โดยเฉพาะหลังฝนตกหรือบริเวณที่มีดินโคลน ให้ลดความเร็วและเว้นระยะห่าง


ข้อ 24 ป้ายเตือนรูปกวาง หมายถึงอะไร

  • ก. เขตอุทยานแห่งชาติ
  • ข. ระวังสัตว์ป่าข้ามถนน
  • ค. ฟาร์มสัตว์
  • ง. เขตห้ามล่าสัตว์

เฉลย: ข (ระวังสัตว์ป่าข้ามถนน)
คำอธิบาย: พบป้ายนี้บ่อยในเส้นทางผ่านป่า เช่น เส้นเชียงราย-แม่ฮ่องสอน หรืออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ให้ลดความเร็วโดยเฉพาะช่วงเช้าและพลบค่ำ


ข้อ 25 ป้ายเตือนรูปถนนแคบลงทั้งสองด้าน หมายถึงอะไร

  • ก. ทางแคบข้างหน้า
  • ข. สะพานข้างหน้า
  • ค. ทางตัน
  • ง. ทางเข้าอุโมงค์

เฉลย: ก (ทางแคบข้างหน้า)
คำอธิบาย: ป้ายเตือนว่าผิวจราจรข้างหน้าจะแคบลง อาจเป็นช่วงสะพานหรือทางก่อสร้าง ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วและระวังรถสวน


หมวดที่ 6: ป้ายแนะนำ

ข้อ 26 ป้ายสี่เหลี่ยมพื้นน้ำเงิน มีรูปตัว H สีขาว หมายถึงอะไร

  • ก. ที่พักรถ
  • ข. โรงแรม
  • ค. โรงพยาบาล
  • ง. สถานีตำรวจ

เฉลย: ค (โรงพยาบาล)
คำอธิบาย: ตัว H มาจาก Hospital ป้ายแนะนำสีน้ำเงินใช้บอกสถานบริการสาธารณะ เช่น โรงพยาบาล สถานีบริการน้ำมัน ห้องน้ำ


ข้อ 27 ป้ายสี่เหลี่ยมพื้นน้ำเงิน มีรูปคนเดิน หมายถึงอะไร

  • ก. ห้ามคนเดินเข้า
  • ข. เขตคนเดิน
  • ค. ทางเดินเท้า (Footpath)
  • ง. ทางจักรยาน

เฉลย: ค (ทางเดินเท้า)
คำอธิบาย: ป้ายแนะนำทางเดินเท้าบอกตำแหน่งที่ปลอดภัยสำหรับคนเดิน ส่วนป้ายสี่เหลี่ยมแดงรูปคนเดินมีกากบาท คือป้ายห้ามคนเดิน


ข้อ 28 ป้ายสี่เหลี่ยมพื้นน้ำเงิน มีรูปโต๊ะและม้านั่ง หมายถึงอะไร

  • ก. ร้านอาหาร
  • ข. จุดพักรถ/จุดชมวิว
  • ค. ตลาด
  • ง. โรงเรียน

เฉลย: ข (จุดพักรถ/จุดชมวิว)
คำอธิบาย: ป้ายแนะนำจุดพักรถพบบ่อยในทางหลวงสายหลัก เช่น ทางหลวงหมายเลข 1 ขึ้นเหนือ มีจุดพักรถระยะทุก 50-100 กิโลเมตร


ข้อ 29 ป้ายสี่เหลี่ยมพื้นเขียว มีตัวอักษรชื่อเมืองและตัวเลขระยะทาง หมายถึงอะไร

  • ก. เตือนเขตเมือง
  • ข. แนะนำชื่อเมืองและระยะทางที่จะไปถึง
  • ค. ห้ามเข้าเมือง
  • ง. ที่ตั้งสถานีตำรวจ

เฉลย: ข (แนะนำชื่อเมืองและระยะทางที่จะไปถึง)
คำอธิบาย: ป้ายสีเขียวใช้บอกทิศทางและระยะทางบนทางหลวง เช่น “เชียงราย 25 กม.” ติดตั้งโดยกรมทางหลวง


ข้อ 30 ป้ายสี่เหลี่ยมพื้นน้ำเงิน มีรูปรถพยาบาลกาชาดแดง หมายถึงอะไร

  • ก. รถพยาบาลห้ามแซง
  • ข. โรงพยาบาลฉุกเฉิน
  • ค. ทางไปโรงพยาบาล/สถานพยาบาลใกล้ที่สุด
  • ง. เตือนเขตอุบัติเหตุ

เฉลย: ค (ทางไปโรงพยาบาล/สถานพยาบาลใกล้ที่สุด)
คำอธิบาย: ป้ายแนะนำผู้ขับขี่ให้ทราบทิศทางไปยังสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด มีประโยชน์มากในกรณีฉุกเฉิน


หมวดที่ 7: มารยาทและจิตสำนึก

ข้อ 31 ในเขตชุมชน ไม่ควรขับรถด้วยความเร็วสูงเพราะเหตุใด

  • ก. สิ้นเปลืองน้ำมัน
  • ข. เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุกับเด็กและผู้สูงอายุที่ข้ามถนน
  • ค. รบกวนเสียงเพื่อนบ้าน
  • ง. ทำให้ยางสึกเร็ว

เฉลย: ข (เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุกับเด็กและผู้สูงอายุ)
คำอธิบาย: เขตชุมชนกำหนดความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. เพื่อความปลอดภัยของผู้คน รถจักรยาน และเด็กที่อาจวิ่งออกมาบนถนน


ข้อ 32 เมื่อขับรถตามรถคันหน้าที่กำลังจะเลี้ยว ควรปฏิบัติอย่างไร

  • ก. เร่งแซงไปข้างหน้า
  • ข. บีบแตรเร่ง
  • ค. ลดความเร็วและเว้นระยะปลอดภัย
  • ง. กระพริบไฟสูง

เฉลย: ค (ลดความเร็วและเว้นระยะปลอดภัย)
คำอธิบาย: รถคันหน้าที่กำลังเลี้ยวต้องชะลอความเร็วลง ผู้ตามต้องเว้นระยะให้พอเบรกได้ทัน ไม่ควรใจร้อนแซงในจังหวะนั้น


ข้อ 33 เมื่อพบรถพยาบาลหรือรถดับเพลิงเปิดสัญญาณไฟวับวาบและไซเรน ควรปฏิบัติอย่างไร

  • ก. ขับต่อปกติ
  • ข. เร่งความเร็วหนีไปก่อน
  • ค. หลบซ้ายให้ทางและลดความเร็ว
  • ง. หยุดรถสนิทกลางถนน

เฉลย: ค (หลบซ้ายให้ทางและลดความเร็ว)
คำอธิบาย: กฎหมายกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องหลบให้ทางรถฉุกเฉินที่เปิดสัญญาณ หากกีดขวางมีโทษปรับ และอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้


ข้อ 34 เมื่อขับรถผ่านโรงเรียนหรือสถานที่ราชการ ควรปฏิบัติอย่างไร

  • ก. ขับเร็วเพื่อรีบผ่าน
  • ข. ลดความเร็ว ไม่บีบแตร และระวังคนข้าม
  • ค. ขับปกติ
  • ง. กระพริบไฟสูง

เฉลย: ข (ลดความเร็ว ไม่บีบแตร และระวังคนข้าม)
คำอธิบาย: เขตโรงเรียนมีเด็กนักเรียนข้ามถนนตลอดวัน ป้ายเตือนเขตโรงเรียนกำหนดให้ลดความเร็วเหลือไม่เกิน 30 กม./ชม.


ข้อ 35 เมื่อพบผู้สูงอายุหรือคนพิการกำลังข้ามถนน ควรปฏิบัติอย่างไร

  • ก. ขับต่อไปปกติ
  • ข. หยุดรถและให้ทางจนข้ามเสร็จ
  • ค. ลดความเร็วแต่ไม่หยุด
  • ง. บีบแตรเตือนให้รีบข้าม

เฉลย: ข (หยุดรถและให้ทางจนข้ามเสร็จ)
คำอธิบาย: ผู้สูงอายุและคนพิการเคลื่อนไหวช้ากว่าคนทั่วไป การหยุดให้ทางคือมารยาทพื้นฐานและเป็นไปตามกฎหมายจราจร


หมวดที่ 8: เทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย

ข้อ 36 เมื่อต้องเบรกฉุกเฉินในรถที่มีระบบ ABS ควรปฏิบัติอย่างไร

  • ก. ย้ำเบรกเป็นจังหวะ
  • ข. เหยียบเบรกเต็มแรงและจับพวงมาลัยให้มั่น
  • ค. เหยียบเบรกเบาๆ
  • ง. เหยียบคลัตช์ก่อนเบรก

เฉลย: ข (เหยียบเบรกเต็มแรงและจับพวงมาลัยให้มั่น)
คำอธิบาย: ระบบ ABS จะป้องกันล้อล็อกเอง ผู้ขับขี่เพียงเหยียบเบรกเต็มแรงและบังคับพวงมาลัยหลบสิ่งกีดขวาง สำหรับรถไม่มี ABS ต้องย้ำเบรกเป็นจังหวะ


ข้อ 37 เมื่อขับรถเข้าทางโค้ง ควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะปลอดภัยที่สุด

  • ก. เร่งความเร็วเพื่อผ่านโค้งเร็วขึ้น
  • ข. ชะลอก่อนเข้าโค้ง รักษาความเร็วในโค้ง เร่งหลังออกโค้ง
  • ค. รักษาความเร็วเดิมตลอด
  • ง. เบรกในโค้ง

เฉลย: ข (ชะลอก่อนเข้าโค้ง รักษาความเร็วในโค้ง เร่งหลังออกโค้ง)
คำอธิบาย: เทคนิค “Slow In – Fast Out” ลดความเสี่ยงรถเสียการทรงตัว เพราะการเบรกในโค้งทำให้ล้อหน้ารับน้ำหนักมาก เสี่ยงเสียอาการ


ข้อ 38 เมื่อขับรถเจอหมอกหนาในตอนเช้าหรือบนเขา ควรเปิดไฟอย่างไร

  • ก. เปิดไฟสูง
  • ข. ดับไฟทั้งหมด
  • ค. เปิดไฟต่ำและไฟตัดหมอก ลดความเร็ว
  • ง. เปิดไฟฉุกเฉิน

เฉลย: ค (เปิดไฟต่ำและไฟตัดหมอก ลดความเร็ว)
คำอธิบาย: ไฟสูงจะสะท้อนกลับจากละอองน้ำในหมอกทำให้มองไม่เห็น ส่วนไฟตัดหมอกจะส่องลงต่ำตัดผ่านหมอกได้ดี เส้นทางเชียงราย-เชียงใหม่ตอนเช้าหมอกหนาควรระวังเป็นพิเศษ


ข้อ 39 ขณะขับรถเจอลมแรงหรือพายุ ควรปฏิบัติอย่างไร

  • ก. เร่งความเร็วเพื่อพ้นจุดอันตราย
  • ข. ลดความเร็ว จับพวงมาลัยให้มั่น เปิดไฟ และเว้นระยะห่าง
  • ค. ขับปกติ
  • ง. ดับเครื่องจอดกลางถนน

เฉลย: ข (ลดความเร็ว จับพวงมาลัยให้มั่น เปิดไฟ และเว้นระยะห่าง)
คำอธิบาย: ลมแรงด้านข้างทำให้รถเสียศูนย์ โดยเฉพาะรถสูงและรถบรรทุก ควรหาที่ปลอดภัยจอดพักหากลมแรงเกินไป


ข้อ 40 หลังขับผ่านน้ำท่วมขัง ควรทำอย่างไรเพื่อให้เบรกกลับมาทำงานปกติ

  • ก. ย้ำเบรกเบาๆ ขณะขับช้าๆ เพื่อไล่น้ำออกจากผ้าเบรก
  • ข. หยุดรถจอดทันที
  • ค. ขับเร็วเพื่อให้แห้ง
  • ง. เปลี่ยนเกียร์บ่อยๆ

เฉลย: ก (ย้ำเบรกเบาๆ ขณะขับช้าๆ เพื่อไล่น้ำออกจากผ้าเบรก)
คำอธิบาย: น้ำที่ติดผ้าเบรกทำให้ประสิทธิภาพการเบรกลดลง การย้ำเบรกเบาๆ จะทำให้ความร้อนทำให้น้ำระเหยออก เบรกกลับมาใช้ได้ปกติ


หมวดที่ 9: การบำรุงรักษารถ

ข้อ 41 การเลือกน้ำมันเชื้อเพลิงควรพิจารณาจากสิ่งใดเป็นหลัก

  • ก. ราคาที่ถูกที่สุด
  • ข. สีของน้ำมัน
  • ค. ค่าออกเทนหรือซีเทนที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนด
  • ง. ยี่ห้อที่โฆษณาบ่อย

เฉลย: ค (ค่าออกเทนหรือซีเทนที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนด)
คำอธิบาย: รถเครื่องเบนซินใช้ค่าออกเทน 91, 95 ตามคู่มือรถ ส่วนเครื่องดีเซลใช้ค่าซีเทน หากเติมผิดอาจทำให้เครื่องเสียหาย


ข้อ 42 ลมยางควรตรวจสอบเมื่อใด

  • ก. ทุกวันก่อนออกรถ
  • ข. อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งและก่อนเดินทางไกล
  • ค. เมื่อยางแบนเท่านั้น
  • ง. ปีละครั้ง

เฉลย: ข (อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งและก่อนเดินทางไกล)
คำอธิบาย: ลมยางอ่อนทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน ยางสึกเร็ว และเสี่ยงระเบิดในเส้นทางไกล ควรเช็กตอนยางเย็น (ก่อนขับ) ค่าลมยางปกติ 30-35 PSI ตามที่ระบุข้างประตูคนขับ


ข้อ 43 หากระบบเบรกผิดปกติ ไฟเตือนบนหน้าปัดจะเป็นสีอะไร

  • ก. สีเขียว
  • ข. สีแดง
  • ค. สีน้ำเงิน
  • ง. ไม่มีไฟเตือน

เฉลย: ข (สีแดง)
คำอธิบาย: ไฟเตือนสีแดงบนหน้าปัดหมายถึงอันตรายร้ายแรง ต้องหยุดตรวจสอบทันที ไฟส้ม/เหลืองคือเตือนให้รีบนำเข้าศูนย์ ไฟเขียว/น้ำเงินคือสถานะการทำงานปกติ


ข้อ 44 ผ้าเบรกควรเปลี่ยนเมื่อใด

  • ก. เมื่อเบรกแล้วมีเสียงเอี๊ยดดัง หรือผ้าเบรกบางกว่า 3 มม.
  • ข. เมื่อเบรกใช้ไม่ได้
  • ค. ทุก 100,000 กิโลเมตร
  • ง. เมื่อเปลี่ยนรถใหม่

เฉลย: ก (เมื่อเบรกแล้วมีเสียงเอี๊ยดดัง หรือผ้าเบรกบางกว่า 3 มม.)
คำอธิบาย: เสียงเอี๊ยดเกิดจากแถบโลหะเตือนที่ออกแบบมาให้ดังเมื่อผ้าเบรกบางถึงขีดเปลี่ยน อายุใช้งานทั่วไป 30,000-50,000 กม. แล้วแต่การใช้งาน


ข้อ 45 สัญญาณที่บอกว่าแบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม คือข้อใด

  • ก. เครื่องยนต์สตาร์ตติดยาก เสียงสตาร์ตช้ากว่าปกติ
  • ข. ไฟหน้าหรี่ลง
  • ค. ระบบไฟฟ้าในรถทำงานผิดปกติ
  • ง. ถูกทุกข้อ

เฉลย: ง (ถูกทุกข้อ)
คำอธิบาย: แบตเตอรี่ปกติมีอายุ 2-3 ปี เมื่อเสื่อมจะแสดงอาการหลายอย่างพร้อมกัน ควรเปลี่ยนก่อนพังกลางทาง ราคา 2,000-4,000 บาทตามขนาด


หมวดที่ 10: สัญญาณมือและสัญญาณไฟ

ข้อ 46 สัญญาณมือ “จะหยุดรถ” ทำอย่างไร

  • ก. ยื่นแขนขวาออกนอกรถ ตั้งฉากกับลำตัว ฝ่ามือชี้ลง
  • ข. ยื่นแขนขวาออกนอกรถ ตั้งฉากกับลำตัว แล้วยกท่อนล่างตั้งขึ้น 90 องศา
  • ค. ยกแขนขวาขึ้นเหนือศีรษะ
  • ง. โบกแขนเป็นวงกลม

เฉลย: ก (ยื่นแขนขวาออกนอกรถ ตั้งฉากกับลำตัว ฝ่ามือชี้ลง)
คำอธิบาย: สัญญาณนี้ใช้เมื่อระบบไฟเบรกเสีย หรือต้องการเตือนรถคันหลังว่าจะชะลอ/หยุด


ข้อ 47 สัญญาณมือ “จะเลี้ยวซ้าย” ทำอย่างไร

  • ก. ยกแขนตั้งฉาก ฝ่ามือไปข้างหน้า
  • ข. ยื่นแขนขวาออกนอกรถ ตั้งฉากกับลำตัว แล้วยกท่อนล่างตั้งขึ้น 90 องศา ฝ่ามือไปข้างหน้า
  • ค. ยื่นแขนตรงไปด้านหลัง
  • ง. โบกมือลง

เฉลย: ข (ยกท่อนล่างตั้งขึ้น 90 องศา ฝ่ามือไปข้างหน้า)
คำอธิบาย: สัญญาณมือเลี้ยวซ้ายคนไทยใช้รถพวงมาลัยขวา จึงต้องยื่นแขนขวาออกหน้าต่างคนขับแล้วยกท่อนล่างขึ้น เพื่อให้รถสวนทางและรถข้างหลังเห็นชัด


ข้อ 48 ไฟสูง (Hi-Beam) ใช้ในกรณีใด

  • ก. ทุกครั้งที่ขับตอนกลางคืน
  • ข. ใช้ในที่มืดสนิทไม่มีรถสวน หรือใช้กระพริบเตือนสั้นๆ
  • ค. ใช้เมื่อฝนตกหนัก
  • ง. ใช้ในเขตชุมชน

เฉลย: ข (ใช้ในที่มืดสนิทไม่มีรถสวน หรือใช้กระพริบเตือนสั้นๆ)
คำอธิบาย: เปิดไฟสูงค้างเมื่อมีรถสวน ทำให้ผู้ขับสวนทางมองไม่เห็น เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ มารยาทคือลดเป็นไฟต่ำเมื่อรถสวนอยู่ระยะ 150 เมตร


ข้อ 49 สัญญาณมือมีไว้เพื่ออะไร

  • ก. ทักทายผู้ขับขี่คนอื่น
  • ข. ออกกำลังกาย
  • ค. แจ้งเจตนาเปลี่ยนทิศทางหรือชะลอ เมื่อสัญญาณไฟเลี้ยวเสีย
  • ง. ขับไล่แมลง

เฉลย: ค (แจ้งเจตนาเปลี่ยนทิศทางหรือชะลอ เมื่อสัญญาณไฟเลี้ยวเสีย)
คำอธิบาย: สัญญาณมือเป็นวิธีสำรองตามกฎหมาย ผู้สอบใบขับขี่ทุกคนต้องรู้ และอาจถูกถามในข้อสอบภาคปฏิบัติ


ข้อ 50 ไฟฉุกเฉิน (Hazard Light) ใช้ในกรณีใด

  • ก. ขับตอนกลางคืน
  • ข. รถเสียจอดข้างทาง หรือขับช้ามากในสภาพอากาศแย่
  • ค. ขับฝ่าฝน
  • ง. แทนไฟเลี้ยวปกติ

เฉลย: ข (รถเสียจอดข้างทาง หรือขับช้ามากในสภาพอากาศแย่)
คำอธิบาย: หลายคนเข้าใจผิดว่าเปิดไฟฉุกเฉินตอนขับฝนตกหรือผ่านสี่แยกได้ ที่ถูกต้องคือใช้เมื่อรถจอดเสียกีดขวาง หรือขับช้าผิดปกติเพื่อเตือนรถข้างหลัง


เฉลยรวมข้อสอบใบขับขี่ 2569 ชุดที่ 2

ช่วงข้อเฉลย
ข้อ 1-10ข ค ข ค ง / ง ค ข ข ข
ข้อ 11-20ข ข ข ค ข / ก ข ค ก ก
ข้อ 21-30ข ค ค ข ก / ค ค ข ข ค
ข้อ 31-40ข ค ค ข ข / ข ข ค ข ก
ข้อ 41-50ค ข ข ก ง / ก ข ข ค ข

เกณฑ์ผ่าน: ทำถูก 45 ข้อขึ้นไป (90%)

เทคนิคเตรียมสอบใบขับขี่ให้ผ่านครั้งแรก

  1. ฝึกข้อสอบหลายชุดก่อนสอบจริง เพื่อจำรูปแบบคำถามและไม่ตื่นเต้นในห้องสอบ
  2. เน้นป้ายจราจร เพราะออกข้อสอบมากที่สุด ควรจดจำสีและรูปแบบให้แม่น
  3. อ่านคำถามให้จบก่อนเลือกตอบ ข้อสอบมักมีตัวลวงในข้อแรกๆ
  4. อบรมออนไลน์ผ่าน DLT e-Learning ที่ dlt-elearning.com เพื่อประหยัดเวลาเดินทาง
  5. เตรียมเอกสารให้ครบ บัตรประชาชน ใบรับรองแพทย์ (อายุไม่เกิน 1 เดือน) ค่าธรรมเนียม 105 บาท

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ข้อสอบใบขับขี่ 2569 มีกี่ข้อและเกณฑ์ผ่านเท่าไหร่?

ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ปี 2569 มี 50 ข้อ ใช้เวลาสอบ 60 นาที เกณฑ์ผ่านคือทำถูก 45 ข้อขึ้นไป (90%) ครอบคลุม 10 หมวดหลัก ได้แก่ กฎหมายรถยนต์ จราจรทางบก เครื่องหมายพื้นทาง ป้ายบังคับ ป้ายเตือน ป้ายแนะนำ มารยาท เทคนิคขับขี่ การบำรุงรักษา และสัญญาณ

สอบใบขับขี่ออนไลน์ได้ไหม?

ปัจจุบันสามารถ อบรม ออนไลน์ได้ผ่านระบบ DLT e-Learning ของกรมการขนส่งทางบก แต่การสอบข้อเขียนและสอบขับต้องไปที่สำนักงานขนส่งจังหวัดเท่านั้น เมื่ออบรมออนไลน์เสร็จจะได้รหัสไปจองคิวสอบที่สำนักงาน

ใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี ต้องทำอย่างไร?

หากใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี ต้องสอบข้อเขียนใหม่ หากเกิน 3 ปี ต้องสอบข้อเขียน สอบขับ และอบรมใหม่ทั้งหมด ดังนั้นควรต่ออายุก่อนหมดเพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

ข้อสอบใบขับขี่ปี 2569 ต่างจากปี 2568 อย่างไร?

เนื้อหาหลัก 10 หมวดยังคงเหมือนเดิม แต่ปี 2569 อาจมีคำถามเกี่ยวกับระบบตัดแต้มใบขับขี่และกฎหมายทางม้าลายฉบับใหม่ที่ปรับปรุงเพิ่ม รวมถึงคำถามเรื่องเทคโนโลยีรถใหม่ เช่น ระบบ ABS, EBD

เตรียมสอบใบขับขี่ที่เชียงรายต้องไปที่ไหน?

สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน อำเภอเมืองเชียงราย เปิดทำการจันทร์-ศุกร์ 08:30-16:30 น. แนะนำให้จองคิวล่วงหน้าผ่านแอป DLT Smart Queue ก่อนไป เพื่อไม่ต้องรอนาน

แหล่งอ้างอิง

หวังว่าข้อสอบชุดนี้จะช่วยให้คุณสอบผ่านใบขับขี่ในครั้งเดียว ขอให้โชคดีในการสอบ!

ชุดข้าราชการ หญิงแขนสั้น
ชุดกากี
สั่งซื้อได้เลยจาก Shopee

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *