ข้อตกลงในการพัฒนางาน หรือที่เรียกว่า Performance Agreement (PA) เป็นหัวใจสำคัญของระบบการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะครูตามหลักเกณฑ์ ว 9/2564 โดย PA คือข้อตกลงที่ข้าราชการครูได้เสนอต่อผู้อำนวยการสถานศึกษา เพื่อแสดงเจตจำนงว่าภายในรอบการประเมินจะพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนให้สูงขึ้น โดยสะท้อนให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่
ความหมายและความสำคัญของ PA
ข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) มีนิยามที่ชัดเจนว่าเป็น “ข้อตกลงที่ข้าราชการครูได้เสนอต่อผู้อำนวยการสถานศึกษา เพื่อแสดงเจตจำนงว่าภายในรอบการประเมินจะพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ คุณลักษณะประจำวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสมรรถนะที่สำคัญตามหลักสูตร ให้สูงขึ้น”
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ดำรงตำแหน่งครูทุกคน ต้องจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตามแบบที่ ก.ค.ศ. กำหนด ทุกปีงบประมาณ เสนอต่อผู้อำนวยการสถานศึกษาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ข้อตกลงนี้ต้องสอดคล้องกับเป้าหมายและบริบทสถานศึกษา นโยบายของส่วนราชการและกระทรวงศึกษาธิการ
โครงสร้างของข้อตกลงในการพัฒนางาน
ข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) ประกอบด้วย 2 ส่วนหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ดังนี้
ส่วนที่ 1: ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
ส่วนนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าครูปฏิบัติงานตามมาตรฐานตำแหน่งครู และมีภาระงานตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด ประกอบด้วย
ภาระงาน ครูต้องระบุภาระงานที่จะปฏิบัติให้ครบตามที่กำหนด ได้แก่
- ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวนชั่วโมงต่อสัปดาห์
- งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
- งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
- งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น
งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง ครูต้องระบุรายละเอียดของงานที่จะปฏิบัติใน 3 ด้านหลัก คือ
ด้านการจัดการเรียนรู้ ลักษณะงานที่เสนอให้ครอบคลุมถึงการสร้างและพัฒนาหลักสูตร การออกแบบการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การสร้างและพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ การศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ การจัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน และการอบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน
ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ ครอบคลุมถึงการจัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา การดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน การปฏิบัติงานวิชาการและงานอื่นๆ ของสถานศึกษา และการประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหรือสถานประกอบการ
ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ ครอบคลุมถึงการพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง การมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ และการนำความรู้ความสามารถทักษะที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
สำหรับแต่ละด้านนี้ ครูต้องระบุ งาน (Tasks) ที่จะดำเนินการพัฒนาตามข้อตกลงใน 1 รอบการประเมิน ผลลัพธ์ (Outcomes) ของงานตามข้อตกลงที่คาดหวังให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน และ ตัวชี้วัด (Indicators) ที่จะเกิดขึ้นกับผู้เรียนที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้นหรือผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น
ส่วนที่ 2: ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ส่วนนี้เป็นหัวใจสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของแต่ละวิทยฐานะ โดยครูต้องเสนอประเด็นท้าทายที่มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
สำหรับครู (ไม่มีวิทยฐานะ) ประเด็นท้าทายต้องแสดงให้เห็นถึงการปรับประยุกต์การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น
สำหรับครูชำนาญการพิเศษ ประเด็นท้าทายต้องแสดงให้เห็นถึงการริเริ่มพัฒนาการจัดการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น
สำหรับครูเชี่ยวชาญ ประเด็นท้าทายต้องแสดงให้เห็นถึงการคิดค้นพัฒนานวัตกรรมและปรับเปลี่ยนการจัดการเรียนรู้ จนทำให้คุณภาพผู้เรียนสูงขึ้น และสามารถให้คำปรึกษาผู้อื่นได้
สำหรับครูเชี่ยวชาญพิเศษ ประเด็นท้าทายต้องแสดงให้เห็นถึงการคิดค้นพัฒนานวัตกรรม เผยแพร่และขยายผลจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในวงวิชาชีพ
ประเด็นท้าทายต้องประกอบด้วย 3 ส่วน คือ
- สภาพปัญหาของผู้เรียนและการจัดการเรียนรู้ – ระบุสภาพปัญหาที่พบอย่างชัดเจน
- วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล – อธิบายกระบวนการและวิธีการที่จะใช้ในการแก้ปัญหาหรือพัฒนา
- ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง – ระบุทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ
แนวทางการจัดทำ PA ให้มีคุณภาพ
การจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานควรคำนึงถึงหลักการสำคัญดังนี้
เน้นผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียน
งาน (Tasks) ที่เสนอเป็นข้อตกลงต้องเป็นงานในหน้าที่ความรับผิดชอบหลักที่ส่งผลโดยตรงต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน และให้นำเสนอรายวิชาหลักที่ทำการสอน โดยเสนอในภาพรวมของรายวิชาหลักที่ทำการสอนทุกระดับชั้น
การพัฒนางานตามข้อตกลงตามแบบ PA 1 ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน (Outcomes) และตัวชี้วัด (Indicators) ที่เป็นรูปธรรม
ชัดเจนและวัดผลได้
การกำหนดการดำเนินการในแต่ละกิจกรรมให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลงได้อย่างชัดเจนและเป็นธรรม ผลลัพธ์ที่คาดหวังควรระบุเป็นตัวเลขหรือคำอธิบายที่สามารถวัดได้
สอดคล้องกับบริบทสถานศึกษา
รูปแบบการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตามแบบ PA 1 ให้เป็นไปตามบริบทและสภาพการจัดการเรียนรู้ของแต่ละสถานศึกษา โดยความเห็นชอบร่วมกันระหว่างผู้อำนวยการสถานศึกษาและข้าราชการครูผู้จัดทำข้อตกลง
การประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง
การประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลงให้มีคณะกรรมการประเมิน 3 คน ต่อผู้รับการประเมิน 1 ราย ประเมินปีงบประมาณละ 1 ครั้ง เมื่อสิ้นปีงบประมาณ
หลักการประเมิน
คณะกรรมการดำเนินการประเมินตามแบบ PA 2 จากการปฏิบัติงานจริง สภาพการจัดการเรียนรู้ในบริบทของแต่ละสถานศึกษา และผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนที่เกิดจากการพัฒนางานตามข้อตกลงเป็นสำคัญ โดยไม่เน้นการประเมินจากเอกสาร
การนำผลการประเมินไปใช้
ผลการประเมินสามารถนำไปใช้ในการบริหารงานบุคคลได้หลายประการ ได้แก่
- ใช้เป็นคุณสมบัติในการขอรับการประเมินเพื่อให้มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครู
- ใช้ผลการประเมินเพื่อคงวิทยฐานะตามมาตรา 55
- ใช้เป็นองค์ประกอบในการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานในการพิจารณาเลื่อนเงินเดือน
กรณีพิเศษในการจัดทำ PA
ในระหว่างการดำเนินการตามข้อตกลงในการพัฒนางาน กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงให้ดำเนินการดังนี้
กรณีย้ายสถานศึกษาระหว่างปีงบประมาณ ให้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานกับผู้อำนวยการสถานศึกษาคนใหม่ในสถานศึกษาที่ย้ายไปดำรงตำแหน่ง
กรณีรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ให้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานในตำแหน่งครูกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
กรณีได้รับมอบหมายให้ทำการสอนต่างวิชา ให้จัดทำรายละเอียดข้อตกลงในการพัฒนางานในวิชา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ตามที่ได้รับมอบหมายใหม่
ข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ครูมีทิศทางในการพัฒนาตนเองและพัฒนาผู้เรียนอย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม และสามารถวัดผลได้ ทำให้การพัฒนาวิชาชีพครูเป็นไปอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง