
การสอบคัดเลือกเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2569 เป็นก้าวสำคัญของนักเรียน ป.6 ที่มุ่งสู่เส้นทางการศึกษาขั้นมัธยม การสอบวิชาภาษาไทยถือเป็นรากฐานสำคัญในการประเมินทักษะการอ่าน การวิเคราะห์ ความเข้าใจในหลักภาษา ตลอดจนความสามารถในการเรียบเรียงความคิดอย่างเป็นระบบ ชุดข้อสอบตัวอย่าง 20 ข้อพร้อมเฉลยนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้นักเรียนได้ทบทวนเนื้อหาใน 4 หมวดหลัก ได้แก่ การอ่านจับใจความและวิเคราะห์ความหมาย ไวยากรณ์ สระและวรรณยุกต์ รวมถึงการเขียนเรียงความสั้น ที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจก่อนวันสอบจริง
การอ่านจับใจความและวิเคราะห์ความหมาย
1. ใจความสำคัญของข้อความ คือข้อใด
“ในกิจกรรมที่มนุษย์ต้องกระทำ การฟังเป็นกิจกรรมที่คนทำรองลงมาจากการหายใจเท่านั้น การฟังมีความสำคัญต่อความสำเร็จในชีวิตส่วนตัว อาชีพ สังคมและครอบครัว ถ้าคนทำงานได้เรียนรู้ถึงการฟังอย่างมีประสิทธิภาพ”
ก. คนทำงานได้เรียนรู้ถึงการฟังอย่างมีประสิทธิภาพ
ข. การฟังเป็นกิจกรรมที่คนทำรองลงมาจากการหายใจเท่านั้น
ค. การฟังมีความสำคัญต่อความสำเร็จในชีวิต
ง. การฟังเป็นกิจกรรมที่มนุษย์ต้องกระทำ
ตอบ: ค
อธิบาย: ใจความสำคัญของเรื่องจะครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด ข้อ ค แสดงถึงประเด็นหลักที่ต้องการสื่อถึงความสำคัญของการฟัง
2. ขั้นตอนสุดท้ายของการอ่านจับใจความสำคัญ คือข้อใด
ก. อ่านผ่าน ๆ โดยตลอดเพื่อให้รู้เรื่อง
ข. อ่านให้ละเอียดเพื่อทำความเข้าใจ
ค. เรียบเรียงใจความสำคัญของเรื่อง
ง. อ่านซ้ำตอนที่ไม่เข้าใจ
ตอบ: ค
อธิบาย: การเรียบเรียงใจความสำคัญเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากอ่านผ่าน อ่านละเอียด และอ่านซ้ำแล้ว
3. การอ่านจับใจความสำคัญมีจุดมุ่งหมายเพื่ออะไร
ก. เมื่ออ่านแล้วสามารถสรุปหรือย่อเรื่องได้
ข. เมื่ออ่านแล้วสามารถปฏิบัติตามคำสั่งและคำแนะนำได้
ค. เมื่ออ่านแล้วสามารถคาดการณ์และหาความจริงแสดงข้อคิดเห็น
ง. เมื่ออ่านแล้วสามารถจำคำประพันธ์ชนิดต่าง ๆ ได้
ตอบ: ก
อธิบาย: การอ่านจับใจความมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้อ่านสามารถสรุปเนื้อหาสำคัญของเรื่องได้
4. วิธีใดไม่ใช่วิธีการอ่านจับใจความสำคัญ
ก. อ่านผ่าน ๆ
ข. อ่านให้ละเอียด
ค. อ่านซ้ำ
ง. คัดลอก
ตอบ: ง
อธิบาย: การคัดลอกไม่ใช่วิธีการอ่านจับใจความ เพราะไม่ได้ช่วยให้เข้าใจเนื้อหา
5. ใจความสำคัญของเรื่องพบได้ในส่วนใด
ก. ตอนต้นของเรื่อง
ข. ตอนท้ายของเรื่อง
ค. ตอนกลางของเรื่อง
ง. ทั้งตอนต้น ตอนกลาง และตอนท้ายของเรื่อง
ตอบ: ง
อธิบาย: ใจความสำคัญอาจปรากฏในทุกส่วนของเรื่อง ต้องอ่านทั้งเรื่องเพื่อหาใจความที่สมบูรณ์
ไวยากรณ์ (คำ การเติมวรรณยุกต์ สระ วรรณยุกต์)
6. ข้อใดอ่านออกเสียงลักษณะเดียวกันหมดทุกคำ
ก. จรวด จริต บริบูรณ์ บรั่นดี
ข. ทรชน สรณะ นรชาติ ทรพี
ค. อรชร สุนทร อัปสร อุดร
ง. บวร บราลี ปลาต สรตะ
ตอบ: ข
อธิบาย: คำในข้อ ข ทุกคำมีการอ่านพยัญชนะ “ร” แบบเดียวกัน
7. ข้อใดมีการอ่านออกเสียงต่างจากข้ออื่น
ก. สรรพากร สรรพาวุธ สรรเพชญ
ข. กรรมกร กรรมพันธุ์ กรรมสิทธิ์
ค. วรรณสาร วรรณยุกต์ วรรณกรรม
ง. ธรรมจักร ธรรมทาน ธรรมนูญ
ตอบ: ค
อธิบาย: คำใน “วรรณยุกต์” มีการอ่าน “ร” แตกต่างจากคำอื่นในข้อเดียวกัน
8. ข้อใดประกอบด้วยสระเสียงยาวทั้งหมด
ก. น้ำท่วมสะพานหัก
ข. แม่ขาหนูปวดท้อง
ค. พรุ่งนี้เป็นวันหยุด
ง. เขาชอบเล่นกระดานหก
ตอบ: ค
อธิบาย: คำในข้อ ค ทุกคำมีสระเสียงยาว เช่น อู อี อำ
9. ข้อใดไม่มีคำควบกล้ำ
ก. หน้าฝนดอกไม้บานสะพรั่งน่าชมนัก
ب. วันเพ็ญเดือนสิบสองน้ำในคลองเต็มตลิ่ง
ค. คุณยายเป็นคนอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา
ง. ขอความกรุณาอย่าจอดรถกีดขวางการจราจร
ตอบ: ค
อธิบาย: ข้อ ค ไม่มีพยัญชนะควบกล้ำ ขณะที่ข้ออื่นมี เช่น “สพรั่ง” “กลอง” “กรุณา”
10. ประโยคใดมีคำเขียนผิด
ก. หลวงตามอบเครื่องรางให้ชาวบ้านไว้ป้องกันตัว
ข. น้องแก้ปัญหาโจทย์เลขไม่ได้
ค. เราเป็นคนไทยต้องดำรงไว้ด้วยวัฒธรรมอันดีงาม
ง. เขากล่าวหาฉันต่าง ๆ นานาว่าเป็นคนไม่ดี
ตอบ: ค
อธิบาย: คำ “วัฒธรรม” เขียนผิด ถูกต้องคือ “วัฒนธรรม”
11. ข้อใดเป็นคำตาย ทั้งหมด
ก. หลับตาลงแล้วทำใจให้สบาย
ข. ควรบริโภคอาหารที่มีคุณค่า
ค. การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ
ง. ต้องตั้งใจเรียนเพื่อหนทางข้างหน้า
ตอบ: ข
อธิบาย: คำตายคือคำที่ใช้เป็นแค่เครื่องหมายทางไวยากรณ์ ไม่สามารถเปลี่ยนรูปได้
12. ข้อใดเป็นวลี
ก. นกน้อยป้อนเหยื่อให้ลูก
ข. นกน้อยสร้างรังแต่พอตัว
ค. นกน้อยบนต้นไม้ริมหน้าต่าง
ง. นกน้อยช่วยกันกกไข่อย่างสำราญ
ตอบ: ค
อธิบาย: วลีคือกลุ่มคำที่ไม่มีประธานและกริยาครบถ้วน ข้อ ค เป็นวลีนาม
13. ข้อความใดสอดคล้องกับสำนวน “รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง”
ก. เสี้ยมเขาควายให้ชนกัน
ข. ตีวัวกระทบคราด
ค. รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
ง. ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง
ตอบ: ค
อธิบาย: สำนวนนี้หมายถึงการที่ทำอะไรไม่ดีแล้วโทษผู้อื่น ไม่รับผิดชอบ
การเขียนเรียงความสั้น (เค้าโครงเรื่องและการเรียบเรียง)
14. เรียงความมีองค์ประกอบกี่ส่วน
ก. 2 ส่วน
ข. 3 ส่วน
ค. 4 ส่วน
ง. 5 ส่วน
ตอบ: ข
อธิบาย: เรียงความประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ คำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป
15. คำนำเป็นส่วนใดของการเขียนเรียงความ
ก. ส่วนที่ 1
ข. ส่วนที่ 2
ค. ส่วนที่ 3
ง. ส่วนที่ 4
ตอบ: ก
อธิบาย: คำนำเป็นส่วนแรกของเรียงความ มีหน้าที่เปิดประเด็นเข้าสู่เรื่อง
16. ส่วนใดของเรียงความที่มีความสำคัญที่สุด
ก. คำนำ
ข. เนื้อเรื่อง
ค. สรุป
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ: ข
อธิบาย: เนื้อเรื่องเป็นส่วนสำคัญที่สุด เพราะเป็นส่วนที่ขยายรายละเอียดของเรื่อง
17. ข้อใดไม่ใช่การเขียนเรียงความที่มีเอกภาพ
ก. ต้องมีเนื้อหาไปในทิศทางเดียวกัน
ข. ต้องมีเนื้อหาที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน
ค. ต้องมีเนื้อหาสาระที่สมบูรณ์ตลอดทั้งเรื่อง
ง. ต้องมีเนื้อหาบรรยายตลอดทั้งเรื่อง
ตอบ: ง
อธิบาย: เรียงความไม่จำเป็นต้องเป็นการบรรยายตลอด อาจมีการโต้แย้ง อธิบาย หรือเล่าเรื่อง
18. การวางโครงเรื่องก่อนเขียนเรียงความมีประโยชน์อย่างไร
ก. ช่วยกำหนดจุดประสงค์ของเรื่อง
ข. ช่วยสร้างความเข้าใจในแต่ละย่อหน้า
ค. ช่วยกำหนดขอบเขตในการเขียนแต่ละครั้ง
ง. ช่วยให้เนื้อหามีเอกภาพและเสนอความคิดได้ตามลำดับ
ตอบ: ง
อธิบาย: โครงเรื่องช่วยให้การเขียนมีความเป็นระบบและต่อเนื่อง
19. ข้อใดเป็นส่วนประกอบของการเขียนเรียงความเรียงตามลำดับ
ก. คำนำ เนื้อเรื่อง สรุป
ข. เนื้อเรื่อง คำนำ สรุป
ค. หัวข้อ โครงเรื่อง เนื้อเรื่อง
ง. หัวข้อ เนื้อเรื่อง สรุป
ตอบ: ก
อธิบาย: ลำดับที่ถูกต้องของเรียงความคือ คำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป
20. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะสำคัญของคำนำ
ก. ชี้แจงจุดประสงค์ในการเขียนเรียงความ
ข. กระตุ้นให้ผู้อ่านสนใจและเห็นความสำคัญของเรื่อง
ค. นำส่วนที่สำคัญของตัวเรื่องมากล่าวย้ำสร้างความสนใจ
ง. สร้างความเข้าใจขอบเขตของเรียงความและอธิบายความสำคัญต่าง ๆ
ตอบ: ค
อธิบาย: คำนำไม่ควรนำเนื้อหาสำคัญมากล่าวย้ำ เพราะจะทำให้สูญเสียความน่าสนใจ
ชุดข้อสอบและเฉลยฉบับนี้ครอบคลุมเนื้อหาหลักที่มักปรากฏในการสอบคัดเลือกเข้า ม.1 ปี 2569 ทั้งในส่วนการอ่านจับใจความ ไวยากรณ์ สระ วรรณยุกต์ และการเขียนเรียงความ ผู้เรียนควรฝึกทำข้อสอบอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งทบทวนหลักภาษาและโครงสร้างเรียงความ เพื่อให้เกิดความชำนาญและความมั่นใจก่อนเข้าสอบจริงอย่างแท้จริง การเตรียมตัวอย่างเป็นระบบและเข้าใจหลักการพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยให้นักเรียนสามารถทำคะแนนได้ตามเป้าหมายและเปิดประตูสู่การศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาด้วยความสำเร็จ
หมายเหตุ: ข้อสอบชุดนี้จัดทำขึ้นโดยรวบรวมจากแนวข้อสอบเข้า ม.1 ของโรงเรียนชั้นนำต่าง ๆ และข้อสอบ O-NET เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมตัวสอบเข้าศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2569