Model ของห้องเรียนแบบกลับด้าน Flipped Classroom
ตารางที่ เปรียบเทียบกิจกรรมและเวลาเรียนระหว่างห้องเรียนแบบเดิมกับห้องเรียนกลับด้าน

ตัวแบบ ( Model ) ของห้องเรียนแบบกลับด้าน การจัดการเรียนการสอนแบบห้องเรียนกลับด้าน ( Flipped Classroom ) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการ เรียนการสอนรูปแบบใหม่ในการสร้างผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้แบบรอบด้าน หรือ Mastery Learning นั้นจะมีองค์ประกอบสำคัญที่เกิดขึ้น 4 องค์ประกอบที่เป็นวัฏจักร ( Cycle ) หมุนเวียนกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งองค์ประกอบทั้ง 4 ที่เกิดขึ้นได้แก่
1. การกำหนดยุทธวิธีเพิ่มพูนประสบการณ์ ( Experiential Engagement ) โดยมีครูผู้สอนเป็นผู้ ชี้แนะวิธีการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนเพื่อเรียนเนื้อหาโดยอาศัยวิธีการที่หลากหลายทั้งการใช้ กิจกรรมที่กำหนดขึ้นเอง เกม สถานการณ์จำลอง สื่อปฏิสัมพันธ์ การทดลองหรืองานด้าน ศิลปะแขนงต่าง ๆ
2. การสืบค้นเพื่อให้เกิดมโนทัศน์รวบยอด ( Concept Exploration ) โดยครูผู้สอนเป็นผู้คอย ชี้แนะให้กับผู้เรียนจากสื่อหรือกิจกรรมหลายประเภทเช่น สื่อประเภทวิดีโบนทึการบรรยาย การใช้สื่บันทึกกเสียงประเภท Podcasts การใช้สื่อ Websites หรือสื่อออนไลน์ Chats
3. การสร้างองค์ความร้อย่างมีความหมาย ( Meaning Making ) โดยผู้เรียนเป็นผู้บูรณาการ สร้างทักษะองค์ความรู้จากสื่อที่ได้รับจากการเรียนรู้ด้วยตนเองโดยการสร้างกระดานความรู้ อิเล็กทรอนิกส์ ( Blogs ) การใช้แบบทดสอบ ( Tests ) การใช้สื่อสังคมออนไลน์และกระดาน สำหรับอภิปรายแบบออนไลน์ ( Social Networking & Discussion Boards )
4. การสาธิตและประยุกต์ใช้ ( Demonstration & Application ) เป็นการสร้างองค์ความรู้โดย ผู้เรียนเองในเชิงสร้างสรรค์ โดยการจัดทำเป็นโครงงาน ( Project ) และผ่านกระบวนการ นำเสนอผลงาน ( Presentations ) ที่เกิดจากการรังสีรรค์งานเหล่านน Model หรือตัวแบบของการจัดกิกรรมการเรียนการสอนแบบห้องเรียนกลับด้าน ( The Flipped Classrooms ) ที่กล่าวไว้ในเบื้องต้นั้นน สามารถกำหนดเป็นภาพเชิงกราฟิกดังต่อไปนี้
อ้างอิง สุรศักดิ์ ปาเฮ
รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่เขต 2