วันเสาร์, 16 พฤศจิกายน 2562

วิธีปรับ Computer ให้ Boot เร็วขึ้น

Image by mohamed Hassan from Pixabay

ปิดการใช้งานที่ไม่จำเป็น

1. คลิ้กที่ Start แล้วเลือก Run จะปรากฏหน้าต่างใหม่ขึ้นมา จากนั้นให้พิมพ์ msconfig ลงในช่องว่าง แล้วคลิ้ก OK
2. จากนั้นจะขึ้นหน้าต่าง System Configuration Utility ซึ่งเป็น Utility สำหรับปรับแต่งค่า ต่าง ๆ ของ Windows
3. ต่อไปให้เลือก Tab Service เพื่อเลือกปิด Service ที่ไม่ได้ใช้งาน โดยคลิ้กถูกที่ช่อง Hide All Microsoft Service เพื่อป้องกันไม่ให้เผลอไปปิด Service ของ Windows จากนั้นก็คลิ้กเอาเครื่องหมายถูกหน้า Service ที่ไม่ได้ใช้งานออก
4. จากนั้นเลือก Tab Startup เพื่อเลือกปิดโปรแกรมที่ทำงานตอนเริ่ม Windows โดยคลิ้กเอาเครื่องหมายถูกหน้าชื่อโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้งานออก แล้วคลิ้ก Ok แล้วเลือกให้ Windows Restart ทันทีหรือ จะ Restart ในภายหลังก็ได้
5. เมื่อปิดการใช้งานที่ไม่จะเป็นแล้ว เวลา Boot ครั้งต่อไปจะมีหน้าต่างแจ้งเตือนว่าได้มีการปิดการใช้งานขึ้นมา ถ้าหากไม่ต้องการให้ข้อความนี้ขึ้นทุกครั้งที่ Boot เครื่อง ให้คลิ้กถูกแล้วค่อยกด OK ดังรูป

หมายเหตุ ! หากเกิดความผิดพลาด โดยไปปิดการใช้งานที่จำเป็น ก็สามารถเปิดกลับคืนได้ด้วยวิธีเดียวกัน โดยคลิ้กถูกหน้าโปรแกรม หรือ Service ที่ปิดผิดไป

ปิดโปรแกรมต่างๆ ที่รันขึ้นมาเองตอนเปิดเครื่อง

ตอนที่เราทำการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบจะทำการบู๊ตเครืองเข้า Windows ครั้งแรกนั้น ไม่ใช่มีแต่เฉพาะระบบปฏิบัติการที่เปิดตัวเองขึ้นมา แต่ยังรวมถึงซอฟท์แวร์ต่างๆ จำพวกไดรเวอร์หรือยูทิลิตี้ต่างๆ ที่บางครั้งเราไม่เคยใช้เลย แต่กลับดึงทรัพยากรจากแรมไปมาก และทำให้เครื่องพร้อมใช้งานได้ช้าลงด้วย เข้าไปปิดซอฟท์แวร์รู้ดีจำพวกนี้เสียด้วยการเข้าไปที่ search ตรง start menu แล้วพิมพ์คำว่า  msconfig แล้วไปที่แท็บ Startup ตามภาพ ในหน้าจอนี้จะปรากฏรายชื่อโปรแกรมที่เปิดตัวเองโดยอัตโนมัติพร้อมกับ Windows ยาวเป็นหางว่าว ก็ดูจากรายชื่อได้เลยครับว่ามีโปรแกรมไหนบ้างที่เราไม่ใช้ก็ให้ทำเครื่องหมายถูกออกซะ เสร็จแล้วก็กด OK แล้วรีสตาร์ทเครื่องใหม่ก็เรียบร้อย

ปิดโปรแกรมต่างๆ ที่รันขึ้นมาเองตอนเปิดเครื่อง

ปิดการทำงานฮาร์ดแวร์ที่ไม่ได้ใช้

ระบบปฏิบัติการ มักจะเปิดตัวเองพร้อมกับไดรเวอร์ของอุปกรณ์ต่างๆ ที่บางครั้งเราไม่เคยใช้ ทำให้หน่วงเวลาเปิดเครื่องไปมาก วิธีการคือเข้าไปที่ Device Manger ใน Control Panel จากนั้นให้มองหาฮาร์ดแวร์หรืออุปกรณ์ใดๆ ที่เรามักไม่ใช้งานแล้วให้คลิ้กขวาเลือก Disable เสีย แต่ขอให้กระทำด้วยความระมัดระวังนะครับ

ปิดการทำงานฮาร์ดแวร์ที่ไม่ได้ใช้

ซ่อนฟอนต์ที่ไม่ต้องการ

ฟอนต์ก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคที่ทำให้เครื่องเราบู๊ตช้าลงด้วยไม่มากก็น้อย เพราะลำพัง Windows อย่างเดียวก็โหลดฟอนต์ถึง 200 ชนิดแล้วตอนเปิดเครื่องขึ้นมา และจะมากกว่านั้นเมื่อเราติดตั้งโปรแกรมอย่าง Office เข้าไป ซึ่งในความเป็นจริงเราอาจไม่ได้ใช้มากมายขนาดนั้น ทางแก้ไขคือเข้าไปซ่อนฟอน์ต่างๆ ที่เราไม่ได้ใช้งานเพื่อป้องกันไม่ให้ไปถ่วงเวลาบู๊ตเครื่อง วิธีการคือให้เข้าไปที่ส่วนของ Fonts ใน Control Panel จากนั้นให้เลือกฟอนต์ที่เราไม่ต้องการใช้งานแล้วกด Hide บนทูลบาร์ตามภาพ วิธีการนี้จะไม่ใช่เป็นการลบฟอนต์ทิ้ง แต่จะเหมือนกับซ่อนเอาไว้ไม่ให้ Windows โหลดขึ้นมาทุกครั้งที่เปิดเครื่องครับ ทำให้พอต้องการใช้งานอีกครั้งก็สามารถเรียกคืนมาได้ทุกเวลา แต่มีข้อแม้ว่าอาจต้องซ่อนฟอนต์เป็นร้อยๆ ชนิดขึ้นไปเท่านั้นนะครับถึงจะเห็นผล

ลบไฟลในถังขยะและโฟลเดอร์ Temp

อีกหนึ่งในวิธีการโบราณที่ยังคงใช้ได้อยู่จนถึงปัจจุบัน แต่กลับถูกมองข้ามจากหลายคน ตามปกติแล้วเวลาเราใช้งานอินเตอร์เน็ตทั่วๆ ไป เบราเซอร์มักจะเก็บไฟล์ต่างๆ ที่ได้จากเว็บไว้เพื่อให้เวลาเราเข้าสู่เว็บครั้งต่อไปสามารถทำได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น แต่ก็ทำให้เครื่องของเราหนักขึ้นไปโดยไม่รู้ตัว รวมทั้งไฟล์่ต่างๆ ในถังขยะด้วยที่บางครั้งเราอาจรีบมากจนลืมลบไฟล์ในนั้นทิ้ง วิธีการลบไฟล์ในโฟลเดอร์ทิ้งก็คือไปที่ C:/windows/temp แล้วลบสารพันไฟล์ขยะในนั้นทิ้งได้เลย ส่วนในถังขยะก็คงไม่ต้องบอก แต่ที่สำคัญคือแนะนำให้ Defrag ฮาร์ดดิกส์อย่างน้อยสามเดือนครั้ง เพราะจะช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลโดยระบบทำได้รวดเร็วขึ้น เพราะไฟล์ต่างๆ ถูกจัดเรียงให้เป็นระเบียบมากกว่าเดิม วิธีการคือใน My Computer ให้คลิ้กขวาเลือกฮาร์ดดิสก์ลูกที่เราใช้บู๊ตเครื่อง จากนั้นเลือก Tools แล้วกด Defrag ซะ สำหรับระยะเวลานั้นก็จะแปรผันตรงกับขนาดของฮาร์ดดิสก์และปริมาณไฟล์ ยิ่งเยอะก็ยิ่งใช้เวลานานขึ้น


Loading...