การวิจัยเรื่อง รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการคิด โรงเรียนเทศบาล 2 ชำนาญอนุเคราะห์ เทศบาลเมืองหนองคาย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาการศึกษาสภาพปัจจุบัน ความต้องการในการสร้างรูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการคิด โรงเรียนเทศบาล 2 ชำนาญอนุเคราะห์ เทศบาลเมืองหนองคาย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย 2) เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการคิด โรงเรียนเทศบาล 2 ชำนาญอนุเคราะห์ เทศบาลเมืองหนองคาย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการคิด โรงเรียนเทศบาล 2 ชำนาญอนุเคราะห์ เทศบาลเมืองหนองคาย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย และ 4) เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจต่อรูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการคิด โรงเรียนเทศบาล 2 ชำนาญอนุเคราะห์ เทศบาลเมืองหนองคาย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วยผู้บริหาร จำนวน 2 คน ครู จำนวน 20 คน รวมทั้งสิ้น 22 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างและพัฒนาขึ้นจำนวน 4 ฉบับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ด้วยค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป และวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) สำหรับข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์
ผลการวิจัย พบว่า
- สภาพปัจจุบันและความต้องการเกี่ยวกับการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการคิด โรงเรียนเทศบาล 2 ชำนาญอนุเคราะห์ เทศบาลเมืองหนองคาย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย โดยรวมอยู่ในระดับน้อย เมื่อพิจารณาโดยภาพรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดได้แก่ การปฏิบัติที่มีเป้าหมายร่วมกันเพื่อการเรียนรู้ของนักเรียน รองลงมาคือ การสร้างบรรทัดฐานและค่านิยมร่วมกัน เพื่อส่งเสริมการคิด และการร่วมมือกับเพื่อนครูเพื่อส่งเสริมการคิดของนักเรียน ส่วนความต้องการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการคิด โรงเรียนเทศบาล 2 ชำนาญอนุเคราะห์โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดได้แก่การสนทนาเพื่อสะท้อนผลการปฏิบัติงานเพื่อส่งเสริมการคิดของนักเรียน รองลงมาคือการปฏิบัติที่มีเป้าหมายร่วมกันเพื่อการคิด การสร้างบรรทัดฐานและค่านิยมร่วมกันเพื่อส่งเสริมการคิด
- ผลการพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการคิด โรงเรียนเทศบาล 2 ชำนาญอนุเคราะห์ เทศบาลเมืองหนองคาย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ประกอบด้วย 5 มิติ ดังนี้ 1) มิติด้านหนุนเสริม เติมพลัง คือ การสร้างบรรยากาศของ บุคลากร การเตรียมสภาพแวดล้อมแวดล้อมภายในให้เอื้อต่อการขับเคลื่อน และการสร้างโอกาส พื้นที่ในการเรียนรู้ร่วมกัน 2) มิติด้านวิสัยทัศน์เชิงศรัทธาร่วม คือ การสร้างทีมงาน สร้างความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางการปฏิบัติให้กับบุคลากรในสถานศึกษา กำหนดทิศทางการกำกับ ติดตาม นิเทศ ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงาน 3) มิติด้านระบบเปิดผนึกกำลังมุ่งสู่ผู้เรียน คือ การเรียนรู้ร่วมกันของบุคลากรในการพัฒนาการรู้ของผู้เรียนเป็นภาพความสำเร็จที่มุ่งหวังในการนำทางร่วมกัน 4) มิติด้านนิเทศ หนุนเสริม เติมเต็ม คือ การจัดทำแผน เครื่องมือ กำกับติดตาม นิเทศ ประเมินผล ตลอดจนเร่งรัดช่วยเหลือ และ 5) มิติด้านเก็บเกี่ยวผล สร้างพลังต่อเนื่อง คือ การสรุป รายงานการดำเนินการขับเคลื่อน การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และยกย่องเชิดชู และมีความเหมาะสมภาพรวมและรายข้ออยู่ในระดับมากที่สุด
- ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการคิด โรงเรียนเทศบาล 2 ชำนาญอนุเคราะห์ เทศบาลเมืองหนองคาย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย พบว่า ครูมีความสามารถในการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพครูโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเรียงลำดับจากมากไปน้อย คือ ด้านที่ 1 มิติด้านหนุนเสริม เติมพลัง และ ด้านที่ 2 มิติด้านวิสัยทัศน์เชิงศรัทธาร่วม ด้านที่ 3 มิติด้านระบบเปิดผนึกกำลังมุ่งสู่ผู้เรียน ที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด
- ผลการประเมินความพึงพอใจของครูต่อรูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการคิด โรงเรียนเทศบาล 2 ชำนาญอนุเคราะห์ เทศบาลเมืองหนองคาย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย โดยภาพรวมพบว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากที่สุด ทุกข้อ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ รูปแบบนี้สอดคล้องกับแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และ ข้อมูลที่ได้จากการดำเนินงานตามรูปแบบจะเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน