รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้น  โดยใช้การฝึกทักษะปฏิบัติตามหลักการของ ดี เชคโก (De Cecco)  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้น  โดยใช้การฝึกทักษะปฏิบัติตามหลักการของ ดี เชคโก (De Cecco)  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3หมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการรายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้น  โดยใช้การฝึกทักษะปฏิบัติตามหลักการของ ดี เชคโก (De Cecco)  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ชื่อเรื่อง     
ชื่อเรื่อง       รายงานผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้น  โดยใช้การฝึกทักษะปฏิบัติตามหลักการ
               ของ ดี เชคโก (De Cecco)  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ผู้ศึกษา       นายธีรพงค์  จินดาวัลย์
หน่วยงาน    โรงเรียนเทศบาล ๔ (เพาะชำ) สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครนครราชสีมา
               จังหวัดนครราชสีมา
ปีที่ศึกษา     2561
 
บทคัดย่อ
 
           การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การฝึกทักษะปฏิบัติตามหลักการของ ดี เชคโก (De Cecco) เรื่อง การฝึกทักษะปฏิบัติซ่อม
และบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพ
ตามเกณฑ์ 80/80  2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทักษะปฏิบัติซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้น ก่อนและหลังเรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การฝึกทักษะปฏิบัติ
ตามหลักการของ ดี เชคโก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจ
ในการเรียนของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้การฝึกทักษะปฏิบัติตามหลักการของ ดี เชคโก  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนเทศบาล ๔ (เพาะชำ) สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 26 คน ได้จากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster sampling) เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การฝึกทักษะปฏิบัติตามหลักการของ ดี เชคโก (De Cecco) เรื่อง การฝึกทักษะปฏิบัติซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 6 แผน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทักษะปฏิบัติการซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้น และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจในการเรียนของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมุติฐานโดยใช้ค่าที (Dependent t-test) ผลการศึกษาพบว่า 

  1. 1. ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การฝึกทักษะปฏิบัติตามหลักการ

ของ ดี เชคโก (De Cecco) เรื่อง การฝึกทักษะปฏิบัติซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่สร้างขึ้น มีประสิทธิภาพ 83.78/82.18  เป็นไปตามเกณฑ์
ที่กำหนดไว้ที่ 80/80   

  1. 2. ผลการเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทักษะปฏิบัติซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้น ที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การฝึกทักษะปฏิบัติตามหลักการ

ของ ดี เชคโก (De Cecco) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

  1. 3. ความพึงพอใจในการเรียนของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้การฝึกทักษะปฏิบัติตามหลักการของ ดี เชคโก (De Cecco) ด้านสาระการเรียนรู้ ระดับมากที่สุด ด้านการจัดกิจกรรม ระดับมากที่สุด ด้านสื่อการเรียนรู้ ระดับมาก ด้านการวัดผลและประเมินผล ระดับมาก

และด้านประสิทธิผลของรูปแบบการเรียนรู้ ระดับมาก ความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
ผู้ศึกษา       นายธีรพงค์  จินดาวัลย์
หน่วยงาน    โรงเรียนเทศบาล ๔ (เพาะชำ) สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครนครราชสีมา
               จังหวัดนครราชสีมา
ปีที่ศึกษา     2561
 
บทคัดย่อ
 
           การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การฝึกทักษะปฏิบัติตามหลักการของ ดี เชคโก (De Cecco) เรื่อง การฝึกทักษะปฏิบัติซ่อม
และบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพ
ตามเกณฑ์ 80/80  2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทักษะปฏิบัติซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้น ก่อนและหลังเรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การฝึกทักษะปฏิบัติ
ตามหลักการของ ดี เชคโก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจ
ในการเรียนของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้การฝึกทักษะปฏิบัติตามหลักการของ ดี เชคโก  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนเทศบาล ๔ (เพาะชำ) สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 26 คน ได้จากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster sampling) เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การฝึกทักษะปฏิบัติตามหลักการของ ดี เชคโก (De Cecco) เรื่อง การฝึกทักษะปฏิบัติซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 6 แผน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทักษะปฏิบัติการซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้น และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจในการเรียนของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมุติฐานโดยใช้ค่าที (Dependent t-test) ผลการศึกษาพบว่า 

  1. 1. ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การฝึกทักษะปฏิบัติตามหลักการ

ของ ดี เชคโก (De Cecco) เรื่อง การฝึกทักษะปฏิบัติซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่สร้างขึ้น มีประสิทธิภาพ 83.78/82.18  เป็นไปตามเกณฑ์
ที่กำหนดไว้ที่ 80/80   

  1. 2. ผลการเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทักษะปฏิบัติซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้น ที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การฝึกทักษะปฏิบัติตามหลักการ

ของ ดี เชคโก (De Cecco) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

  1. 3. ความพึงพอใจในการเรียนของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้การฝึกทักษะปฏิบัติตามหลักการของ ดี เชคโก (De Cecco) ด้านสาระการเรียนรู้ ระดับมากที่สุด ด้านการจัดกิจกรรม ระดับมากที่สุด ด้านสื่อการเรียนรู้ ระดับมาก ด้านการวัดผลและประเมินผล ระดับมาก

และด้านประสิทธิผลของรูปแบบการเรียนรู้ ระดับมาก ความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด