รายงานการวิจัยเรื่องการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ PADANG MODEL โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง ปีการศึกษา 2562-2563”

รายงานการวิจัยเรื่องการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ PADANG MODEL โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง ปีการศึกษา 2562-2563”หมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการรายงานการวิจัยเรื่องการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ PADANG MODEL โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง ปีการศึกษา 2562-2563”

บทคัดย่อ
          การวิจัย เรื่อง การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ PADANG MODEL โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง มีวัตถุประสงค์ดังนี้ (1) เพื่อศึกษาปัญหาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง (2) เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้โดยใช้ PADANG MODEL โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง ได้แก่ การพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านกายภาพ การพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านวิชาการ และการพัฒนาสภาพแวดล้อมการบริหารจัดการและ (3) เพื่อศึกษาผลการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ PADANG MODEL โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง ได้แก่ ผลการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านกายภาพ ผลการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านวิชาการ และผลการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านการบริหารจัดการ
          กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง ปีการศึกษา 2562-2563 ดังนี้ ปีการศึกษา 2562 กลุ่มตัวอย่างที่ 1 ที่ใช้ในการศึกษาปัญหาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง ก่อนการพัฒนา จำนวน 262 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารและครู จำนวน 52 คน และนักเรียน จำนวน 210 คน กลุ่มที่ 2   ที่ใช้ในการศึกษาการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง ก่อนการพัฒนา จำนวน 500 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารและครู จำนวน 52 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน นักเรียน จำนวน 210 คน ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 210 คน เครือข่ายองค์กร จำนวน 15 คน ปีการศึกษา 2562 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ PADANG MODEL โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง หลังการพัฒนา ปีการศึกษา 2562 (ระยะที่ 1) จำนวน 500 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารและครู จำนวน 52 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน นักเรียน 210 คน ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 210 คน และเครือข่ายองค์กร จำนวน 15 คน ปีการศึกษา 2563 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ PADANG MODEL โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง หลังการพัฒนา ปีการศึกษา 2563 (ระยะที่ 2) จำนวน 422 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารและครูจำนวน 56 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวน 13 คน นักเรียนจำนวน 169 คนผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 169 คน และเครือข่ายองค์กรจำนวน 15 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างเป็นระบบ (Systematic Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสำรวจปัญหาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้  โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง (ฉบับที่ 1) แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ PADANG MODEL โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง (ฉบับที่ 2) แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีต่อการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ PADANG MODEL โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง ปีการศึกษา 2562 (ระยะที่ 1) (ฉบับที่ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวที่มีต่อการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ PADANG MODEL  โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง ปีการศึกษา 2563 (ระยะที่ 2) (ฉบับที่ 4)  คุณภาพของเครื่องมือมีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.80-1.00 และค่าความเชื่อมั่นระหว่าง 0.91-0.94 และรวบรวมข้อมูลจากการรายงานการพัฒนาคุณภาพการศึกษา รายงานการประเมินตนเอง และสารสนเทศของโรงเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย  ค่าร้อยละ  และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
          ผลการวิจัย พบว่า
           1.ปัญหาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ PADANG MODEL โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง ปีการศึกษา 2562 มีดังนี้ (1) ปัญหาสภาพแวดล้อมด้านกายภาพและแนวทางการพัฒนา ได้แก่ ด้านอาคารสถานที่จำนวน 6 รายการ และด้านระบบเทคโนโลยีและการสื่อสาร จำนวน 4 รายการ (2) ปัญหาสภาพแวดล้อมด้านวิชาการและแนวทางการพัฒนา ได้แก่ ด้านการจัดการเรียนการสอน จำนวน 4 รายการ ด้านหลักสูตรสถานศึกษา จำนวน 4 รายการ ด้านสื่อการเรียนรู้ จำนวน 4 รายการ ด้านการวัดและประเมินผล จำนวน 3 รายการ และด้านการนิเทศการเรียนการสอน จำนวน 2 รายการ และ (3) ปัญหาสภาพแวดล้อมด้านการบริหารจัดการและแนวทางการพัฒนา ได้แก่ ด้านการพัฒนาบุคลากร จำนวน 2 รายการ และด้านการพัฒนาระบบการบริหารจัดการ จำนวน 4 รายการ

  1. ผลการดำเนินงานพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ PADANG MODEL โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง ปีการศึกษา 2562-2563 ดังนี้

              2.1 ปีการศึกษา 2562 (ระยะที่ 1) ได้แก่ (1) ผลการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านกายภาพ พบว่า มีการพัฒนาด้านอาคารสถานที่ จำนวน 6 รายการ ด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร จำนวน 5 รายการ (2) ผลการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านวิชาการ พบว่า มีการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านการจัดการเรียนการสอนจำนวน 4 รายการ ด้านหลักสูตรสถานศึกษาจำนวน 4 รายการ ด้านสื่อการเรียนการสอน จำนวน 5 รายการ ด้านการวัดและประเมินผล จำนวน 4 รายการ ด้านการนิเทศการเรียนการสอน จำนวน 2 รายการและ (3) ผลการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านการบริหารจัดการ พบว่า มีการพัฒนาด้านการพัฒนาบุคลากร จำนวน 2 รายการ และด้านระบบการจัดการ จำนวน 5 รายการ
              2.2 ปีการศึกษา 2563 (ระยะที่ 2) ได้แก่ (1) ผลการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านกายภาพ พบว่า มีการพัฒนาด้านอาคารสถานที่ จำนวน 11 รายการ และด้านระบบเทคโนโลยีและการสื่อสาร จำนวน 1 รายการ (2) ผลการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านวิชาการ พบว่า มีการพัฒนาด้านการเรียนการสอน จำนวน 7 รายการ ด้านหลักสูตรสถานศึกษา จำนวน 4 รายการ ด้านสื่อการเรียนการสอน จำนวน  4  รายการ  ด้านการวัดและประเมินผล จำนวน  4  รายการ และด้านการนิเทศการเรียนการสอน จำนวน 3 รายการ และ (3) ผลการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านการบริหารจัดการ พบว่า      มีการพัฒนาด้านการพัฒนาบุคลากร จำนวน 2 รายการ และด้านระบบการบริหาร จำนวน 4 รายการ

  1. ผลการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ PADANG MODEL โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง ปีการศึกษา 2562-2563 ดังนี้

              3.1 ผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง จากรายงานการประเมินตนเองของโรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง โดยภาพรวม ก่อนการพัฒนา ในปีการศึกษา 2562 อยู่ในระดับคุณภาพดีเลิศ และหลังการพัฒนา ในปีการศึกษา 2562 อยู่ในระดับคุณภาพดีเลิศ และปีการศึกษา 2563 อยู่ในระดับคุณภาพดีเลิศ
              3.2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้เป็นไปตามเกณฑ์ (3 ขึ้นไป) ก่อนการพัฒนาและหลังการพัฒนา  พบว่า ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการเรียน 3 ขึ้นไป โดยภาพรวม ในปีการศึกษา 2563 (หลังการพัฒนา) เฉลี่ยร้อยละ 46.15 ซึ่งสูงกว่าปีการศึกษา 2562  (ก่อนการพัฒนา) เฉลี่ยร้อยละ 38.23 และสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (ผลการเรียน 3 ขึ้นไป     ร้อยละ 65.00)
              3.3 ผลการเปรียบเทียบคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้เป็นไปตามเกณฑ์ ก่อนการพัฒนาและหลังการพัฒนา พบว่า โดยภาพรวม ก่อนการพัฒนาเป็นไปตามเกณฑ์ (ร้อยละ 93.39) และหลังการพัฒนาเป็นไปตามเกณฑ์ (ร้อยละ 97.54)   โดยค่าเฉลี่ยคุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็นไปตามเกณฑ์ หลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนา
              3.4 ผลการเปรียบเทียบสมรรถนะสำคัญตามหลักสูตรเป็นไปตามเกณฑ์ ก่อนการพัฒนาและหลังการพัฒนา พบว่า โดยภาพรวม ก่อนการพัฒนาเป็นไปตามเกณฑ์ (ร้อยละ 91.68) และหลังการพัฒนาเป็นไปตามเกณฑ์ (ร้อยละ 95.60) โดยค่าเฉลี่ยสมรรถนะสำคัญตามหลักสูตร หลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนา
              3.5 ผลการเปรียบเทียบการอ่าน เขียน และคิดวิเคราะห์ เป็นไปตามเกณฑ์ ก่อนการพัฒนาและหลังการพัฒนา พบว่า โดยภาพรวม ก่อนการพัฒนาเป็นไปตามเกณฑ์(ร้อยละ 78.94) และหลังการพัฒนาเป็นไปตามเกณฑ์ (ร้อยละ 82.06) โดยค่าเฉลี่ยการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนเป็นไปตามเกณฑ์ หลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนา
              3.6 ผลการเปรียบเทียบผลการทดสอบระดับชาติเป็นไปตามเกณฑ์ (ป.6) ก่อนการพัฒนาและหลังการพัฒนา พบว่า นักเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง มีค่าเฉลี่ยผลการทดสอบระดับชาติของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนการพัฒนา ในปีการศึกษา 2562 เฉลี่ยรวม 36.63 คะแนน และหลังการพัฒนาในปีการศึกษา 2563 เฉลี่ยรวม 42.93 คะแนน โดยค่าเฉลี่ยผลการทดสอบระดับชาติหลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนา (6.30 คะแนน) และเมื่อพิจารณาเป็นรายวิชา พบว่า มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการพัฒนาทุกรายวิชา ยกเว้นรายวิชาคณิตศาสตร์ มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าก่อนการพัฒนา
              3.7 ประสิทธิผลการพัฒนาปีการศึกษา 2562-2563 ได้แก่ (1) นักเรียนได้รับโล่รางวัลเกียรติบัตรจากการเข้าร่วมประกวดและแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ในระดับภาค จำนวน 28 รางวัล ระดับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา/จังหวัด จำนวน 34  รางวัล (2) ครูได้รับรางวัล/เกียรติบัตรในระดับชาติ จำนวน 13 รางวัลและระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา /จังหวัด จำนวน 11 รางวัล (3) ผู้บริหารได้รับเกียรติบัตรระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา/จังหวัด จำนวน 1 รางวัล (4) สถานศึกษา ได้รับรางวัล/เกียรติบัตรในระดับชาติ จำนวน 1 รางวัล และระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา/จังหวัด จำนวน 1 รางวัล
              3.8 ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีต่อการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ PADANG MODEL  โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง มีดังนี้
                     3.8.1. ปีการศึกษา 2562 (ระยะที่ 1) พบว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความพึงพอใจต่อการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ PADANG MODEL โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (`X = 4.48,S.D. = 0.16 )  เมื่อจำแนกเป็นรายด้าน พบว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากและมากที่สุด ดังนี้ การพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านวิชาการ (`X = 4.51,S.D.= 0.23 ) รองลงมา ได้แก่ การพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านการบริหารจัดการ (`X = 4.49,S.D. = 0.23 ) และการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านกายภาพ (`X = 4.44,S.D. = 0.24 ) ตามลำดับ
                     3.8.2 ปีการศึกษา 2563 (ระยะที่ 2) พบว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความพึงพอใจต่อการพัฒนาสภาพแวดล้อม ที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ PADANG MODEL โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (`X = 4.61,S.D. = 0.16 ) เมื่อจำแนกเป็นรายด้าน พบว่า  ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน ดังนี้ การพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านวิชาการ (`X = 4.65,S.D. 0.23 ) รองลงมา ได้แก่ การพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านกายภาพ (`X = 4.60,S.D. 0.20 ) และการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านการบริหารจัดการ (`X = 4.58,S.D. = 0.27 ) ตามลำดับ
                    3.8.3 ผลการเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีต่อการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ PADANG MODEL โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง ระหว่างปีการศึกษา2562 (ระยะที่ 1) และปีการศึกษา 2563 (ระยะที่ 2) พบว่า ความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีต่อการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ PADANG MODEL โรงเรียนชุมชนบ้านปาดัง โดยภาพรวมปีการศึกษา 2563 (ระยะที่ 2) เพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2562 (ระยะที่ 1) (`X = + 0.13 )