บทคัดย่อ การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานเพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ KRUTIP Model สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 3 “เทศบาลอนุสรณ์” เทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ปีการศึกษา 2563

บทคัดย่อ การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานเพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ KRUTIP Model สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 3 “เทศบาลอนุสรณ์” เทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ปีการศึกษา 2563หมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการบทคัดย่อ การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานเพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ KRUTIP Model สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 3 “เทศบาลอนุสรณ์” เทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ปีการศึกษา 2563

ชื่อเรื่อง           การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานเพื่อเสริมสร้าง
                       ทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ KRUTIP  Model  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ชื่อผู้วิจัย         นางทิพยาภรณ์  สมปอง
ปีที่วิจัย            ปีการศึกษา  2563
บทคัดย่อ
              การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานเพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ  และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้  KRUTIP  Model  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 3 “เทศบาลอนุสรณ์”  เทศบาลเมืองสุรินทร์  จังหวัดสุรินทร์  ปีการศึกษา 2563 มีวัตถุประสงค์  ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการพัฒนาการอ่าน การจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 3 “เทศบาลอนุสรณ์” เทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 2)  เพื่อสร้างและหาคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานเพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ KRUTIP Model  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตามเกณฑ์ร้อยละ 80/80  3)  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังเรียนในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ เรื่อง การอ่านเพื่อความเข้าใจ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ KRUTIP  Model สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
4) เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของนักเรียนที่เรียน เรื่อง การอ่านเพื่อความเข้าใจ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ KRUTIP  Model  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน เรื่อง การอ่านเพื่อความเข้าใจ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ KRUTIP  Model สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/4 โรงเรียนเทศบาล 3 “เทศบาลอนุสรณ์” สังกัดเทศบาลเมืองสุรินทร์ ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา  2563 จำนวน  1 ห้องเรียน  จำนวน 31 คนได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster  Random  Sampling) กำหนดระยะเวลาในการทดลอง    15  ชั่วโมง  รูปแบบของการทดลองใช้แบบแผนการทดลอง One  Group  Pre –test  Post-test Design  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์และแบบสอบถามความคิดเห็น  2)  แผนการจัดการเรียนรู้  3)  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 4)  แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่  ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
 
ผลการวิจัยพบว่า

  1. นักเรียน ครู และผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องการให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานเพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ KRUTIP  Model  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับบทความ  นิทาน  และเพลง  การออกแบบการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยตามมาตรฐานการเรียนรู้  และตัวชี้วัด ผลการปรับโครงสร้างเวลาเรียนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  โดยภาพรวมมีความต้องการเรียน  เรื่อง  การอ่านเพื่อความเข้าใจ  และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ KRUTIP  Model  เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ด้านสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรรายวิชาภาษาไทย  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  ได้แก่สาระที่ 1  การอ่าน  โดยเนื้อหาที่นำมาอ่านมีหลากหลาย  และเห็นควรให้เพิ่มการฝึกการอ่านนอกเวลา เพื่อให้นักเรียนสามารถอ่านเพื่อความเข้าใจ  และความสามารถในการคิดวิเคราะห์  สามารถสรุปความรู้  ข้อเท็จจริง  ข้อคิดเห็น  และสร้างนิสัยรักการอ่านการค้นคว้า  มีพื้นฐานด้านการคิดที่ดีทำให้การเรียนรู้มีความทันสมัย  ทันต่อเหตุการณ์  และสามารถนำไปเป็นพื้นฐานการเรียนรู้และเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
  2. ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานเพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ KRUTIP Model  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รูปแบบการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมี 6  ขั้นตอน ได้แก่  กระบวนการเรียนรู้ 6 ขั้นตอนของ KRUTIP  Model  ได้แก่ ขั้นที่ 1  K (Knowledge) ขั้นการเรียนรู้, ขั้นที่ 2 R (Reading)  ขั้นอ่านและตรวจสอบความเข้าใจ, ขั้นที่ 3 U (Understand)  ขั้นเข้าใจพร้อมปฏิบัติภาระงาน, ขั้นที่ 4 T (Team) ขั้นปฏิบัติภาระงานเป็นทีม, ขั้นที่ 5 I  (Insert)   ขั้นต่อเติมคำศัพท์ให้สมบูรณ์ และขั้นที่ 6  P (Performance)  ขั้นปฏิบัติการตีความและประเมินชิ้นงาน ผลการพัฒนาและหาประสิทธิภาพของพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานเพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ KRUTIP  Model  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  พบว่า  รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานเพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ  และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้  KRUTIP  Model  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยภาพรวม
    มีประสิทธิภาพ 87.35/86.55 (S.D. = 0.95, 0.54) มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน  80/80  
    เมื่อพิจารณารายวงจร  พบว่า  วงจรที่ 1 มีประสิทธิภาพ  86.92/85.81 (S.D. = 0.97, 0.49) วงจรที่ 2  มีประสิทธิภาพ  87.20/86.75 (S.D. = 0.93, 0.54)  และ วงจรที่ 3 มีประสิทธิภาพ87.92/87.10 (S.D. = 0.94, 0.59) ตามลำดับ มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานทุกวงจร เมื่อพิจารณารายขั้นของรูปแบบ พบว่า ขั้นที่  1-2  (K –R)  มีค่าเฉลี่ยร้อยละ  88.07 (S.D. =  0.70),  ขั้นที่ 3  (U) มีค่าเฉลี่ยร้อยละ  88.23 (S.D. =  1.02) ,  ขั้นที่ 4  (T) มีค่าเฉลี่ยร้อยละ  88.07 (S.D. =  0.99),  ขั้นที่ 5  (I )
    มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 88.07 (S.D. =  1.02),  และขั้นที่ 6  (P)มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 87.26  (S.D. =  0.96)  ตามลำดับ
  3. ผลการศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานเพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ KRUTIP  Model  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  กำหนดเกณฑ์ผ่าน 80%  ก่อนเรียน จำนวนนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ผ่านเกณฑ์  คิดเป็นร้อยละ16.13 ไม่ผ่านเกณฑ์  คิดเป็นร้อยละ 83.87  ( = 20.13  D. = 2.47)  หลังเรียน จำนวนนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์  คิดเป็นร้อยละ100.00 ( = 26.58  S.D. = 0.96) ก่อนเรียนนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เฉลี่ยร้อยละ 67.10 ( = 20.13  S.D. = 2.47) หลังเรียนนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เฉลี่ยร้อยละ 88.60 ( = 26.58  S.D. = 0.96)  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
  4. ผลการศึกษาค่าดัชนีประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานเพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ KRUTIP  Model  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  มีค่าดัชนีปนระสิทธิผล เท่ากับ  0.4529  คิดเป็นร้อยละ 45.29
  5. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 3 “เทศบาลอนุสรณ์” เทศบาลเมืองสุรินทร์  จังหวัดสุรินทร์ หลังใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานเพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้  KRUTIP  Model  พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความพึงพอใจต่อการเรียนวิชาภาษาไทย  เรื่อง การอ่านเพื่อความเข้าใจ และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้  KRUTIP  Model  ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 47 ,S.D.= 0.68)  เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมาก ถึง มากที่สุด ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ   รูปแบบการเรียนรู้ KRUTIP  Model ส่งเสริมการอ่านเพื่อความเข้าใจและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน,  รองลงมาคือนักเรียนสร้างความรู้ด้วยตนเองด้วยอาศัยความร่วมมือจากกลุ่ม  และ บรรยากาศในการเรียนการสอนมีความเป็นกันเอง ตามลำดับ