การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสุขในการเรียน วิชาสุขศึกษา ของนักเรียนโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา (อนุสรณ์ ๗๐ ปี เทศบาล)

การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสุขในการเรียน วิชาสุขศึกษา ของนักเรียนโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา (อนุสรณ์ ๗๐ ปี เทศบาล)หมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสุขในการเรียน วิชาสุขศึกษา ของนักเรียนโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา (อนุสรณ์ ๗๐ ปี เทศบาล)

ชื่อเรื่อง               การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสุขในการเรียน
                        วิชาสุขศึกษา ของนักเรียนโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา
                        (อนุสรณ์ ๗๐ ปี เทศบาล)
ผู้วิจัย                 นายพยุงศักดิ์  รักสัตย์
ตำแหน่ง             ครูชำนาญการพิเศษ
ปีการศึกษา           2562
 
บทคัดย่อ
 
        การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการที่จำเป็นในการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสุขในการเรียนวิชาสุขศึกษา 2) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสุขในการเรียนวิชาสุขศึกษา 3) เพื่อศึกษาผลการจัดรูปแบบการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสุขในการเรียนวิชาสุขศึกษา 4) เพื่อประเมินและปรับปรุงรูปแบบการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสุขในการเรียนวิชาสุขศึกษา กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา (อนุสรณ์ ๗๐ ปี เทศบาล) สำนักการศึกษา เทศบาลนครนครราชสีมา จำนวน 30 คน ที่กำลังศึกษาภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 คัดเลือกโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research  and  Development) โดยใช้แบบแผนการวิจัยแบบ One-Group Pretest –  Posttest Design สำหรับเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดรูปแบบการเรียนรู้รูปแบบการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสุขในการเรียนวิชาสุขศึกษา คู่มือการใช้รูปแบบการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสุขในการเรียนวิชาสุขศึกษาของครู แบบสังเกตพฤติกรรมความสุขในการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
                        ผลการวิจัยพบว่า

  1. 1. การสร้างรูปแบบการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสุขในการเรียนวิชาสุขศึกษา ของนักเรียนโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา (อนุสรณ์ ๗๐ ปี เทศบาล) โดยสังเคราะห์ เอกสาร  งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง  ผลการสังเคราะห์ทำให้ได้รูปแบบมีองค์ประกอบการสอน 5 ขั้นตอน ซึ่งประกอบด้วย 1) ขั้นนำ  (Introduction)  2) ขั้นปรับเปลี่ยนความคิด (Turning restructuring of ideas) 3) การสร้างความคิดใหม่ (Construction of new ideas) 4) ขั้นนำความคิดไปใช้ (Application of ideas) และ 5) ขั้นทบทวน (Review) ผลการตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบอยู่ในระดับมาก 
  2. 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการใช้รูปแบบรูปแบบการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสุขในการเรียนวิชาสุขศึกษา มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก คู่มือการใช้รูปแบบการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสุขในการเรียนวิชาสุขศึกษา ของครูมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก แบบสังเกตพฤติกรรมความสุขในการเรียนรู้ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที 1
  3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสุขในการเรียนวิชาสุขศึกษา กลุ่มทดลองมีพฤติกรรมความสุขในการเรียนรู้สูงกว่าก่อนการทดลองใช้รูปแบบการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสุขในการเรียนวิชาสุขศึกษา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
  4.        ผลการหาคุณภาพและปรับปรุงรูปแบบการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสุขในการเรียนวิชาสุขศึกษา ของนักเรียนโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา (อนุสรณ์ ๗๐ ปี เทศบาล) พบว่า การใช้รูปแบบการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสุขในการเรียนวิชาสุขศึกษา มีความเหมาะสมกับนักเรียน
    ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  และสามารถนำไปสร้างเสริมความสุขในการเรียนรู้ได้ เพราะเด็กวัยนี้เป็นวัยที่เรียนรู้ได้ง่าย เป็นสิ่งที่ควรปลูกฝังให้เกิดขึ้นในเด็กทุกคน สื่อการสอน และกิจกรรมการเรียนการสอนเหมาะสมกับวัยของเด็ก เด็กมีความกระตือรือร้นอยากที่จะเรียนรู้ และมีความสนใจในกิจกรรมเป็นอย่างดี เด็กได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง และมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับกลุ่มเพื่อน ได้แสดงความคิดเห็น เด็กกล้าแสดงออกรู้จักช่วยเหลือกัน และแบ่งปันวัสดุซึ่งกันและกัน กิจกรรมการเรียนการสอนเปิดโอกาสให้เด็กได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม การให้เด็กทำงานร่วมกับเพื่อนทำให้เด็กได้รู้บทบาทหน้าที่ของตนเองและเพื่อนในขณะทำกิจกรรม ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนมีความสุขในการเรียนรู้ ทั้ง 3 ด้าน
    ได้แก่ ความเก่ง  ความดี  และมีความสุข