%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99

%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99หมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการ%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99

การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ          เพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development)             มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2) พัฒนาและหาประสิทธิภาพรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 3) ศึกษาผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 4) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา  ปีที่ 3 โรงเรียนบัวใหญ่ที่มีต่อรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 โรงเรียนบัวใหญ่ จำนวน 34 คน ภาคเรียนที่ 2               ปีการศึกษา 2562 เป็นเวลา 16 ชั่วโมง โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2) แบบทดสอบวัดความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษ และ3) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน                 ที่มีต่อรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียน        ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (X-Bar) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน (t-test dependent) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)             ผลการวิจัยพบว่า ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน พบว่า ผู้เกี่ยวข้องเห็นความสำคัญ และต้องการให้มีการพัฒนารูปแบบ  การเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้รูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีองค์ประกอบคือ 1) หลักการ แนวคิด ทฤษฎี 2) สาระสำคัญ 3) มาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัด 4) จุดประสงค์ 5) สาระการเรียนรู้/เนื้อหาภาษา 6) กิจกรรมการเรียนรู้ มีกระบวนการเรียนรู้ 6 ขั้นตอน (E Q L C R E Model) คือ 6.1) ขั้นตรวจสอบความรู้เดิมและเร้าความสนใจ (Eliciting and Engagement : E) 6.2) ขั้นเรียนรู้            การตั้งคำถาม สงสัย ใคร่รู้ (Learning to Question : Q) 6.3) ขั้นเรียนรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Learning and Sharing : L) 6.4) ขั้นสรุปและสร้างองค์ความรู้ (Concluding Ideas : C) 6.5) ขั้นสะท้อนผลการเรียนรู้ (Reflecting : R) 6.6) ขั้นประเมินผลการเรียนรู้ (Evaluating : E) 7) บทบาทครู 8) บทบาทนักเรียน 9) สมรรถนะของผู้เรียน       10) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 11) ชิ้นงานและภาระงาน 12) แหล่งเรียนรู้ 13) การวัดและประเมินผล                     ที่ มีความเหมาะสม สอดคล้อง และมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 ผลการนำรูปแบบไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบัวใหญ่ พบว่า นักเรียน มีความรู้ ความสามารถในการอ่านภาอังกฤษ โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ   ที่ระดับ .05 ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบ อยู่ในระดับมาก