การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภูมิศาสตร์ตามทฤษฎีการสร้างความรู้เพื่อส่งเสริมการคิด อย่างมีวิจารณญาณและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภูมิศาสตร์ตามทฤษฎีการสร้างความรู้เพื่อส่งเสริมการคิด อย่างมีวิจารณญาณและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2หมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภูมิศาสตร์ตามทฤษฎีการสร้างความรู้เพื่อส่งเสริมการคิด อย่างมีวิจารณญาณและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

บทคัดย่อ
 
              การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ดังนี้  1. เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนภูมิศาสตร์ตามทฤษฎีการสร้างความรู้เพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  2.  เพื่อศึกษาประสิทธิผลเชิงประจักษ์ของรูปแบบการเรียนการสอนภูมิศาสตร์ตามทฤษฎีการสร้างความรู้เพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  ดังนี้  1) เปรียบเทียบการคิดอย่างมีวิจารณญาณก่อนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  ที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น 3)  ศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and  Development) โดยกำหนดรูปแบบการทดลองแบบกลุ่มเดียว ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้  คือ  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 3 “เทศบาลอนุสรณ์”  เทศบาลเมืองสุรินทร์  ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา  2562  จำนวน  6  ห้องเรียน  มีนักเรียนจำนวน  198  คน  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้  คือ  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  โรงเรียนเทศบาล 3 “เทศบาลอนุสรณ์”  เทศบาลเมืองสุรินทร์  ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา  2562  จำนวน 1  ห้องเรียน มีนักเรียนจำนวน  32  คน  ได้มาจากการสุ่มอย่างง่ายโดยวิธีการจับฉลากห้อง (Sample  Random  Sampling)  คือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  แบบวัดความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณและแบบสอบถามความคิดเห็น วิเคราะห์ข้อมูลสถิติที่ใช้ ได้แก่  ค่าร้อยละ  ค่าเฉลี่ย ()  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)  การทดสอบค่าที (dependent  t – test) และการวิเคราะห์เนื้อหา
            ผลการวิจัย พบว่า

  1. รูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นมีชื่อเรียกว่ารูปแบบการเรียนการสอนอีพีซีเอสอี (EPCSE)  มีองค์ประกอบ  คือ  หลักการ  วัตถุประสงค์  กระบวนการเรียนการสอน  หลักการตอบสนอง  ระบบสังคม  สิ่งสนับสนุน  สาระความรู้  และสิ่งส่งเสริมการเรียนรู้  ซึ่งกระบวนการเรียนการสอน มี 
    5  ขั้นตอน  คือ  1)  เร้าความสนใจ (Encouragement : E)  2.  ให้ความรู้และทักษะพื้นฐาน (Providing  Fundamental  Knowledge  and  Skill : P)  3.  สร้างมโนทัศน์และฝึกทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Constructing Concepts and Critical Thinking)  4. แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Sharing : S) 
    5. ตรวจสอบความรู้ความเข้าใจ (Enumeration : E) ผลการตรวจสอบความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎี  ความเป็นไปได้ของรูปแบบการเรียนการสอนอีพีซีเอสอี (EPCSE  Model)  โดยผู้เชี่ยวชาญ  พบว่า  ความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎี  มีค่าดัชนีความสอดคล้องรายข้อมีค่าระหว่าง  0.80 – 1.00  และความเป็นไปได้ของรูปแบบมีค่าดัชนีรายข้อ  มีค่าระหว่าง  0.80 – 1.00  แสดงให้เห็นว่ารูปแบบการเรียนการสอนดังกล่าว  มีความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎี และมีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้                                                             
                 2. ผลการตรวจสอบประสิทธิผลเชิงประจักษ์ของรูปแบบการเรียนการสอนภูมิศาสตร์ตามทฤษฎีการสร้างความรู้เพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  มีดังนี้                                                     

               2.1  ความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณก่อนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น พบว่า  คะแนนเฉลี่ยความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของกลุ่มตัวอย่าง  หลังเรียน ( = 44.19, S.D. = 1.09)  ซึ่งอยู่ในระดับสูง  สูงกว่าก่อนเรียน ( = 20.09  , S.D. = 2.53)   ซึ่งอยู่ในระดับต่ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 2.1  
               2.2  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น พบว่า  คะแนนเฉลี่ยที่เรียนโดยกระบวนการเรียนการสอนตามรูปแบบที่พัฒนาขึ้น  หลังเรียน ( = 26.28, S.D. = 0.77)  สูงกว่าก่อนเรียน ( = 13.84, S.D. = 1.02) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05  ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 2.2 โดยค่าเฉลี่ยของคะแนนหลังเรียนอยู่ในระดับสูง  ส่วนก่อนเรียนอยู่ในระดับต่ำ                         
               2.3  ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการรู้ตามรูปแบบการเรียนการสอนภูมิศาสตร์ตามทฤษฎีการสร้างความรู้เพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่า  โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด  ( = 4.62, S.D. = 0.48)  และเมื่อพิจารณารายด้าน  พบว่า อยู่ในระดับเห็นด้วยมากที่สุดทุกด้าน เรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย คือ ด้านประโยชน์ที่ได้รับ  ( = 4.77 , S.D. = 0.42)  ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  ( = 4.58, S.D. = 0.49)  และด้านบรรยากาศในการเรียน  ( = 4.51 S.D. = 0.50)  ตามลำดับ