การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบแสดงบทบาทสมมติเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบแสดงบทบาทสมมติเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3หมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบแสดงบทบาทสมมติเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบแสดงบทบาทสมมติเพื่อพัฒนาทักษะ
             การสื่อสารภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ผู้วิจัย    นางสาวเดือนฉาย  อำทะวงษ์
หน่วยงาน โรงเรียนซับสมบูรณ์พิทยาลัย    อำเภอโคกโพธิ์ไชย  จังหวัดขอนแก่น 
ปีที่พิมพ์ 2563
 
บทคัดย่อ
 
การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบแสดงบทบาทสมมติเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  สร้างขึ้นโดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีวัตถุประสงค์คือ  1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบแสดงบทบาทสมมติเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  2) เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบแสดงบทบาทสมมติ เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  
3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบแสดงบทบาทสมมติ เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ4) เพื่อประเมินการใช้รูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบแสดงบทบาทสมมติเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มเป้าหมายสำหรับใช้ในการวิจัย จำนวน 23 คน เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนซับสมบูรณ์พิทยาลัย  อำเภอโคกโพธิ์ไชย  จังหวัดขอนแก่น  ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)  เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย  1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 10  แผน ใช้เวลา  22  ชั่วโมง  2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ และ 3) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบแสดงบทบาทสมมติเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating Scale)  จำนวน 10 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าประสิทธิภาพ(E1 / E2) และการทดสอบสมมติฐานใช้ t – test  (Dependent Samples) สรุปผลการวิจัยตามลำดับดังนี้
 
ผลการวิจัยพบว่า

  1. จากผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน เอกสารที่เกี่ยวข้องและการสอบถามความคิดเห็นของนักเรียน พบว่าสรุปประเด็นที่นักเรียนนำเสนอได้ว่า นักเรียนส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสในการฝึกฝนการพูด  รองลงมาเป็นกิจกรรมการเรียน บทบาทของผู้เรียนมีน้อย เนื้อหาการเรียนเข้าใจยาก และสื่อประกอบการสอนไม่น่าสนใจ ซึ่งจากสภาพปัญหาดังกล่าว สิ่งที่ครูควรทำการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การส่งเสริมให้นักเรียนได้ทำการฝึกพูดและฟังภาษาอังกฤษ ทั้งในห้องเรียนหรือนอกชั้นเรียน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างทักษะดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยให้นักเรียนประสบความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษ และยังต้องมีการวิเคราะห์หลักสูตร เพื่อนำมาสร้างเป็นเนื้อหาในการเรียนที่นักเรียนเข้าใจได้ง่ายเหมาะสมกับวัยของนักเรียน ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงได้มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความสามารถในการฟังและพูดภาษาอังกฤษ จึงแก้ปัญหาไขปัญหาดังกล่าว โดยได้ทำการทบทวนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการออกแบบการเรียนรู้ให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น
  2. 2. รูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบแสดงบทบาทสมมติเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ 3 ที่สร้างขึ้นมีชื่อว่า “PSPPSD Model” มี 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบการเรียนการสอน 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบการเรียนการสอน 3) กระบวนการเรียนการสอน ซึ่งประกอบด้วยประกอบด้วย 6 ขั้นตอนดังนี้ 1) ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมสถานการณ์ (Preparing for situation : P) 2) ขั้นที่ 2 ขั้นเลือกผู้แสดง (Selection the performer : S) 3) ขั้นที่ 3 ขั้นเตรียมภาษา (Preparing the language : P) 4) ขั้นที่ 4 ขั้นเตรียมผู้สังเกตการณ์ (Preparing the observer: P) 5)ขั้นที่ 5 ขั้นแสดง (Show : S) 6) ขั้นที่ 6 ขั้นอภิปรายและสรุปผลการแสดง(Discussion and conclusion : D) 4) ระบบสังคม 5) หลักการตอบสนอง และ 6) ระบบสนับสนุนค่าประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้  E1/E2=80.43/80.55 ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ 75/75 ซึ่งยอมรับสมมติฐานการวิจัย                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                 
  3. คะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบแสดงบทบาทสมมติ เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีค่าเฉลี่ย 25.73 และ 32.21 ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนพบว่าแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  4. ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบแสดงบทบาทสมมติเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่ามีผลการประเมินความพึงพอใจต่อการเรียนภาพรวมมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.23 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.21 

           สรุปได้ว่า รูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบแสดงบทบาทสมมติเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพ ช่วยให้นักเรียนเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น ช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงตามขึ้นไปด้วย และช่วยนักเรียนให้บรรลุจุดมุ่งหมายในการวิจัยได้