%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99

%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99หมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการ%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99
0820040120 asked 6 ปี ago

ชื่อเรื่อง            การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการ ทางคณิตศาสตร์  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ชื่อผู้วิจัย        นางสาวรุจิพัชร์  หิรัญเลิศสุรกิจ ตำแหน่ง  ครู  วิทยฐานะ  ครูชำนาญการพิเศษ                    โรงเรียนเทศบาล ๑ นาเริ่งราษฎร์บำรุง  สังกัดกองการศึกษาเทศบาลตำบล                    หนองแค  อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ปีที่วิจัย                   ปีการศึกษา  2561   บทคัดย่อ                      การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา ( Research & Development ) มีวัตถุประสงค์  ดังนี้  1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2    2)  เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถม ศึกษาปีที่  2    3)   เพื่อทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอน เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  และ 4)  เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอน เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  แหล่งข้อมูล/กลุ่มเป้าหมายตามวัตถุประสงค์การวิจัยขั้นตอนที่ 1  ได้แก่  นโยบายการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช 2551  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ศาสตร์ สาระที่  1  จำนวนและการดำเนินการ    ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเอง และทฤษฏีการเรียนรู้แบบร่วมมือ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนและทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์  วิเคราะห์ความคิดเห็นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  ปีการศึกษา  2560 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน  30   คน  ประเด็นการสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการของผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 2  คน   และประเด็นการสนทนาอย่างไม่เป็นทางการของครูหัวหน้างานวิชาการโรงเรียนและครูหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ จำนวน 2  คน แหล่งข้อมูล/กลุ่มเป้าหมายตามวัตถุประสงค์การวิจัยขั้นตอนที่ 2 ได้แก่  ข้อมูลพื้นฐานที่ได้จากขั้นตอนที่ 1 ผู้เชี่ยวชาญ  จำนวน 5 คน  ตรวจสอบความเหมาะสม/สอดคล้อง  และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2560  จำนวน 30 คน  ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง  แหล่งข้อมูล/กลุ่มตัวอย่างตามวัตถุประสงค์การวิจัยขั้นตอนที่ 3 และ  4  ได้แก่  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา  2561   โรงเรียนเทศบาล  ๑ นาเริ่งราษฎ์บำรุง   สังกัดกองการศึกษาเทศบาลตำบลหนองแค  อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี จำนวน 32 คน  ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม ( Cluster  Random  Sampling )  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย   ประกอบด้วย 1) คู่มือการใช้รูปแบบการเรียน การสอน  2)  แผนการจัดการเรียนการสอน  3)   แบบทดสอบวัดทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์  4)  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ และ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้รูปแบบการเรียนการสอน  การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปและการคิดวิเคราะห์เนื้อหา ( content  analysis )  สถิติที่ใช้ได้แก่  การหาค่าเฉลี่ย  ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และค่าที ( t-test  dependent )     ผลการวิจัย   ข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  พบว่า   ข้อมูลพื้นฐานโดยภาพรวมมีความเหมาะสม/สอดคล้องและเพียงพอกับการศึกษา    เป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 1  โดยข้อมูลนโยบายการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และจุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ มีเป้าหมายการของการศึกษาเพื่อให้นำความรู้ ความเข้าใจไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ซึ่งสาระที่ 1 จำนวนและการดำเนินการ เป็นสาระที่เป็นพื้นฐานของการเรียนรู้การบวก ลบ คูณและหารซึ่งเป็นหลักการสำคัญในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และสาระที่ 6 ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะการคิดในศตวรรษที่ 21 และจากความคิดเห็นของนักเรียนก็มีความต้องการให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการกลุ่ม  ส่วนข้อมูลของผู้บริหารสถานศึกษามีความคิดเห็นว่าควรเตรียมความพร้อมผู้เรียนเข้าสู่การจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 โดยการพัฒนาทักษะการคิดให้กับนักเรียนในระดับประถมศึกษาตอนต้นเพื่อเป็นพื้นฐานการเรียนรู้ในระดับสูงขึ้นไปและครูหัวหน้างานวิชาการและครูหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์มีความคิดเห็นว่าการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์นั่นครูควรพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์เพื่อให้ผู้เรียนไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้เรียนคณิตศาสตร์ให้ประสบความสำเร็จ   ผลการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 พบว่ารูปแบบการเรียนการสอน (PCCSE  Model ) ที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยกระบวนการเรียนรู้  5 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 เตรียมความพร้อม (Preparing: P ) ขั้นตอนที่ 2 ทบทวนพื้นฐาน (Continued basic: C) ขั้นตอนที่ 3 การเชื่อมโยงเนื้อหา (Concept association: C) ขั้นตอนที่ 4 การฝึกทักษะ (Skills practice: S) และขั้นตอนที่ 5 การประเมินผล ( Evaluation : E )  มีความเหมาะสม/สอดคล้องตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ  โดยมีค่าความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ  0.92 และจากการหาประสิทธิภาพโดยนำไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา  2560  ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน  30 คน พบว่า  มีประสิทธิภาพ ( E1/E2 ) เท่ากับ 83.01/84.42   เป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 2 ผลการทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอน เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  พบว่า จากการนำรูปแบบการเรียนการสอน (PCCSE  Model ) ไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  2 ภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา  2561 โรงเรียนเทศบาล ๑ นาเริ่งราษฎ์บำรุง สังกัดกองการศึกษาเทศบาลตำบลหนองแค อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี  จำนวน 32  ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster  Random Sampling )  ใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม (Sampling  Unit ) หลังการเรียนการสอนนักเรียนมีทักษะกระบวน การทางคณิตศาสตร์สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  โดยมีค่าการทดสอบที ( t-test  dependent )  เท่ากับ 46.953  โดยก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ย ( ) เท่ากับ 30.94  และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  เท่ากับ 2.26 และหลังเรียนเท่ากับ  49.44 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.66 เป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 3  และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีค่าการทดสอบที ( t-test  dependent ) เท่ากับ 45.584 โดยมีคะแนนเฉลี่ย ( ) ก่อนเรียน  เท่ากับ  12.09   และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.23  และหลังเรียนเท่ากับ 24.69  และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  เท่ากับ 0.78   เป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 4   ผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการเรียนการสอน เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 (PCCSE Model) พบว่า หลังการจัดการเรียนการสอนนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้รูปแบบการเรียนการสอนในภาพรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมาก โดยมีคะแนนเฉลี่ย ( ) เท่ากับ  4.51 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.15  เป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 5