การพัฒนารูปแบบการสอนอ่านโดยใช้ทฤษฎีการอ่านร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

การพัฒนารูปแบบการสอนอ่านโดยใช้ทฤษฎีการอ่านร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6หมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการพัฒนารูปแบบการสอนอ่านโดยใช้ทฤษฎีการอ่านร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
suebsin asked 4 ปี ago

ชื่อผลงาน       :  การพัฒนารูปแบบการสอนอ่านโดยใช้ทฤษฎีการอ่านร่วมกับการเรียน
                     แบบร่วมมือ  เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
                    และการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
ผู้วิจัย         :  นายสืบสินธ์  แสงอรุณ  ตำแหน่ง ครู  วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ 
                   โรงเรียนประทาย  สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา
ปีการศึกษา    : 2563
 
บทคัดย่อ
 
            การพัฒนารูปแบบการสอนอ่านโดยใช้ทฤษฎีการอ่านร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือ  เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  มีวัตถุประสงค์  1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการสำหรับการพัฒนารูปแบบการสอนอ่านโดยใช้ทฤษฎีการอ่านร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือ  เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  2)  เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการสอนอ่านโดยใช้ทฤษฎีการอ่านร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือ  เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  3)  เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการสอนอ่านโดยใช้ทฤษฎีการอ่านร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือ  เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  และ 4)  เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการสอนอ่านโดยใช้ทฤษฎีการอ่านร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือ  เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/10 ภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา  2563  โรงเรียนประทาย  สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 26 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา  คือ 1)  รูปแบบการสอนอ่านโดยใช้ทฤษฎีการอ่านร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือ  เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 2)  แผนการจัดการเรียนรู้  ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้  3)  แบบทดสอบวัดความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ และ 4)  แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนอ่านโดยใช้ทฤษฎีการอ่านร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือ  เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล  ค่าร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และ การทดสอบค่าที  (t-test)  (Dependent  sample) 
 
ผลการวิจัยพบว่า

  1. ข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบันและความต้องการในการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  พบว่าการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นให้นักเรียนได้เรียนตามเนื้อหาวิชา  เน้นความรู้ความจำ  นักเรียนไม่เห็นคุณค่าของการอ่าน  ไม่ชอบอ่านหนังสือ  โดยเฉพาะเนื้อเรื่องที่มีความยาวมากเกินไป  ทำให้นักเรียนเกิดความเบื่อหน่าย  และส่งผลให้นักเรียนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจเรื่องที่อ่าน  ไม่สามารถการอ่านอย่างมีวิจารณญาณได้  จึงทำให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยต่ำลง  และขาดทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ ความต้องการจะต้องพัฒนาวิธีการอ่านโดยการฝึกฝนจนเกิดทักษะสร้างนิสัยให้รักการอ่านและเป็นนักอ่านที่ดีให้แก่นักเรียน  ช่วยเพิ่มพูนความรู้  ความคิดและประสบการณ์จากการอ่านนำไปสู่การแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์
  2. รูปแบบการสอนอ่านโดยใช้ทฤษฎีการอ่านร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือ  เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  ประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ ได้แก่  หลักการ  วัตถุประสงค์  กระบวนการจัดการเรียนรู้  สาระหลัก  ระบบสังคม  สิ่งสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ และการนำไปใช้  โดยมีขั้นตอนการเรียนรู้ 6  ขั้นตอน  ได้แก่  1. ปัญหาชวนสงสัย (questionable problem)  2. สร้างกลุ่มเรียนรู้ (Create learning group )  3. อ่านและสร้างความเข้าใจ (Read and understand) 4. ร่วมคิดแก้ปัญหา (Together to solve problems)  5. ตั้งคำถามและอภิปราย (Ask questions and discuss)  6. สรุปประเด็นและประเมิน (Summary and assessment)  ซึ่งรูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยมีประสิทธิภาพเท่ากับ  85.05/86.92
  3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการสอนอ่านโดยใช้ทฤษฎีการอ่านร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือ  เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนมีความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 
  4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนอ่านโดยใช้ทฤษฎีการอ่านร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือ  เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด