การพัฒนารูปแบบการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยบูรณาการจิตศึกษา โรงเรียนกุญชรศิรวิทย์

การพัฒนารูปแบบการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยบูรณาการจิตศึกษา โรงเรียนกุญชรศิรวิทย์หมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการพัฒนารูปแบบการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยบูรณาการจิตศึกษา โรงเรียนกุญชรศิรวิทย์

บทคัดย่อ
หัวข้องานวิจัย   การพัฒนารูปแบบการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยบูรณาการจิตศึกษา โรงเรียนกุญชรศิรวิทย์
ผู้วิจัย                       นางคุณากร บุญสาลี
หน่วยงานที่รับผิดชอบ   โรงเรียนกุญชรศิรวิทย์
ปีการศึกษา                 2562             
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการใน     การบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยบูรณาการจิตศึกษา โรงเรียนกุญชรศิรวิทย์   2) เพื่อสร้างและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยบูรณาการ  จิตศึกษา โรงเรียนกุญชรศิรวิทย์ 3) เพื่อใช้รูปแบบและศึกษาสภาพปัญหาการใช้รูปแบบการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยบูรณาการจิตศึกษา โรงเรียนกุญชรศิรวิทย์ และ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยบูรณาการจิตศึกษา โรงเรียนกุญชรศิรวิทย์ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่  ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสาร ประเด็นสนทนากลุ่ม แบบทดสอบ  แบบประเมิน และแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ การวิเคราะห์เนื้อหา            ผลการวิจัยพบว่า            การพัฒนารูปแบบการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยบูรณาการจิตศึกษา โรงเรียนกุญชรศิรวิทย์ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ผู้วิจัยนำเสนอรายละเอียด ดังนี้  การสำรวจสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการในการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนกุญชรศิรวิทย์ จากการสนทนากลุ่มของผู้บริหาร หัวหน้ากลุ่มงาน     งานกิจการนักเรียน และครูแนะแนว จำนวน 13 คน สรุปสาระสำคัญ โดยมีรายละเอียด ดังนี้                1.1 สภาพปัจจุบันในการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนกุญชรศิรวิทย์ พบว่า การบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนยังมีปัญหาในการดำเนินงานที่ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ส่งผลต่อพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์หลายอย่างของนักเรียนที่เป็นปัญหา  ทั้งต่อตัวนักเรียนเอง เพื่อน ครู  รวมถึงผู้ปกครอง โดยร่วมกันสรุปพฤติกรรมที่ควรเร่งแก้ไข 5 อันดับแรกที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อตัวนักเรียนค่อนข้างมาก และอาจส่งผลกระทบต่อการเรียน จนนักเรียนอาจต้องออกกลางคัน ได้แก่ การมาสาย หนีเรียน แต่งกายผิดระเบียบ และแสดงกิริยาไม่ดีต่อครู ซึ่งผู้ร่วมสนทนาทุกคนมองว่าระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ที่จะนำมาใช้แก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านี้ เพราะเป็นระบบที่ช่วยสอดส่องดูแลนักเรียนทั้งด้านการเรียน สุขภาพ และพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงต่างๆ ช่วยสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างครูที่ปรึกษากับนักเรียน และช่วยให้ครูรู้จักนักเรียนของตนเองมากขึ้นด้วย                                             1.2 ปัญหาในการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนกุญชรศิรวิทย์โดยสรุปปัญหาและอุปสรรคได้ดังนี้ ด้านปัจจัย คือ ครูที่ปรึกษายังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของ  ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ครูขาดความรู้ในการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน งบประมาณสนับสนุนไม่เพียงพอ ผู้ปกครองปิดบังข้อมูลบางส่วน ผู้ปกครองบางส่วนไม่ให้ความร่วมมือ ด้านกระบวนการ  คือ  กระบวนการนิเทศกำกับ ติดตามยังไม่ต่อเนื่อง กิจกรรมที่ใช้ในการส่งเสริมและแก้ไขปัญหายังไม่เพียงพอ ครูที่ปรึกษาติดต่อผู้ปกครองไม่ได้ ขาดการวิเคราะห์สภาพปัญหา กิจกรรมในขั้นที่ 3 และขั้นที่ 4 ยังไม่เพียงพอกับสภาพปัญหาของนักเรียน ด้านผลผลิต คือ  นักเรียนไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือที่ทั่วถึง ครูที่ปรึกษายังนำข้อมูลที่ได้มาใช้น้อยเกินไป และนักเรียนบางส่วนต้องออกกลางคัน                1.3 ความต้องการในการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนกุญชรศิรวิทย์ ได้แก่ ควรมีการวิเคราะห์ SWOT Analysis บริบทของโรงเรียนก่อนวางแผนในการดำเนินการ ควรเพิ่มกิจกรรมในขั้นที่ 3 และขั้นที่ 4 ให้มีความหลากหลายและมีความเหมาะสมในการแก้ปัญหาหรือส่งเสริมพฤติกรรมของนักเรียน ผู้บริหารควรมีการนิเทศ กำกับ ติดตามการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ และงานกิจการนักเรียน เป็นคณะกรรมการทีมนำ ควรมีความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้สำเร็จ และบุคลากรทุกคน ทุกฝ่ายควรให้ความร่วมมือและตระหนักถึงความสำคัญของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนกุญชรศิรวิทย์ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ 7 ท่าน พบว่า                2.1  ความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎี ผลการตรวจสอบ พบว่า ค่าดัชนีความสอดคล้องความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎีรายข้อ มีค่า 1.00 ทุกข้อ และค่าดัชนีความสอดคล้องความเป็นไปได้ มีค่าระหว่าง 0.80 – 1.00                2.2  ความสอดคล้องของรูปแบบ ผลการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า ค่าดัชนีความสอดคล้องรายข้อมีค่า 1.00 ทุกข้อ                2.3  ความเหมาะสมของรูปแบบ ผลการตรวจสอบ พบว่า ค่าดัชนีความสอดคล้องรายข้อมีค่าระหว่าง 0.80 – 1.00                  2.4  ความเหมาะสมของคู่มือการใช้ ผลการตรวจสอบ พบว่า ค่าดัชนีความสอดคล้องรายข้อมีค่าระหว่าง 0.80 – 1.00 การทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยบูรณาการ        จิตศึกษา โรงเรียนกุญชรศิรวิทย์                3.1  ผลการทดสอบความรู้ความเข้าใจของผู้บริหารและครู เกี่ยวกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และจิตศึกษา ผู้เข้าประชุมสัมมนามีความรู้ความเข้าใจก่อนและหลังการประชุมสัมมนาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5                3.2  ผลการประเมินความสามารถในการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยบูรณาการจิตศึกษา พบว่า ค่าเฉลี่ย โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( m  = 4.53 )                 3.3  ความคิดเห็นของที่มีต่อพฤติกรรมนักเรียนหลังใช้รูปแบบบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยบูรณาการจิตศึกษา พบว่า ค่าเฉลี่ยระดับพฤติกรรมหลังใช้รูปแบบโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.55)                3.4  ประเมินความคิดเห็นของ ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาที่มีต่อรูปแบบการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยบูรณาการกระบวนทัศน์จิตศึกษา พบว่า ค่าเฉลี่ยโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.53)                                  3.5  ความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดย  บูรณาการจิตศึกษา พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด ( = 4.57) การประเมินรูปแบบการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยบูรณาการจิตศึกษา โรงเรียนกุญชรศิรวิทย์ พบว่า ผลการประเมินมาตรฐาน ของรูปแบบการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยบูรณาการจิตศึกษา ค่าเฉลี่ยโดยภาพรวม พบว่า มาตรฐานรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด (m = 4.54)