ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL)
เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ผู้วิจัย นงลักษณ์ จูมสีมา
หน่วยงาน โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ
ปีที่พิมพ์ 2565
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน และความต้องการที่จำเป็นของ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับการจัด
การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2) พัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบ
สืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เพื่อส่งเสริม
ความสามารถในการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับการจัด
การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4) ประเมินความพึงพอใจและปรับปรุงรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็น
ฐาน (PBL) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยระยะ
ที่ 1 เป็นการศึกษาข้อมูลจากการสัมภาษณ์ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์จำนวน 17 คน และ
สอบถามความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/5 จำนวน 40 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา
2564 ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ
ระยะที่ 3 ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 จำนวน 40 คน ที่กำลังศึกษาภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ได้มาโดย
วิธีการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) และระยะที่ 4 ประเมินและปรับปรุงรูปแบบ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้
2) แบบสัมภาษณ์ 3) แบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหา จำนวน 20 ข้อ 4) แบบทดสอบวัด
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 40 ข้อ 5) แบบทดสอบวัดจิตนิสัยทางคณิตศาสตร์ 6) แบบสัมภาษณ์
แบบกึ่งโครงสร้างในประเด็นเกี่ยวกับแนวคิดของนักเรียนในการทำแบบทดสอบวัดจิตนิสัยทาง
คณิตศาสตร์7) แบบสอบถามความพึงพอใจ จำนวน 20ข้อ และ 8) แบบสอบถามความเหมาะสมของ
รูปแบบ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าสถิติค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ข
ผลการวิจัยพบว่า
1. สภาพความต้องการและความจำเป็น นักเรียน ครูและผู้เกี่ยวข้องมีความคิดเห็นเกี่ยวกับ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับการ
จัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียน
อยู่ในระดับมากที่สุด
2. ผลการพัฒนารูปแบบ แบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ 1) ผลการพัฒนารูปแบบ ประกอบด้วย (1)
แนวคิด ทฤษฎีหลักการ (2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ (3) กระบวนการจัดการเรียนรู้(4) ผลที่ผู้เรียน
ได้รับจากการเรียนตามรูปแบบ และ (5) ข้อเสนอแนะในการนำรูปแบบไปใช้2) ผลการพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ ด้วยรูปแบบ ที่สร้างขึ้นมีค่าประสิทธิภาพ
81.16/80.06 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ 80/80
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบ แบ่งเป็น 1) ค่าประสิทธิภาพของรูปแบบ เท่ากับ 82.17/81.38
ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถใน
การแก้ปัญหาของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน 2.1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาคณิตศาสตร์
เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมี
นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2.2) ความสามารถในการแก้ปัญหา รายวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง
อัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3)จิตนิสัยทางคณิตศาสตร์ของนักเรียน แบ่งเป็น 3.1) การวัดจิตนิสัยทาง
คณิตศาสตร์ด้วยแบบทดสอบวัดจิตนิสัยทางคณิตศาสตร์ พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีจิตนิสัยทาง
คณิตศาสตร์อยู่ในระดับ 3 ใน 5 ด้าน และระดับ 2 ใน 3 ด้าน 3.2) ผลจากการสัมภาษณ์ในด้านที่ 1
และด้านที่ 7 พบว่า มีความสอดคล้องกับแบบทดสอบในกลุ่มนักเรียนที่อยู่ในระดับ 3 แต่นักเรียนที่อยู่
ในระดับ 2 จากแบบทดสอบเมื่อทำการสัมภาษณ์พบว่า นักเรียนอยู่ในระดับ 3
4. ผลการประเมินและปรับปรุงรูปแบบ แบ่งเป็น 1) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบ
พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก และ 2) ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ พบว่า โดยรวมอยู่
ในระดับมากที่สุด
การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้หลังจากได้ทำการทดลองใช้แผนการจัดการเรียนรู้แล้ว
ได้พบข้อควรปรับปรุงของแผนการจัดการเรียนรู้ให้มีความเหมาะสมในการนำไปใช้ในการจัดกิจกรรม
การเรียนในครั้งต่อไป ในแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14-16 บทประยุกต์ต้องมีสื่อการเรียนรู้ที่เป็นสื่อ
ดิจิทัล เทคโนโลยีให้เห็นเพิ่มเข้าไป และการนำเรื่องดังกล่าวเชื่อมโยงในชีวิตประจำวัน และนำเสนอให้
นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้มีการปรับใบกิจกรรม ใบงานและแบบทดสอบท้ายแผนแต่ละแผนให้กระชับ
และไม่มากจนเกินไป
HomeQuestionsการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1