การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น (Active Learning) ร่วมกับชุดการสอนคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หาร เศษส่วน เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น (Active Learning) ร่วมกับชุดการสอนคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หาร เศษส่วน เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5หมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น (Active Learning) ร่วมกับชุดการสอนคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หาร เศษส่วน เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

หัวข้องานวิจัย   การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น (Active Learning)ร่วมกับชุดการสอนคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หาร เศษส่วน เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผู้วิจัย             นางสาวขนิษฐา คล้ายแดง ปีการศึกษา       2562   บทคัดย่อ การวิจัยเรื่องการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น (Active Learning)ร่วมกับชุดการสอนคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หาร เศษส่วน เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development)มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น (Active Learning) ร่วมกับชุดการสอนคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารเศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น (Active Learning) ร่วมกับชุดการสอนคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หาร เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3) ทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น (Active Learning) ร่วมกับชุดการสอนคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หาร เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 4) ประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น (Active Learning) ร่วมกับชุดการสอนคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หาร เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 2 คน ครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์และผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดทำนวัตกรรมทางการศึกษา จำนวน 8 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาล ๑ ทรงพลวิทยา ปีการศึกษา 2561 จำนวน 30 คน และปีการศึกษา 2562 จำนวน 32 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม และแบบวิเคราะห์เอกสาร 2) เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินผลรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบสังเกตทักษะกระบวนการและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แบบสอบถามความพึงพอใจ และแบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย () ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) ผลการวิจัยพบว่า การศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้พบว่า โดยภาพรวมเห็นด้วยกับวิธีการสอนแบบ Active Learning เนื้อหาควรใช้ตามหลักวิชาที่สอดคล้องกับมาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เนื้อหาควรมีความละเอียด แบ่งเนื้อหาออกเป็นเรื่อง ๆ ชุดการสอนควรมีลักษณะเป็นสื่อประสมที่มีความหลากหลาย การวัดผลควรมีทั้งแบบทดสอบ แบบสังเกตพฤติกรรม และการตอบคำถามปากเปล่า มีแหล่งอ้างอิงในการสืบค้นเนื้อหาข้อมูลทางวิชาการ เพื่อให้นักเรียนสามารถค้นคว้าเพิ่มเติมได้ การจัดการเรียนรู้ควรจัดแบบกลุ่ม นักเรียนส่วนใหญ่ให้ความสนใจ และสามารถส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจได้จริง การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า องค์ประกอบหลักของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ 1) แผนการสอน รูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น (Active Learning) 2) ชุดการสอนคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หาร เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 4 ชุด 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนประจำหน่วยการเรียนรู้ ผลการประเมินคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญ มีความเหมาะสมในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อนำไปหาประสิทธิภาพรายบุคคล แบบกลุ่มเล็ก และแบบภาคสนาม ได้ประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 68.33/70.00, 79.31/79.44 และ 83.25/84.25 ตามลำดับ การทดลองใช้ รูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น (Active Learning) ร่วมกับชุดการสอนคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หาร เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นักเรียนร้อยละ 59.38 มีทักษะกระบวนการและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในภาพรวม อยู่ในระดับดีมาก และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด การประเมินผลและปรับปรุง พบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้ มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 87.37/88.75 และนักเรียนร้อยละ 87.50 เห็นด้วยกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น (Active Learning) ร่วมกับชุดการสอนคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หาร เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5