การพัฒนาความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้เทคนิค 4W1H ร่วมกับผังมโนทัศน์

การพัฒนาความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้เทคนิค 4W1H ร่วมกับผังมโนทัศน์หมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการพัฒนาความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้เทคนิค 4W1H ร่วมกับผังมโนทัศน์

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)  ศึกษาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้การอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ โดยใช้เทคนิค 4W1H ร่วมกับผังมโนทัศน์ ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิค 4W1H ร่วมกับผังมโนทัศน์ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค 4W1H ร่วมกับผังมโนทัศน์ กลุ่มตัวอย่างของการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/3 โรงเรียนบัวใหญ่ อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมาภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 35 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบเป็นกลุ่มโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้การอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้เทคนิค 4W1H ร่วมกับผังมโนทัศน์ จำนวน 16 แผนแบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการอ่านจับใจความโดยใช้เทคนิค 4W1H ร่วมกับผังมโนทัศน์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย (X-bar) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าทีแบบไม่อิสระ (t-test แบบ dependent-samples)
ผลการวิจัยพบว่า 

  1. แผนการจัดการเรียนรู้การอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้เทคนิค 4W1H ร่วมกับผังมโนทัศน์ มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 83.89/82.79 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
  2. ค่าเฉลี่ยของความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค 4W1H ร่วมกับผังมโนทัศน์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมด้วยการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ           ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้เทคนิค 4W1H ร่วมกับผังมโนทัศน์ อยู่ในระดับมากที่สุด (X-bar = 4.51, S.D. = 0.72)