บทคัดย่อ ชื่อเรื่อง การขับเคลื่อนโครงการสถานศึกษาสีขาว ด้วยนวัตกรรม DEK-D สีขาว MODEL ตามแนวทางยุทธศาสตร์ ๕ ประการ และกลยุทธ์ ๔ ต้อง ๒ ไม่ และ ๗ มาตรการของโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด และอบายมุข ชื่อผู้ทำวิจัย นางมารีน่า สะนี นางสาวทรัยนุง มะเด็ง ปีการศึกษา ๒๕๖๖ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (๑.) เพื่อขับเคลื่อนโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด และอบายมุข ด้วยนวัตกรรม DEK-D สีขาว MODEL ตามแนวทางยุทธศาสตร์ ๕ ประการ และกลยุทธ์ ๔ ต้อง ๒ ไม่ ๗ มาตรการของโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติด และอบายมุขให้เข้มแข็ง ต่อเนื่อง ยั่งยืน อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล (๒.) เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียน ให้เป็นคนที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ มีคุณธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต เป็นคนดี มีวินัย มีทักษะความสามารถในศตวรรษที่ ๒๑ ห่างไกลจากยาเสพติด แอลกอฮอล์ สื่อลามกอนาจาร เกมส์ออนไลน์ การพนัน และการทะเลาะวิวาท มีภูมิคุ้มกัน มีทักษะชีวิต และตระหนักรู้ที่ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับ ยาเสพติด สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และ (๓.) เพื่อประเมินความพึงพอใจการขับเคลื่อนโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด และอบายมุข ด้วยนวัตกรรม DEK-D สีขาว MODEL ตามแนวทางยุทธศาสตร์ ๕ ประการ และกลยุทธ์ ๔ ต้อง ๒ ไม่ และ ๗ มาตรการของโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอด ยาเสพติด และอบายมุข ตามการประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และความพึงพอใจตามความคิดเห็นของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียนคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เครือข่ายสถานศึกษาสีขาว ตัวแทนผู้ปกครอง/ชุมชน ปีการศึกษา ๒๕๖๖ จำนวน ๕๓ คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่น .๙๗ สถิติที่ใช้ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่านักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณา เป็นรายด้านปรากฏว่าด้านคุณธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต ด้านการเป็นคนดี มีวินัย อยู่ในระดับมาก และอันดับสุดท้าย ด้านการมีทักษะความสามารถในศตวรรษที่ ๒๑ อยู่ในระดับปานกลาง ส่วนผลการประเมินความพึงพอใจขับเคลื่อนโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด และอบายมุข ด้วยนวัตกรรม DEK-D สีขาว MODEL ตามแนวทางยุทธศาสตร์ ๕ ประการ และกลยุทธ์ ๔ ต้อง ๒ ไม่ และ ๗ มาตรการของโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด และอบายมุขให้เข้มแข็ง ต่อเนื่อง ยั่งยืน อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านปรากฏว่า ด้านการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมแก้ไข ปรับปรุง พัฒนาโครงการสถานศึกษาสีขาว/กิจกรรมห้องเรียนสีขาว ให้เข้มแข็ง ต่อเนื่อง และยั่งยืน อยู่ในระดับมาก และอันดับสุดท้าย ด้านการออกแบบแนวทางมาตรการป้องกันและปราบปราม อยู่ในระดับปานกลาง ผลการประมวลข้อเสนอแนะ โดยเรียงจากความถี่สูงสุดในแต่ละด้าน ดังนี้ ด้านมาตรการ ทั้ง ๗ มาตรการ มาตรการที่ ๑ ควรกำหนดนโยบาย “สถานศึกษาปลอดบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” ของสถานศึกษาอย่างครบถ้วน มาตรการที่ ๒ การบริหารจัดการในสถานศึกษาปลอดบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรมีส่วนร่วมจากผู้เกี่ยวข้อง มาตรการที่ ๓ การจัดสภาพแวดล้อมเพื่อสถานศึกษาปลอดบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรเน้นความปลอดภัย มาตรการที่ ๔ การสอดแทรก เรื่องบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในการเรียนการสอนและกิจกรรมนอกหลักสูตร ควรจัดครบ ทุกชั้นเรียน มาตรการที่ ๕ การมีส่วนร่วมของนักเรียนในการขับเคลื่อนสถานศึกษาปลอดบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรมีแกนนำเพิ่มขึ้น มาตรการที่ ๖ การดูแลช่วยเหลือนักเรียนไม่ให้สูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรช่วยเหลือทั่วถึง มาตรการที่ ๗ การมีกิจกรรมร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับชุมชน ควรเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ด้านโครงการสถานศึกษาสีขาว/กิจกรรมห้องเรียนสีขาว ปลอดยาเสพติด และอบายมุข ควรส่งเสริมเน้นการป้องกัน นวัตกรรม DEK-D สีขาว MODEL ควรออกแบบให้ทันสมัย ด้านยุทธศาสตร์ ๕ ประการ ได้แก่ มาตรการด้านการป้องกัน มาตรการด้านการค้นหา มาตรการด้านการรักษา มาตรการด้านการเฝ้าระวัง มาตรการด้านการบริหารจัดการ ควรกำกับติดตามอย่างใกล้ชิด ด้านกลยุทธ์ ๔ ต้อง ๒ ไม่ โดยต้องมียุทธศาสตร์ ต้องมีแผนงาน ต้องมีระบบข้อมูล ต้องมีเครือข่าย และ ๒ ไม่ ไม่ปกปิดข้อมูล ไม่ไล่นักเรียนออก ควรปฏิบัติอย่างจริงจัง และกำกับติดตามอย่างใกล้ชิด