คำนำรายงาน คือข้อความสั้นก่อนเข้าเนื้อหา บอกว่ารายงานเรื่องอะไร ทำเพื่ออะไร ครอบคลุมสิ่งใด และหวังว่าผู้อ่านจะได้ประโยชน์อย่างไร หากมีผู้ช่วยเหลือจึงขอบคุณตามจริงได้ ไม่ต้องใช้ถ้อยคำยาวหรือกล่าวอ้างผลงานที่ไม่ได้ทำ รูปแบบหน้ากระดาษ ลำดับหน้า และการลงชื่อให้ยึดข้อกำหนดของครูผู้สอน โรงเรียน หรือหน่วยงานก่อน
บทความนี้มีสูตรเขียน 4 ส่วน ตัวอย่าง 3 สถานการณ์ และเช็กลิสต์สำหรับปรับเป็นงานจริง ตัวอย่างทั้งหมดเป็น ข้อความแต่งเพื่อสาธิต ไม่ใช่รายงานหรือผลงานของโรงเรียนใด

คำนำควรมีอะไรบ้าง
- หัวข้อและเหตุผล: รายงานเรื่องอะไร เหตุใดจึงศึกษา จัดกิจกรรม หรือจัดทำ
- ขอบเขต: เนื้อหาหรือกิจกรรมหลักที่ผู้อ่านจะพบ ไม่ต้องยกสารบัญทั้งเล่มมาใส่
- ประโยชน์ที่คาดหวัง: ผู้อ่านจะใช้ความรู้หรือผลสรุปอย่างไร ให้สัมพันธ์กับเนื้อหาจริง
- คำขอบคุณและชื่อผู้จัดทำ: ใส่เมื่อมีผู้ช่วยเหลือจริง และจัดชื่อ/วันที่ตามรูปแบบที่ผู้สอนกำหนด
ใบความรู้การเขียนรายงานของ DLTV ยกที่มา จุดประสงค์ วิธีค้นคว้า ผู้ร่วมงาน และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับเป็นสาระที่อาจกล่าวในคำนำ ส่วน ห้องสมุดโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา อธิบายว่าคำนำบอกขอบข่าย เหตุที่เลือกเรื่อง และจุดมุ่งหมาย จึงไม่จำเป็นต้องยัดทุกหัวข้อในทุกงาน ให้เลือกเฉพาะที่ตรงรายงาน
คำนำ บทนำ และคำขอบคุณ ต่างกันอย่างไร
| ส่วน | ตอบคำถามหลัก | ควรยาวแค่ไหน |
|---|---|---|
| คำนำ | รายงานนี้ทำเรื่องอะไรและผู้อ่านจะได้อะไร | สั้นพอให้เห็นภาพรวม โดยยึดรูปแบบที่กำหนด |
| บทนำ | ปัญหา ที่มา วัตถุประสงค์ ขอบเขต และวิธีดำเนินงานคืออะไร | อธิบายรายละเอียดตามโจทย์งาน |
| กิตติกรรมประกาศ/คำขอบคุณ | ใครช่วยงานและช่วยด้านใด | แยกหน้าเมื่อรูปแบบรายงานกำหนด มิฉะนั้นกล่าวสั้น ๆ ในคำนำได้ |
ใบความรู้ของ สพฐ. อธิบายบทนำว่าเป็นส่วนกล่าวความสำคัญหรือสาเหตุ วัตถุประสงค์ ขอบเขต ขั้นตอน วิธีการและประโยชน์ จึงควรแยกบทนำที่ลงรายละเอียดออกจากคำนำที่พาผู้อ่านเห็นภาพรวม
สูตรร่างคำนำ 4 ประโยค
รายงานเรื่อง [ชื่อเรื่อง] จัดทำขึ้นเพื่อ [จุดประสงค์ที่ทำจริง] โดยศึกษา/ดำเนินงานเกี่ยวกับ [ขอบเขต 2–3 เรื่อง] ผู้จัดทำหวังว่าข้อมูลนี้จะช่วย [ประโยชน์ที่สอดคล้องกับเนื้อหา] และขอขอบคุณ [ผู้ช่วยเหลือและสิ่งที่ช่วย หากมี]
ใช้เป็นโครงร่างก่อน แล้วปรับเป็นภาษาของตนเอง ไม่ต้องคัดลอกทุกคำ หากไม่ได้มีการทดลองหรือเก็บข้อมูล อย่าเขียนว่า “ผลการวิจัยพิสูจน์แล้ว”
ตัวอย่างที่ 1: คำนำรายงานนักเรียนเรื่องการคัดแยกขยะ
รายงานเรื่องการคัดแยกขยะในโรงเรียนจัดทำขึ้นเพื่อศึกษาประเภทขยะที่พบในห้องเรียนและแนวทางแยกขยะก่อนทิ้ง ผู้จัดทำรวบรวมข้อมูลจากการสังเกตจุดทิ้งขยะและเอกสารที่เกี่ยวข้อง แล้วสรุปวิธีแยกขยะที่เพื่อนนักเรียนสามารถทำตามได้ หวังว่ารายงานนี้จะช่วยให้ผู้อ่านเห็นขั้นตอนที่นำไปใช้ในห้องเรียนได้จริง ผู้จัดทำขอขอบคุณครูผู้สอนที่ให้คำแนะนำในการเรียบเรียงรายงาน
ปรับก่อนส่ง: หากงานจริงไม่ได้สังเกตจุดทิ้งขยะ ให้เปลี่ยนวิธีค้นคว้าให้ตรงสิ่งที่ทำ และระบุชื่อแหล่งข้อมูลไว้ในบรรณานุกรม ไม่ใช้ตัวอย่างนี้แทนผลงานจริง
ตัวอย่างที่ 2: คำนำรายงานกิจกรรมของครู
รายงานการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านภาคเรียนที่ 1 จัดทำขึ้นเพื่อสรุปการดำเนินงาน ปัญหาที่พบ และข้อเสนอสำหรับการจัดกิจกรรมครั้งต่อไป เนื้อหาประกอบด้วยวัตถุประสงค์ วิธีจัดกิจกรรม จำนวนผู้เข้าร่วมตามหลักฐานที่บันทึกไว้ และผลสะท้อนจากนักเรียน ผู้จัดทำหวังว่ารายงานนี้จะช่วยให้คณะครูใช้ข้อมูลปรับกิจกรรมให้เหมาะกับผู้เรียนมากขึ้น ขอขอบคุณผู้ร่วมจัดกิจกรรมและผู้ให้ข้อมูลตามที่ระบุในรายงาน
ปรับก่อนส่ง: เติมชื่อกิจกรรม ช่วงเวลา และผลที่มีหลักฐานจริง อย่าใช้คำว่า “สำเร็จตามเป้าทุกข้อ” หากรายงานยังไม่แสดงผลรองรับ
ตัวอย่างที่ 3: คำนำรายงานวิจัยในชั้นเรียน
รายงานการพัฒนาการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายปัญหาที่พบ วิธีปรับกิจกรรมการอ่าน และผลที่สังเกตได้จากชิ้นงานของผู้เรียน รายงานแสดงข้อมูลตั้งต้น ขั้นตอนการดำเนินงาน หลักฐานก่อนและหลังปรับการสอน ตลอดจนข้อจำกัดที่ต้องติดตามต่อ ผู้จัดทำหวังว่าผลการทบทวนครั้งนี้จะช่วยวางแผนสอนรอบถัดไปได้ตรงกับความต้องการของผู้เรียน
ปรับก่อนส่ง: ใช้เฉพาะเมื่อทำกระบวนการและเก็บหลักฐานจริง ดู โครงร่างรายงานวิจัยในชั้นเรียน เพื่อเขียนส่วนผลและข้อจำกัดต่อจากคำนำ
เช็กลิสต์ก่อนส่งคำนำ
- ชื่อเรื่องในคำนำตรงกับปกและเนื้อหารายงาน
- จุดประสงค์และวิธีดำเนินงานเป็นสิ่งที่ทำจริง
- ข้อความไม่คัดลอกจากตัวอย่างจนขัดกับงานของตน
- ขอบคุณเฉพาะผู้ช่วยจริงและสะกดชื่อถูกต้อง
- ใช้รูปแบบการลงชื่อ วันที่ และลำดับหน้าตามที่ผู้สอนหรือหน่วยงานกำหนด
จัดหน้าเล่มต่อด้วย หน้าปกรายงานพร้อมไฟล์ Word และ ส่วนประกอบของรายงาน โดยตรวจว่าคำนำ สารบัญ บทนำ และบรรณานุกรมอยู่ครบตามโจทย์งาน
คำถามที่พบบ่อย
คำนำต้องลงชื่อและวันที่ไหม
ให้ยึดรูปแบบของครูผู้สอนหรือหน่วยงานเป็นหลัก ตัวอย่างหลายแบบลงชื่อผู้จัดทำและวันที่ท้ายคำนำ แต่ไม่ควรกล่าวว่าเป็นกฎเดียวสำหรับรายงานทุกประเภท
คำนำต้องมีคำขอบคุณหรือไม่
ไม่จำเป็นทุกงาน หากมีผู้ช่วยเหลือจริงและไม่ได้แยกกิตติกรรมประกาศ สามารถกล่าวขอบคุณสั้น ๆ ได้
เขียนคำนำก่อนหรือหลังทำรายงาน
ร่างไว้ก่อนเพื่อกำหนดทิศทางได้ แต่ควรตรวจและแก้เป็นขั้นตอนท้าย ๆ หลังรู้ว่ารายงานมีเนื้อหาและผลอะไรจริง จะได้ไม่สัญญาเกินเนื้อหา