
แนวทางเงินอุดหนุนการศึกษา ปีงบประมาณ 2570 เป็นเอกสารที่ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบงานการเงิน พัสดุ และงานข้อมูลนักเรียนควรอ่านร่วมกัน เพราะการได้รับงบประมาณ การจ่ายเงินให้ผู้เรียน และการเก็บหลักฐานตรวจสอบเชื่อมโยงกันทุกขั้นตอน ครูเชียงรายสรุปสาระสำคัญจากเอกสารของสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พร้อมจุดตรวจสอบก่อนนำไปปฏิบัติ
ข้อควรรู้ก่อนอ่าน: ปีงบประมาณ 2570 ในแนวทางฉบับนี้ครอบคลุมการจัดสรรสำหรับภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569 และภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2570 จึงไม่ควรนำอัตรารวมสองภาคเรียนไปใช้เป็นอัตราต่อภาคเรียน หรือเข้าใจว่าเอกสารกล่าวถึงปีการศึกษา 2570 ทั้งปี
แนวทางเงินอุดหนุนการศึกษา 2570 ครอบคลุมใครบ้าง
เอกสารกำหนดแนวทางสำหรับหน่วยงานในสังกัด สพฐ. ตั้งแต่ระดับส่วนกลาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ไปจนถึงสถานศึกษา โดยเป้าหมายรวมถึงนักเรียนที่มีข้อมูลในระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล (DMC) และผู้เรียนที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัวและสถานประกอบการ ทั้งนี้ โรงเรียนทั่วไป โรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ โรงเรียนการศึกษาพิเศษ และศูนย์การศึกษาพิเศษมีรายละเอียดบางส่วนแตกต่างกัน โดยภาคผนวกระบุว่าศูนย์การศึกษาพิเศษได้รับการสนับสนุนจากโครงการนี้ 4 รายการ ได้แก่ หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน จึงต้องเลือกใช้เกณฑ์ให้ตรงประเภทสถานศึกษาและผู้เรียน ไม่นำอัตราของโรงเรียนทั่วไปไปคำนวณแทนทุกกรณี (หน้า 2–5 และภาคผนวกหน้า 43–47)
สรุปเงินสนับสนุน 5 รายการ พร้อมอัตราที่ควรรู้
1. ค่าจัดการเรียนการสอน
รายการนี้ประกอบด้วยเงินอุดหนุนรายหัว เงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน และเงินอุดหนุนค่าอาหารนักเรียนประจำพักนอน ซึ่งแต่ละส่วนมีเงื่อนไขเฉพาะ ไม่ใช่สิทธิที่นักเรียนทุกคนจะได้รับครบทุกส่วน
เฉพาะเงินอุดหนุนรายหัวสำหรับสถานศึกษาทั่วไป อัตราต่อคนในภาคเรียนที่ 2/2569 และ 1/2570 เท่ากัน ดังนี้
- ก่อนประถมศึกษา ภาคเรียนละ 1,020 บาท รวมสองภาคเรียน 2,040 บาท
- ประถมศึกษา ภาคเรียนละ 1,140 บาท รวมสองภาคเรียน 2,280 บาท
- มัธยมศึกษาตอนต้น ภาคเรียนละ 2,100 บาท รวมสองภาคเรียน 4,200 บาท
- มัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนละ 2,280 บาท รวมสองภาคเรียน 4,560 บาท
ตัวเลขนี้ไม่รวมเงินเพิ่มเติมสำหรับโรงเรียนที่เข้าเกณฑ์ และไม่ใช่อัตราสำหรับการจัดการศึกษาโดยครอบครัว สถานประกอบการ หรือหลักสูตร ปวช. เงินรายหัวเป็นงบสำหรับสถานศึกษาจัดการเรียนการสอน ไม่ใช่เงินสดที่ต้องจ่ายให้ผู้ปกครองตามจำนวนดังกล่าว (หน้า 5–7)
2. ค่าหนังสือเรียน
สนับสนุนหนังสือเสริมประสบการณ์ระดับก่อนประถมศึกษา หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน และแบบฝึกหัดตามที่แนวทางกำหนด อัตราเป็นบาทต่อคนต่อปี และแตกต่างรายชั้น เช่น ก่อนประถมศึกษา 200 บาท ป.1 จำนวน 656 บาท ป.6 จำนวน 859 บาท ม.1 จำนวน 808 บาท และ ม.4 จำนวน 1,384 บาท ผู้จัดซื้อควรเปิดตารางหน้า 18 ตรวจสอบทุกระดับชั้นก่อนรวมวงเงิน ไม่ใช้อัตราเดียวกันทั้งช่วงชั้น
การคัดเลือกและจัดซื้อต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เมื่อรับหนังสือแล้วต้องลงบัญชีวัสดุและมีหลักฐานการแจกจ่าย แนวทางระบุให้นักเรียนทุกคนได้รับหนังสือใหม่โดยไม่เรียกเก็บคืน พร้อมส่งเสริมให้ดูแลหนังสืออย่างคุ้มค่า (หน้า 19–25)
3. ค่าอุปกรณ์การเรียน
อัตราต่อคนต่อภาคเรียน ได้แก่ ก่อนประถมศึกษา 145 บาท ประถมศึกษา 220 บาท และมัธยมศึกษาตอนต้นกับมัธยมศึกษาตอนปลาย 260 บาท โดยอัตราในภาคเรียนที่ 2/2569 และ 1/2570 เท่ากัน รวมสองภาคเรียนเป็น 290 บาท 440 บาท และ 520 บาทตามลำดับ
สถานศึกษาจ่ายเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีให้นักเรียนหรือผู้ปกครองตามขั้นตอน โดยต้องได้รับครบจำนวนที่จัดสรร และติดตามใบเสร็จหรือบิลเงินสด หากไม่มีให้ใช้แบบหลักฐานยืนยันการจัดหาตามเอกสารแนบท้ายคู่มือ (หน้า 26–27)
4. ค่าเครื่องแบบนักเรียน
อัตราที่ระบุสำหรับภาคเรียนที่ 1/2570 มีหน่วยเป็นบาทต่อคนต่อปี ได้แก่ ก่อนประถมศึกษา 325 บาท ประถมศึกษา 400 บาท มัธยมศึกษาตอนต้น 500 บาท และมัธยมศึกษาตอนปลาย 550 บาท จึงไม่ควรนำตัวเลขนี้ไปคูณสองโดยถือว่าเป็นอัตรารายภาคเรียน (หน้า 28)
ผู้ปกครองหรือนักเรียนสามารถถัวจ่ายระหว่างค่าเครื่องแบบกับค่าอุปกรณ์การเรียนได้ตามแนวทาง หากมีชุดนักเรียนเพียงพอแล้ว สามารถจัดหาสิ่งจำเป็นอื่นตามรายการที่อนุญาต เช่น รองเท้า ถุงเท้า ชุดลูกเสือหรือชุดกีฬา ส่วนค่าเครื่องแบบเพิ่มเติมสำหรับผู้เรียนยากจน เป็นอีกส่วนที่มีเกณฑ์คัดกรองและรายชื่อผู้มีสิทธิเฉพาะ ไม่ใช่เงินเพิ่มสำหรับนักเรียนทุกคน โรงเรียนควรตรวจข้อมูลและบัญชีจัดสรรก่อนแจ้งสิทธิ (หน้า 29–31)
5. ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
อัตราต่อคนต่อภาคเรียน ได้แก่ ก่อนประถมศึกษา 285 บาท ประถมศึกษา 315 บาท มัธยมศึกษาตอนต้น 590 บาท และมัธยมศึกษาตอนปลาย 630 บาท รวมสองภาคเรียนเป็น 570 บาท 630 บาท 1,180 บาท และ 1,260 บาทตามลำดับ (หน้า 32)
สถานศึกษาต้องจัดทำโครงการให้ครอบคลุมกิจกรรมวิชาการ กิจกรรมคุณธรรมจริยธรรมและกิจกรรมลูกเสือที่เกี่ยวข้อง ทัศนศึกษา และบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและความปลอดภัยของผู้เรียน จุดที่ควรระวังคือกิจกรรมบริการ ICT ในรายการนี้ห้ามนำไปจัดซื้อครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง จึงต้องแยกประเภทค่าใช้จ่ายให้ถูกต้องก่อนดำเนินการ (หน้า 32–33)
การจัดสรรงบประมาณ: ทำไมรอบแรกจึงจัดสรรเพียงร้อยละ 70
แนวทางหน้า 34 กำหนดการจัดสรรภาคเรียนละสองครั้ง รอบแรกใช้ฐานข้อมูลนักเรียนที่กำหนดเพื่อจัดสรรร้อยละ 70 และรอบถัดไปจัดสรรเพิ่มเติมให้ครบตามจำนวนนักเรียนปัจจุบันที่รายงานและยืนยันแล้ว โดยภาคเรียนที่ 2/2569 ใช้ข้อมูลวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ในรอบแรก ก่อนปรับตามข้อมูลวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 ส่วนภาคเรียนที่ 1/2570 ใช้ข้อมูลเดิมวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 ตามวิธีเลื่อนชั้นและประมาณนักเรียนเข้าใหม่ ก่อนปรับตามข้อมูลวันที่ 10 มิถุนายน 2570 ทั้งนี้ การโอนเงินประจำงวดขึ้นอยู่กับวงเงินที่สำนักงบประมาณอนุมัติ
กรณีเงินจัดสรรเบื้องต้นยังไม่ครบตามนักเรียนจริง คู่มือกำหนดลำดับยืมเงินเพื่อให้จัดหนังสือ อุปกรณ์ และเครื่องแบบได้ครบ โดยใช้ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนก่อน แล้วจึงค่าจัดการเรียนการสอนหากยังไม่เพียงพอ เมื่อได้รับจัดสรรเพิ่มต้องส่งใช้คืนรายการเดิม รายละเอียดกรณีนักเรียนลดลงและเงินไม่พอคืนต้องอ่านเงื่อนไขหน้า 34 โดยตรง ไม่ควรตีความว่าโรงเรียนย้ายเงินข้ามรายการได้อย่างเสรี
เช็กลิสต์สำหรับครูการเงิน พัสดุ และผู้บริหารสถานศึกษา
- ตรวจนักเรียนกับบัญชีจัดสรร ให้ตรงประเภทและระดับชั้น ยืนยัน DMC ตามรอบ และตรวจผู้ย้ายเข้า ย้ายออก หรือไม่มีตัวตนจริงก่อนจ่าย
- ตรวจยอดเงินโอนและแยกทะเบียนคุม เทียบยอดในบัญชีกับหนังสือแจ้งจัดสรร ออกใบเสร็จ และแยกทะเบียนตามปีงบประมาณและรายการ
- ใช้แผนที่ได้รับความเห็นชอบ ให้แผนปฏิบัติการและโครงการผ่านคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานก่อนดำเนินการ และใช้จ่ายสอดคล้องกับแผน
- เก็บหลักฐานให้ครบเส้นทาง ตั้งแต่การรับเงิน การจัดซื้อและตรวจรับ การแจกหนังสือ การรับหรือโอนเงิน จนถึงใบเสร็จหรือหลักฐานยืนยันการจัดหา
- ประสานเมื่อย้ายโรงเรียน หากนักเรียนรับเงินแล้ว โรงเรียนต้นทางต้องแจ้งรายการและหลักฐานการจ่ายให้โรงเรียนปลายทางทราบ
- ติดตามเงินคงเหลือและรายงาน แยกกรณีนักเรียนลดลง โครงการยังไม่เสร็จ หรือโครงการสิ้นสุด เพราะมีวิธีและเงื่อนไขส่งคืนต่างกัน พร้อมรายงานผลผ่านระบบที่คู่มือกำหนด
เช็กลิสต์ข้างต้นสรุปจากหน้า 7–9, 22, 26–29 และ 34–39 ควรอ่านร่วมกับหนังสือแจ้งจัดสรรของโรงเรียนและคำสั่งที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช้บทสรุปแทนเอกสารเบิกจ่าย
กำหนดเวลาสำคัญที่ควรบันทึกไว้
- ยืนยันข้อมูล DMC รอบวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 และ 10 มิถุนายน 2570 ภายในวันที่กำหนดของแต่ละรอบ
- ค่าอุปกรณ์การเรียนภาคเรียนที่ 2/2569 และค่าอุปกรณ์การเรียนกับค่าเครื่องแบบภาคเรียนที่ 1/2570: ปฏิทินกำหนดให้จ่ายภายใน 30 วันนับถัดจากวันเปิดภาคเรียน
- จัดหนังสือให้นักเรียนทุกคนก่อนวันที่ 17 พฤษภาคม 2570 ตามปฏิทินในคู่มือ
- รายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณของสถานศึกษารอบแรกภายในเดือนมิถุนายน 2570 และรอบสองภายในเดือนตุลาคม 2570
กำหนดเวลาอ้างอิงหน้า 38–39 สถานศึกษาควรตรวจหนังสือแจ้งเพิ่มเติมจากต้นสังกัดควบคู่กัน โดยเฉพาะรายละเอียดการรับโอนเงินและการดำเนินการของแต่ละรายการ
ดาวน์โหลดแนวทางเงินอุดหนุนการศึกษา ปีงบประมาณ 2570
อ่านหน้ารายการเอกสารของสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือดาวน์โหลดแนวทางฉบับเต็ม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (PDF) เพื่อดูอัตราทุกระดับชั้น เงื่อนไขเฉพาะ และแบบฟอร์มประกอบ
แหล่งข้อมูล: แนวทางการดำเนินงานตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. เลขหน้าในบทความหมายถึงเลขหน้าที่พิมพ์ในเอกสาร ไม่ใช่ลำดับหน้าของโปรแกรมอ่าน PDF บทความนี้เป็นการสรุปเพื่อช่วยอ่านเอกสาร ไม่ทดแทนหลักเกณฑ์ หนังสือแจ้งจัดสรร หรือการตรวจสอบกับหน่วยงานต้นสังกัด