ขั้นตอนหยุด สังเกต ปรับ และติดตามพฤติกรรมในชั้นเรียน ขั้นตอนหยุด สังเกต ปรับ และติดตามพฤติกรรมในชั้นเรียน

จัดการชั้นเรียนอย่างไรเมื่อนักเรียนคุย ไม่ทำงาน หรือไม่ร่วมกิจกรรม

แนวทางจัดการชั้นเรียนจากสาเหตุจริง ปรับคำสั่ง งาน เวลา สิ่งแวดล้อม และการช่วยเหลือ ก่อนใช้ผลตามข้อตกลงอย่างสงบและสม่ำเสมอ

จัดการชั้นเรียนอย่างไรเมื่อนักเรียนคุย ไม่ทำงาน หรือไม่ร่วมกิจกรรม

เมื่อนักเรียนคุย ไม่ทำงาน หรือไม่ร่วมกิจกรรม ครูควรหยุดดูสาเหตุก่อนว่าเกิดจากคำสั่งไม่ชัด งานยากหรือง่ายเกินไป เวลารอนาน ความสัมพันธ์ในกลุ่ม ความเหนื่อย หรือพฤติกรรมที่ต้องกำกับ จากนั้นใช้การเตือนสั้น ปรับเงื่อนไข และให้ผลตามข้อตกลงอย่างสงบ ไม่ควรเริ่มด้วยการประจานหรือเพิ่มโทษทันที

การจัดการชั้นเรียนที่ดีทำให้นักเรียนรู้ว่าต้องทำอะไร ขอความช่วยเหลืออย่างไร และจะเกิดอะไรเมื่อไม่ทำตามข้อตกลง

ป้องกันก่อนเกิดปัญหา

ทำกิจวัตรให้คาดเดาได้

กำหนดวิธีเริ่มคาบ รับอุปกรณ์ เปลี่ยนกิจกรรม ส่งงาน และจบคาบให้สม่ำเสมอ เมื่อนักเรียนไม่ต้องรอคำสั่งใหม่ทุกครั้ง เวลาว่างที่ทำให้เกิดเสียงคุยจะลดลง

ให้คำสั่งสั้นและตรวจความเข้าใจ

บอกทีละขั้น แสดงตัวอย่าง และให้นักเรียนทวนสิ่งที่ต้องทำ ไม่ถามเพียง “เข้าใจไหม” เพราะหลายคนอาจตอบตามเพื่อน ควรมีคำสั่งบนกระดานหรือจุดที่ย้อนดูได้

ออกแบบงานให้เริ่มได้

ข้อแรกควรช่วยให้นักเรียนเข้าสู่งาน หากงานก้อนใหญ่ ให้แบ่งเป็นช่วงและมีจุดตรวจ งานที่ยากเกินไปทำให้หลีกเลี่ยง ส่วนงานง่ายซ้ำอาจทำให้คุยเพราะเสร็จเร็ว

เมื่อนักเรียนคุยระหว่างสอน

หยุดใกล้จุดที่คุย ใช้สัญญาณที่ตกลงไว้ หรือเรียกความสนใจทั้งห้องโดยไม่เอ่ยชื่อก่อน หากยังเกิดซ้ำ ให้เตือนสั้นเป็นส่วนตัวว่าเวลานี้ต้องทำอะไรและจะคุยได้เมื่อใด

ตรวจด้วยว่าครูพูดยาวเกินไปหรือมีช่วงรอหรือไม่ การสลับให้นักเรียนคิด เขียน หรือคุยตามโจทย์ช่วยเปลี่ยนพลังการสนทนาให้เป็นส่วนของบทเรียน

เมื่อนักเรียนไม่เริ่มทำงาน

เข้าไปถามคำถามเฉพาะ เช่น “ติดที่คำสั่งหรือข้อแรก” แทน “ทำไมไม่ทำ” ให้เด็กเลือกขั้นเริ่มที่เล็ก เช่น อ่านโจทย์ ขีดคำสำคัญ หรือทำข้อแรกกับครู แล้วถอยให้ลองต่อ

หากปฏิเสธต่อเนื่อง ให้ใช้ผลตามข้อตกลงของห้องอย่างสงบและบันทึกเพื่อติดตาม ไม่ต่อรองยาวกลางคาบจนทั้งห้องหยุดเรียน

ขั้นตอนหยุด สังเกต ปรับ และติดตามพฤติกรรมในชั้นเรียน

เมื่อนักเรียนไม่ร่วมกิจกรรมกลุ่ม

ตรวจว่าบทบาทชัดหรือไม่ เด็กมีทักษะที่งานต้องใช้หรือไม่ และกลุ่มปลอดภัยสำหรับเขาหรือไม่ กำหนดบทบาทที่เห็นผลงาน เช่น ผู้บันทึก ผู้ตรวจหลักฐาน หรือผู้นำเสนอช่วงสั้น ไม่ใช้คำว่า “ช่วยกันทำ” โดยไม่มีความรับผิดชอบรายคน

บางคนอาจต้องเริ่มจากงานคู่หรือบทบาทเล็กก่อน ไม่ควรบังคับให้นำเสนอหน้าห้องทันทีหากเป้าหมายไม่ได้วัดการพูดต่อสาธารณะ

ลำดับการตอบสนองที่ไม่ทำให้เรื่องใหญ่ขึ้น

  1. ใช้สัญญาณหรือการเข้าใกล้
  2. เตือนพฤติกรรมที่คาดหวังสั้น ๆ
  3. เสนอความช่วยเหลือหรือทางเลือกจำกัด
  4. ใช้ผลตามข้อตกลงอย่างสม่ำเสมอ
  5. คุยส่วนตัวหลังช่วงสำคัญของคาบ
  6. บันทึกและประสานเมื่อเกิดซ้ำ

หลีกเลี่ยงการประชด เปรียบเทียบ ขู่แบบทำไม่ได้จริง หรือหยุดทั้งห้องเพื่อโต้ตอบกับนักเรียนคนเดียว

หลังคาบต้องติดตามอะไร

จดบริบท พฤติกรรม วิธีที่ใช้ และผล ตรวจว่าปัญหาเกิดเฉพาะวิชา เวลา เพื่อน หรือชนิดงานหรือไม่ หากเกิดซ้ำให้ชวนนักเรียนวางเป้าหมายที่เห็นได้และกำหนดวันติดตาม

อ่านแนวเขียนข้อมูลที่ บันทึกพฤติกรรมนักเรียน และวิธีปรับงานสำหรับ นักเรียนต่างระดับ

การจัดกิจกรรม อำนวยความสะดวก และจัดบรรยากาศที่ส่งเสริมกระบวนการคิดกับทักษะชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของ มาตรฐานตำแหน่งครู ว3/2564

สรุป

การจัดการชั้นเรียนไม่ใช่การทำให้ห้องเงียบตลอดเวลา แต่คือทำให้เวลาส่วนใหญ่ถูกใช้เพื่อเรียนรู้ เมื่อเกิดปัญหาให้ดูสาเหตุ เตือนสั้น ช่วยให้เริ่มงาน ใช้ข้อตกลงอย่างสม่ำเสมอ และติดตามเป็นรายกรณีโดยไม่ลดศักดิ์ศรีนักเรียน

คำถามที่พบบ่อย

นักเรียนคุยตลอดควรย้ายที่นั่งไหม

ใช้ได้เป็นการปรับสภาพแวดล้อมชั่วคราว แต่ควรตรวจสาเหตุและติดตาม ไม่ใช้การย้ายเป็นการประจานหรือคำตอบเดียวทุกครั้ง

ควรหักคะแนนพฤติกรรมเมื่อนักเรียนไม่ทำงานหรือไม่

ให้ยึดเกณฑ์และแนวทางของโรงเรียน คะแนนผลการเรียนควรสะท้อนสิ่งที่กำหนดไว้อย่างโปร่งใส ไม่ควรใช้แทนการลงโทษโดยพลการ

ทำอย่างไรเมื่อเตือนแล้วนักเรียนโต้เถียง

ตอบสั้น รักษาน้ำเสียง และนัดคุยส่วนตัวหลังช่วงสำคัญ หากมีความเสี่ยงหรือรุนแรงให้ขอความช่วยเหลือตามระบบโรงเรียน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *