
ประวัติวันสงกรานต์แบบย่อ
วันสงกรานต์ คือประเพณีวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติของไทย ซึ่งตรงกับวันที่ 13-15 เมษายนของทุกปี เป็นช่วงเวลาที่ประชาชนจะหยุดพักผ่อน เดินทางกลับบ้าน ทำบุญ กราบไหว้ผู้ใหญ่ และร่วมกิจกรรมสาดน้ำอย่างสนุกสนาน โดยคำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสกฤต “สังกรานตะ” แปลว่า “การเคลื่อนย้าย” หมายถึงการเคลื่อนย้ายของดวงอาทิตย์จากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ เป็นสัญญาณเริ่มต้นปีใหม่ตามจารีตไทย
ดอกไม้อะไรเป็นดอกไม้ประจำเทศกาลสงกรานต์
ดอกไม้ที่นิยมใช้ในช่วงสงกรานต์ คือ “ดอกมะลิ” และ “ดอกกุหลาบ” เพราะสื่อถึงความบริสุทธิ์ ความกตัญญู และความรักที่มีต่อผู้ใหญ่ โดยเฉพาะดอกมะลิ มักนำมาใส่น้ำอบเพื่อใช้รดน้ำดำหัวในประเพณีสงกรานต์ ซึ่งเป็นกิจกรรมแสดงความเคารพต่อผู้สูงอายุในครอบครัว นอกจากนี้ในบางภาคยังใช้ดอกปีบ ดอกลำดวน หรือดอกจำปี ประกอบพิธี
คำว่า “สงกรานต์” หมายถึงอะไร
คำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสกฤตว่า “สังกรานตะ” ซึ่งหมายถึง การก้าวผ่านหรือการย้ายตำแหน่ง ในเชิงจักรราศีหมายถึงวันที่ดวงอาทิตย์โคจรย้ายจากราศีหนึ่งสู่อีกราศีหนึ่ง โดย “วันมหาสงกรานต์” (13 เมษายน) เป็นวันย้ายเข้าสู่ราศีเมษ ซึ่งในอดีตถือเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่
ความหมายของคำว่า “สงกรานต์” ในบริบทของวัฒนธรรมไทย
ในวัฒนธรรมไทย “วันสงกรานต์” เป็นช่วงเวลาของความรัก ความสามัคคี และความเคารพนบนอบ ลูกหลานจะรดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ ทำบุญตักบาตร ล้างพระพุทธรูปเพื่อเสริมสิริมงคล สาดน้ำเพื่อความชุ่มฉ่ำ สื่อถึงการชำระล้างสิ่งไม่ดีออกไป เป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดีของปี
คำกล่าวขอขมาผู้ใหญ่ในวันสงกรานต์
คำกล่าวขอพรหรือขอขมาในวันสงกรานต์นั้น มักเป็นถ้อยคำที่สุภาพและจริงใจ เช่น
“กราบเรียนคุณพ่อคุณแม่/คุณตาคุณยาย/คุณครูที่เคารพ ลูกขอกราบขอพรเนื่องในวันสงกรานต์ ขอให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ลูกหลานไปนาน ๆ หากลูกได้เคยล่วงเกินหรือทำสิ่งใดให้ท่านไม่สบายใจ ลูกขออโหสิกรรมและขอขมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ/ค่ะ”
ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดมายาวนาน สะท้อนถึงค่านิยมเรื่องความกตัญญูของคนไทย
อ้างอิง: https://www.culture.go.th