พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 สรุปครบ ฉบับเตรียมสอบครูผู้ช่วย

พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 คือกฎหมายที่กำหนดให้เด็กอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดถึงย่างเข้าปีที่สิบหก ต้องเข้าเรียนในสถานศึกษาจนจบการศึกษาภาคบังคับเก้าปี มีทั้งหมด 20 มาตรา กำหนดหน้าที่ผู้ปกครอง อำนาจเจ้าหน้าที่ และบทลงโทษ เป็นกฎหมายที่ออกสอบบ่อยในสนามสอบครูผู้ช่วย

ที่มาของกฎหมายฉบับนี้

พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2545 มีผลยกเลิกพระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2523 ทันที เหตุผลคือ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้การศึกษาภาคบังคับขยายจากระดับประถมศึกษาเดิม เป็นเก้าปีเต็ม (ป.1 ถึง ม.3) จึงต้องมีกฎหมายเฉพาะมารองรับ

นิยามคำสำคัญตามมาตรา 4

มาตรา 4 กำหนดนิยามศัพท์ที่ข้อสอบชอบถามไว้ดังนี้

  • การศึกษาภาคบังคับ — การศึกษาชั้นปีที่หนึ่งถึงชั้นปีที่เก้าของการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ป.1–ม.3)
  • สถานศึกษา — สถานศึกษาที่จัดการศึกษาภาคบังคับ
  • ผู้ปกครอง — บิดามารดา หรือบิดาหรือมารดาซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือผู้ปกครองตามกฎหมายแพ่ง หรือบุคคลที่เด็กอาศัยอยู่ด้วยเป็นประจำ
  • เด็ก — เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่เก้าแล้ว

จุดที่ข้อสอบชอบเล่นคำคือช่วงอายุของ “เด็ก” ต้องจำว่าเป็น ย่างเข้าปีที่เจ็ดถึงย่างเข้าปีที่สิบหก ไม่ใช่ “7 ขวบเต็มถึง 15 ขวบเต็ม” ตามที่หลายคนเข้าใจผิด

หน้าที่ของเขตพื้นที่การศึกษาและผู้ปกครอง

มาตรา 5 กำหนดให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องประกาศรายละเอียดการส่งเด็กเข้าเรียน และแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 ปี

มาตรา 6 กำหนดให้ผู้ปกครองมีหน้าที่ส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา โดยสถานศึกษามีอำนาจผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนหรือหลังเกณฑ์อายุได้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด

อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ และหน้าที่ของผู้ที่ไม่ใช่ผู้ปกครอง

มาตรา 7 ถึงมาตรา 10 ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานที่ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือเวลาทำการ เพื่อตรวจสอบการเข้าเรียนของเด็ก โดยต้องแสดงบัตรประจำตัวทุกครั้ง

มาตรา 11 กำหนดว่าผู้ใดไม่ใช่ผู้ปกครอง แต่มีเด็กในวัยการศึกษาภาคบังคับมาอาศัยอยู่ด้วย ต้องแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่เด็กมาอยู่ในความดูแล

เด็กที่มีความต้องการพิเศษ

มาตรา 12 กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการศึกษาเป็นพิเศษสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารและการเรียนรู้ หรือเด็กพิการ ทุพพลภาพ เด็กที่ไม่มีผู้ดูแล หรือด้อยโอกาส เพื่อประกันโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา

บทลงโทษ (มาตรา 13–16)

มาตราฐานความผิดโทษปรับ
13ผู้ปกครองไม่ส่งเด็กเข้าเรียนตามมาตรา 6ไม่เกิน 1,000 บาท
14ไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่เกิน 1,000 บาท
15กระทำให้เด็กไม่ได้เรียนโดยปราศจากเหตุอันสมควรไม่เกิน 10,000 บาท
16ไม่แจ้งตามมาตรา 11 หรือแจ้งข้อมูลเท็จไม่เกิน 10,000 บาท

ข้อสอบชอบเอาตัวเลขโทษปรับ 1,000 บาท กับ 10,000 บาท มาสลับกันระหว่างมาตรา ต้องจำคู่กันว่ามาตราไหนคู่กับโทษเท่าไหร่

บทเฉพาะกาลและผู้รักษาการ

มาตรา 17–19 เป็นบทเฉพาะกาลช่วงเปลี่ยนผ่าน ให้กฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศเดิมยังใช้บังคับต่อไปได้เท่าที่ไม่ขัดแย้งกับกฎหมายฉบับนี้ ส่วนมาตรา 20 กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

สรุปประเด็นที่ออกสอบบ่อย

  • นิยาม “เด็ก” ตามมาตรา 4 = ย่างเข้าปีที่เจ็ด ถึง ย่างเข้าปีที่สิบหก
  • พ.ร.บ.ฉบับนี้ยกเลิก พ.ร.บ.ประถมศึกษา พ.ศ. 2523
  • ผู้ปกครองมีหน้าที่ส่งเด็กเข้าเรียนตามมาตรา 6
  • ผู้ที่ไม่ใช่ผู้ปกครองต้องแจ้งภายใน 1 เดือนตามมาตรา 11
  • โทษปรับมี 2 ระดับ คือ ไม่เกิน 1,000 บาท และไม่เกิน 10,000 บาท
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รักษาการ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 นิยาม “เด็ก” ไว้อย่างไร?

เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับแล้ว ตามมาตรา 4

ผู้ปกครองที่ไม่ส่งเด็กเข้าเรียนมีโทษอย่างไร?

ตามมาตรา 13 มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

ผู้ที่ไม่ใช่ผู้ปกครองแต่มีเด็กมาอาศัยอยู่ด้วย ต้องทำอย่างไร?

ต้องแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่เด็กมาอยู่ในความดูแล ตามมาตรา 11 หากไม่แจ้งหรือแจ้งเท็จ มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาทตามมาตรา 16

พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ยกเลิกกฎหมายฉบับใด?

ยกเลิกพระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2523

อ้างอิง

บทความนี้เป็นการสรุปเนื้อหาเพื่อช่วยทบทวนและเตรียมสอบครูผู้ช่วย ไม่ใช่การรับประกันผลสอบ ผู้อ่านควรตรวจสอบตัวบทกฎหมายฉบับเต็มประกอบด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *