ระบบ DPA (Digital Personnel Assessment) คือระบบการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในรูปแบบดิจิทัล ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยสำนักงาน ก.ค.ศ. (คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา) เพื่อใช้ในการประเมินและพัฒนาวิชาชีพครูอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ระบบนี้เกิดขึ้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.3/ว 9 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2564
ที่มาและหลักการสำคัญของระบบ DPA
การพัฒนาระบบ DPA มีรากฐานมาจากหลายแนวคิดสำคัญที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย โดยมีหลักการหลักดังนี้
ยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายการศึกษา
ระบบ DPA ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนโฉมบทบาท “ครู” จากครูสอนเป็น “โค้ช” หรือ “ผู้อำนวยการเรียนรู้” ที่ทำหน้าที่กระตุ้น สร้างแรงบันดาลใจ แนะนำวิธีเรียนรู้ และออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียน
นอกจากนี้ แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. 2561-2565) ได้มุ่งเน้นกิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้ครูมีสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ มีความศรัทธาในวิชาชีพ และสามารถพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง โดยมีการปรับปรุงระบบการประเมินการปฏิบัติงานและการเลื่อนวิทยฐานะ
กรอบแนวคิดจากงานวิจัย
สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้นำผลการสังเคราะห์ความคิดเห็นจากนักวิชาการและผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องมากำหนดเป็นกรอบแนวคิดสำคัญ โดยมีหัวใจสำคัญ 4 ประการ ได้แก่
Back to School – คุณภาพการศึกษาต้องเริ่มที่ห้องเรียน การปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกสายงานต้องมีความสอดคล้องเชื่อมโยงกัน มีการทำงานเป็นทีม มีเป้าหมายร่วมกันคือยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาผู้เรียน
Focus on Classroom – การประเมินให้ดูที่ผลการปฏิบัติงานของครูในห้องเรียน ดูที่สมรรถนะในการปฏิบัติงานจริง (Teacher Performance) แผนการจัดการเรียนรู้ (Powerful Pedagogies) และผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน (Students Outcomes)
Teacher as a Key of Success – ครูเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้การศึกษาประสบความสำเร็จ ครูต้องมีการพัฒนาให้มีสมรรถนะในการปฏิบัติงานสูงขึ้นตามระดับการปฏิบัติที่คาดหวังตามตำแหน่งและวิทยฐานะ
School as an Organization – การจัดระบบการบริหารการจัดการในสถานศึกษาต้องมุ่งเน้นงานหลักของครูและผู้อำนวยการสถานศึกษา ลดความซ้ำซ้อนในการประเมิน และสร้างระบบสนับสนุนแบบออนไลน์
วัตถุประสงค์ของระบบ DPA
ระบบ DPA ถูกออกแบบมาเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์หลายประการที่สำคัญ ได้แก่
เสริมสร้างความเข้มแข็งวิชาชีพครู
ระบบ DPA มุ่งเน้นให้ครูได้พัฒนาตนเองให้มีศักยภาพสูงขึ้นตามระดับวิทยฐานะ โดยทำให้กระบวนการพัฒนาเกิดขึ้นจากกระบวนการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ คุณลักษณะประจำวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสมรรถนะที่สำคัญตามหลักสูตร
เชื่อมโยงการประเมินเข้าด้วยกัน
ระบบนี้สร้างความเชื่อมโยงบูรณาการ (Alignment and Coherence) ในระบบการประเมินวิทยฐานะ การประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อการเลื่อนเงินเดือน และการประเมินเพื่อคงวิทยฐานะ โดยใช้ตัวชี้วัดเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อนและงบประมาณในการประเมิน
ลดภาระด้านเอกสาร
การนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นการลดภาระการจัดทำเอกสาร ประหยัดงบประมาณในการประเมิน และทำให้ระบบการประเมินโดยรวมมีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพและคล่องตัวยิ่งขึ้น
สร้างข้อมูลเพื่อบริหารงานบุคคล
ระบบ DPA ช่วยสร้าง Big Data ในการบริหารงานบุคคลในหลายมิติ และสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประโยชน์ของระบบ DPA
ระบบ DPA นำมาซึ่งประโยชน์หลากหลายแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนี้
ต่อผู้เรียน
ผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาจากครูที่มีคุณภาพสูงขึ้น เพราะครูจะต้องมุ่งเน้นการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นหลักในการประเมิน ทำให้ผู้เรียนได้รับการดูแลและพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม
ต่อครู
ครูได้รับการพัฒนาวิชาชีพอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง มีเส้นทางความก้าวหน้าที่ชัดเจน ลดภาระงานเอกสารที่ไม่จำเป็น และได้รับการประเมินที่โปร่งใสและเป็นธรรม ครูจะได้ทราบจุดแข็งและจุดที่ควรพัฒนาในแต่ละปี ทำให้มีแนวทางในการพัฒนาตนเองที่ชัดเจน
ต่อสถานศึกษา
ผู้บริหารและครูเข้าถึงห้องเรียนมากขึ้น ได้รับทราบสภาพปัญหาและความต้องการของแต่ละห้องเรียน สามารถนำมากำหนดแผนพัฒนาสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
โครงสร้างของระบบประเมิน
ระบบ DPA ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 2 ส่วนหลัก ได้แก่
การจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement: PA)
ข้าราชการครูทุกคนต้องจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานกับผู้บังคับบัญชาทุกปีงบประมาณ โดยข้อตกลงประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง และส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
การประเมินเพื่อขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ
เมื่อครูมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ สามารถยื่นขอรับการประเมินผ่านระบบ DPA โดยมีการประเมิน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านที่ 1 ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน ด้านที่ 2 ด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน และด้านที่ 3 ด้านผลงานทางวิชาการ (สำหรับวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญและครูเชี่ยวชาญพิเศษ)
ระบบ DPA จึงเป็นระบบที่ถูกออกแบบมาอย่างรอบคอบเพื่อยกระดับคุณภาพวิชาชีพครู โดยมุ่งเน้นที่การพัฒนาผู้เรียนเป็นหลัก มีการประเมินที่โปร่งใส เป็นธรรม และใช้เทคโนโลยีเพื่อลดภาระงานที่ไม่จำเป็น ทำให้ครูสามารถมุ่งความสนใจไปที่การพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างเต็มที่