จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 มีอะไรบ้าง สรุป 5 ด้าน 9 ข้อ
จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 ที่ใช้อ้างอิงอยู่ใน ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2556 เนื้อหาแบ่งเป็น 5 ด้าน และมีข้อกำหนดสาระสำคัญตั้งแต่ข้อ 7 ถึงข้อ 15 รวม 9 ข้อ
คำตอบสั้น ๆ จึงคือ 5 ด้าน 9 ข้อ ไม่ใช่จรรยาบรรณ 11 ข้อ ส่วนเหตุที่ค้นหาแล้วพบคำว่า “11 ข้อ” มักเกิดจากการนำเลขข้อในกฎหมาย หรือมาตรฐานการปฏิบัติงานของครูคนละฉบับมาปะปนกัน บทความนี้แยกให้เห็นอย่างชัดเจน พร้อมลิงก์เอกสารต้นฉบับสำหรับตรวจสอบ
จรรยาบรรณวิชาชีพครู 5 ด้าน มีด้านใดบ้าง
| ด้าน | ข้อในข้อบังคับ | สาระสำคัญ |
|---|---|---|
| จรรยาบรรณต่อตนเอง | ข้อ 7 | มีวินัยและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง |
| จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ | ข้อ 8 | รัก ศรัทธา ซื่อสัตย์ และรับผิดชอบต่อวิชาชีพ |
| จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ | ข้อ 9–13 | เมตตา ส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นแบบอย่าง และให้บริการอย่างเสมอภาค |
| จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ | ข้อ 14 | ช่วยเหลือกันอย่างสร้างสรรค์และยึดระบบคุณธรรม |
| จรรยาบรรณต่อสังคม | ข้อ 15 | เป็นผู้นำในการอนุรักษ์ พัฒนา และรักษาประโยชน์ส่วนรวม |
คำว่า “ผู้รับบริการ” ในข้อบังคับไม่ได้หมายถึงศิษย์เพียงอย่างเดียว แต่ใช้ควบคู่กับคำว่าศิษย์ตามบทบาทหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ดังนั้น การนำหลักจรรยาบรรณไปใช้ควรพิจารณาบริบทของหน้าที่จริงด้วย
จรรยาบรรณวิชาชีพครู 9 ข้อ ฉบับอ่านเข้าใจง่าย
ข้อ 1 จรรยาบรรณต่อตนเอง ตามข้อ 7
ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องมีวินัยในตนเอง และพัฒนาความรู้ทางวิชาชีพ บุคลิกภาพ รวมถึงวิสัยทัศน์ให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงด้านวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ
ในทางปฏิบัติ ครูจึงไม่ควรหยุดอยู่กับวิธีสอนเดิมเพียงเพราะเคยใช้ได้ผล แต่ควรเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ทบทวนความรู้ และประเมินว่าการปฏิบัติของตนยังเหมาะกับผู้เรียนหรือไม่
ข้อ 2 จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ตามข้อ 8
ต้องรักและศรัทธาในวิชาชีพ มีความซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อหน้าที่ และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ หลักข้อนี้ครอบคลุมทั้งการทำงานตามหน้าที่และการรักษาความน่าเชื่อถือของวิชาชีพโดยรวม
ข้อ 3 เมตตาและเอาใจใส่ผู้เรียน ตามข้อ 9
ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม และให้กำลังใจแก่ศิษย์และผู้รับบริการตามบทบาทหน้าที่อย่างเสมอหน้า จุดสำคัญคือการดูแลโดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะด้วยผลการเรียน ฐานะ ครอบครัว เพศ ความเชื่อ หรือความแตกต่างอื่น
ข้อ 4 ส่งเสริมการเรียนรู้อย่างเต็มความสามารถ ตามข้อ 10
ต้องส่งเสริมให้ศิษย์และผู้รับบริการเกิดการเรียนรู้ มีทักษะและนิสัยที่ถูกต้องดีงาม โดยปฏิบัติหน้าที่เต็มความสามารถและด้วยความบริสุทธิ์ใจ ครูจึงควรจัดการเรียนรู้ที่มุ่งประโยชน์ของผู้เรียน ไม่ใช้ห้องเรียนเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว
ข้อ 5 เป็นแบบอย่างที่ดี ตามข้อ 11
ต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ ข้อนี้คือ ข้อ 11 ของตัวบทข้อบังคับ แต่ไม่ได้แปลว่าจรรยาบรรณมี 11 ประการ เพราะก่อนหน้านั้นมีข้อทั่วไปและคำนิยาม ส่วนรายการจรรยาบรรณเริ่มตั้งแต่ข้อ 7
ข้อ 6 ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญของผู้เรียน ตามข้อ 12
ต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์และผู้รับบริการ ครูควรหลีกเลี่ยงการลงโทษ การสื่อสาร หรือการเปิดเผยข้อมูลที่ทำร้ายศักดิ์ศรีและพัฒนาการของผู้เรียน
ข้อ 7 ให้บริการอย่างจริงใจและเสมอภาค ตามข้อ 13
ต้องให้บริการด้วยความจริงใจและเสมอภาค โดยไม่เรียกรับหรือยอมรับผลประโยชน์จากการใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ การรับของขวัญหรือผลประโยชน์จึงต้องพิจารณาทั้งกฎของหน่วยงานและความเสี่ยงต่อผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่ควรตัดสินจากมูลค่าเพียงอย่างเดียว
ข้อ 8 จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ ตามข้อ 14
พึงช่วยเหลือเกื้อกูลผู้ร่วมประกอบวิชาชีพอย่างสร้างสรรค์ ยึดมั่นในระบบคุณธรรม และสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ อย่างไรก็ตาม ความสามัคคีไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุให้ปกปิดการกระทำที่อาจทำร้ายผู้เรียนหรือฝ่าฝืนหน้าที่
ข้อ 9 จรรยาบรรณต่อสังคม ตามข้อ 15
พึงเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และสิ่งแวดล้อม รักษาประโยชน์ส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ทำไมบางแหล่งเขียนว่าจรรยาบรรณวิชาชีพครูมี 11 ข้อ
ความสับสนมักมาจากคำว่า “ข้อ 11” ซึ่งปรากฏในกฎหมายมากกว่าหนึ่งฉบับ ในข้อบังคับจรรยาบรรณ พ.ศ. 2556 ข้อ 11 กล่าวถึงการเป็นแบบอย่างที่ดี แต่เป็นลำดับข้อในเอกสาร ไม่ใช่จำนวนจรรยาบรรณทั้งหมด
ขณะเดียวกัน ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและฉบับแก้ไข ก็มี “ข้อ 11” ว่าด้วยมาตรฐานการปฏิบัติงานของผู้ประกอบวิชาชีพครู ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการนับจรรยาบรรณ 5 ด้าน 9 ข้อ ดังนั้น หากทำรายงานหรืออ่านสอบ ควรเขียนชื่อข้อบังคับและปี พ.ศ. กำกับทุกครั้ง
ดาวน์โหลด DOC หรือ PDF ควรเลือกฉบับใด
หากต้องใช้ประกอบรายงาน อบรม หรืออ่านสอบ แนะนำให้ดาวน์โหลด ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 ฉบับ PDF จากราชกิจจานุเบกษา โดยตรง เอกสารมี 3 หน้า อยู่ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 130 ตอนพิเศษ 130 ง หน้า 72–74
ไฟล์ Word หรือ DOC ที่แจกต่อกันอาจถูกจัดหน้าใหม่ ตัดข้อความ หรือพิมพ์คลาดเคลื่อนได้ หากจำเป็นต้องคัดลอกไปทำเอกสาร ควรเทียบทุกข้อกับ PDF ทางการก่อนส่งงาน และระบุชื่อกฎหมายฉบับเต็มในส่วนอ้างอิง
ข้อมูลกฎหมายและประกาศอื่นสามารถตรวจเพิ่มเติมได้จากหน้า กฎหมายที่เกี่ยวข้องของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
นำจรรยาบรรณไปใช้กับสถานการณ์จริงอย่างไร
จรรยาบรรณเป็นมาตรฐานการปฏิบัติตน ไม่ควรใช้เพียงท่องจำเป็นคำตอบข้อสอบ เมื่อต้องตัดสินใจในสถานการณ์จริง ครูอาจถามตนเองว่า การกระทำนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนหรือไม่ มีการเลือกปฏิบัติหรือผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เคารพศักดิ์ศรีและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เรียนหรือไม่ และสามารถอธิบายเหตุผลอย่างโปร่งใสได้หรือไม่
สำหรับผู้เตรียมสอบ สามารถอ่านต่อเรื่อง แนวข้อสอบกฎหมายการศึกษาและวิชาชีพครู และ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับครูอ่านง่าย เพื่อแยกกฎหมายแต่ละฉบับให้ชัดเจน
บทความนี้จัดทำเพื่อสรุปความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมายหรือจรรยาบรรณเฉพาะกรณี หากมีข้อร้องเรียน เหตุการณ์ที่อาจกระทบสิทธิผู้เรียน หรือข้อพิพาท ควรเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นและติดต่อหน่วยงานต้นสังกัดหรือคุรุสภาผ่านช่องทางทางการ
คำถามที่พบบ่อย
จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2569 มีกี่ข้อ
ตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 แบ่งเป็น 5 ด้าน มีสาระข้อ 7–15 รวม 9 ข้อ
จรรยาบรรณวิชาชีพครู 11 ข้อถูกต้องหรือไม่
ไม่ควรเรียกว่า “จรรยาบรรณ 11 ข้อ” หากอ้างอิงข้อบังคับ พ.ศ. 2556 คำว่าข้อ 11 เป็นเลขข้อในตัวบท ซึ่งกำหนดให้ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่ใช่จำนวนจรรยาบรรณทั้งหมด
ใช้สรุปนี้แทนเอกสารทางการได้หรือไม่
ใช้ทบทวนความเข้าใจได้ แต่เมื่อนำไปอ้างอิงในรายงาน เอกสารราชการ หรือการพิจารณากรณีเฉพาะ ควรตรวจถ้อยคำจาก PDF ราชกิจจานุเบกษาและประกาศล่าสุดของคุรุสภาอีกครั้ง