วันเสาร์, 3 ธันวาคม 2565

วิธีการคงวิทยฐานะ วPA หลักเกณฑ์และวิธีประเมินตำแหน่งวิทยฐานะ

การคงวิทยฐานะ วPA หลักเกณฑ์และวิธีประเมินตำแหน่งวิทยฐานะ

หลักเกณฑ์และวิธีประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะสำหรับตำแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ  เพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้  ความสามารถ  ความชำนาญ  หรือความเชี่ยวชาญในตำแหน่งตำแหน่งและวิทยฐานะที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งสายงานการสอน

หลักเกณฑ์

1. ผู้รับการประเมิน ต้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งครูที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้มีวิทยฐานะครูชำนาญการ หรือครูชำนาญการพิเศษ หรือครูเชี่ยวชาญ หรือครูเชี่ยวชาญพิเศษและดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะนั้นๆ มาแล้วเป็นระยะเวลาครบ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะนั้นๆ

2. ประเมินจากากรปฏิบัติงานจริงตามหน้าที่และความรับผิดชอบให้สอดคล้องกับตำแหน่งวิทยฐานะที่ดำรงอยู่โดยประเมิน 3 ด้าน ดังนี้

2.1 ด้านความประพฤติ วินัย คุณธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ
2.2 ด้านคุณภาพการปฏิบัติงาน โดยประเมินจากสมรรถนะตามตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงตำแหน่งอยู่ของผู้รับการประเมินดังนี้

2.2.1 วิทยฐานะครูชำนาญการ หรือครูชำนาญการพิเศษ

1. การออกแบบแผนการเรียนรู้ (1วิชา 1 ชั้น 1 ปีการศึกษา)
2. การพัฒนาผู้เรียน
3. การบริหารจัดการชั้นเรียน

2.2.2 วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ หรือครูเชี่ยวชาญพิเศษ

1. การออกแบบแผนการเรียนรู้
2. การพัฒนาผู้เรียน
3. การบริหารจัดการชั้นเรียน
4. การพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน
5. การวิเคราะห์ สังเคราะห์และวิจัย

2.3 ด้านผลการปฏิบัติงาน โดยประเมินจากประจักษ์พยานที่แสดงถึงความรู้ ความสามารถ สมรรถนะและทักษะของผู้รับการประเมินดังนี้

2.2.1 วิทยฐานะครูชำนาญการ หรือครูชำนาญการพิเศษ

1) แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ผ่านใช้แล้วไม่เกิน 2 ปี และ
2) สื่อนวัตกรรม (อย่างน้อย 1 ชิ้น) หรือ
3) บทความทางวิชาการที่ได้เผยแพร่แล้ว หรือ
4) เป็นวิทยากร หรือเป็นพี่เลี้ยง หรือ
5) รายงานผลการเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้นำมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อหน้าที่แล้ว (1-2 หน้า)
6) รายงานผลการวิจัยในชั้นเรียน หรือรายงานผล หรอสรุปผลการจัดการเรียนรู้

2.3.2 วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ หรือครูเชี่ยวชาญพิเศษ

1) แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ผ่านใช้แล้วไม่เกิน 2 ปี และ
2) สื่อนวัตกรรม (อย่างน้อย 1 ชิ้น) หรือ
3) งานแปล/แต่งตำรา หรือ
4) บทความทางวิชาการที่ได้เผยแพร่แล้ว หรือ
5) เป็นวิทยากร หรือเป็นพี่เลี้ยง หรือ
6) รายงานผลการเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้นำมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อหน้าที่แล้ว (1-2 หน้า)
7) งานวิจัยพัฒนา

3. คณะกรรมการประเมินด้านความประพฤติ วินัย คุณธรรมจริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพด้านคุณภาพการปฏิบัติงานและด้านผลการปฏิบัติงานวิทยฐานะครูชำนาญการ หรือครูชำนาญการพิเศษ หรือครูเชี่ยวชาญ หรือครูเชี่ยวชาญพิเศษ จำนวน 4 คน ต่อ 1 คณะ ประกอบด้วย

1) กรรมการสถานศึกษา (เลือกกันเอง) ประธาน
2) ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ
3) เพื่อนร่วมงาน หรือครูในสถานศึกษาข้างเคียง กรรมการ
(ครูที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าผู้รับการประเมิน)
4) ผู้อำนวยการสถานศึกษา กรรมการ
4. เกณฑ์การตัดสิน

4.1 ด้านความประพฤติ วินัย คุณธรรมจริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ ผลการประเมินต้อง “ผ่าน” เป็นเอกฉันท์
4.2 คุณภาพด้านการปฏิบัติงาน ต้องได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65/70/75/80 จึง “ผ่าน” การประเมินสำหรับครูวิทยฐานะชำนาญการ หรือครูชำนาญการพิเศษ หรือครูเชี่ยวชาญ หรือครูเชี่ยวชาญพิเศษ ตามลำดับ
4.3 ด้านผลการปฏิบัติงาน ผลการประเมินต้อง “ผ่าน” เป็นเอกฉันท์

วิธีการคงวิทยฐานะ วPA

1. ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการประเมินครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอนผู้มีวิทยฐานะครูชำนาญการ หรือครูชำนาญการพิเศษ หรือครูเชี่ยวชาญ หรือครูเชี่ยวชาญพิเศษ ซึ่งได้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะนั้นๆมาแล้ว เป็นระยะเวลาครบ 3 ปี ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด

2. ให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาตั้งคณะกรรมการประเมิน เพื่อประเมินด้านความประพฤติ วินัย คุณธรรมจริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ ด้านคุณภาพการปฏิบัติงานและด้านผลการปฏิบัติงานในแต่ละวิทยฐานะ ตามองค์ประกอบที่ ก.ค.ศ. กำหนด คณะกรรมการประเมิน 1 คณะ ประเมินทั้ง 3 ด้าน

3. คณะกรรมการประเมินด้านความประพฤติ วินัย คุณธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ ด้านคุณภาพการปฏิบัติงานและด้านผลการปฏิบัติงานให้ประเมินตามแบบที่ ก.ค.ศ. กำหนด

4. เมื่อคณะกรรมการประเมินทั้ง 3 ด้านแล้ว ให้เสนอผลการประเมินให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ส่วนราชการแล้วแต่กรณี พิจารณารับรองผลการประเมินและให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการดังนี้

4.1 กรณีผ่านทั้ง 3 ด้าน แจ้งผู้รับการประเมินทราบการดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับอยู่เดิม
4.2 กรณีไม่ผ่านการประเมินด้านใดด้านหนึ่ง หรือทั้ง 3 ด้าน ให้แจ้งผู้รับการประเมินทราบเพื่อเข้ารับการอบรมพัฒนาเฉพาะด้านที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด
4.3 หากข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใดเข้ารับการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนดแล้วยังไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน รวม 2 ครั้ง ให้งดจ่ายเงินวิทยฐานะ
4.4 หากข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดเข้ารับการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนดแล้วยังไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน รวม 3 ครั้ง ให้งดเลื่อนขั้นเงินเดือน
4.5 ภายในระยะเวลา 3 ปี หากข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดถูกงดเลื่อนขั้นเงินเดือนรวม 4 ครั้ง ( 2 ปี) ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้นั้นออกจากราชการ ตามมาตรา 110(6) เว้นแต่ผู้นั้นได้รับอนุญาตให้ศึกษาต่อ ฝึกอบรม หรือศึกษาดูงานต่างประเทศ

5. ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษารายงานผลการประเมินดังกล่าว ให้ ก.ค.ศ. ทราบ ภายใน 15 วัน หลังจากดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว

อ้างอิง
https://otepc.go.th

ให้คะแนนบทความนี้
[รวม: 2 เฉลี่ย: 5]