วันศุกร์, 7 พฤษภาคม 2564

ขั้นตอนการเรียนครู

ขั้นตอนการเรียนครู

วิชาชีพครูมีความสำคัญต่อมนุษย์มานับตั้งแต่อดีต ด้วยความจริงที่ว่า ครูคือผู้ที่ให้วิชาความอีกทั้งยังสั่งสอนศาสตร์แห่งการกำเนิดชีวิตอันถูกต้องดีงามให้แก่เราถึงกับมีคำกล่าวว่า ครูคือพ่อ แม่ คนที่สองของเรา คนจะดีได้ก็เพราะมีครูดี แต่ในปัจจุบันนี้เรากลับพบว่า ผู้คนในสังคมให้ความสำคัญแก่วิชาชีพนี้น้อยลง 

คุรุศาสตร์และศึกษาศาสตร์คืออะไร 

ครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการศึกษา และวิชาชีพครูประกอบด้วย วิชาหลักสามส่วนคือ 

1. วิชาเกี่ยวกับหลักสูตรและการสอน 

2. วิชาเกี่ยวกับการบริการพิเศษทางการศึกษา เช่น การบริหารการศึกษา การแนะแนวการศึกษา เทคโนโลยีการศึกษา 

3. วิชาเกี่ยวกับพื้นฐานการศึกษาเช่น พื้นฐานทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม พื้นฐานการศึกษาทางประวัติศาสตร์ ปรัชญาและศาสนา 

จุดมุ่งหมายของศาสตร์คือ 

กำเนิดการและแสวงหาวิธีการพัฒนามนุษย์ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและสร้างสรรค์สังคมที่สันติสุขอย่างแท้จริง

หลักสูตรการเรียนการสอน 

ในหลักสูตรการศึกษาเพื่อปริญญาตรีทางศึกษาศาสตร์และคุรุศาสตร์ โดยทั่วไปจะใช้ระยะเวลาการศึกษาตามปกติ 4 ปี ซึ่งสามารถเลือกเรียนในสาขาวิชาเอกได้ตามความถนัดและความสนใจดังนี้ 

– การศึกษาปฐมวัย เน้นที่วิชาชีพครูสำหรับสอนเด็ก อายุต่ำกว่า 6 ขวบ 

– ประถมศึกษา เป็นสาขาวิชาเพื่อเตรียมครูสำหรับโรงเรียนระดับประถมศึกษา 

– มัธยมศึกษาเป็นสาขาวิชาเพื่อเตรียมครูสำหรับโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา

– การสอนวิชาเอกเฉพาะ เป็นสาขาวิชาเพื่อเตรียมครูวิชาเฉพาะเช่นพละศึกษา 

– การศึกษานอกระบบโรงเรียน เป็นสาขาวิชาเพื่อเตรียมบุคลากรทางการศึกษานอกระบบโรงเรียน 

– สาขาบุคลากรทางการศึกษา 

เป็นสาขาวิชาเพื่อเตรียมบุคลากรทางการศึกษาสำหรับโรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านเทคโนโลยีทางการศึกษา จิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว 

เส้นทางการศึกษา 

เส้นทางการศึกษา ก่อนเข้าสู่การประกอบอาชีพครู อาจารย์ คือ เมื่อจบชั้น ม. 3 แล้วเลือกศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในแผนการเรียนใดก็ได้หลังจากนั้นก็สอบคัดเลือกเข้าเรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนคณะครุศาสตร์ หรือคณะศึกษาศาสตร์ หรือหลักสูตรสาขาวิชาการศึกษา 

สถานที่เปิดสอน 

สถาบันที่เปิดสอนเช่นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.เกษตรศาสตร์ ม. ขอนแก่น ม.สุโขทัยธรรมาธิราช และสถาบันราชภัฏทั่วประเทศ 

ลักษณะทั่วไปของอาชีพครู 

ผู้ประกอบอาชีพนี้มีหน้าที่ในการสอน อบรมทางด้านวิชาการและภาคปฏิบัติ พุทธศึกษา จริยศึกษา พลศึกษา ที่เน้นนักเรียนเป็นจุดศูนย์กลางในการเรียน รวมถึงการคอยดูแลอบรม ความประพฤติ เพื่อให้ผู้เรียนเป็นคนโดยสมบูรณ์ทั้งร่างการและจิตใจ มีสติปัญญาความรู้ คุณธรรม และจริยธรรม และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ 

เมื่อพิจารณาถึงลักษณะงานของครู อาจารย์แล้ว ผู้จะทำหน้าที่ครู-อาจารย์ ควรจะมีคุณสมบัติดังนี้ 

1. บุคลิกภาพทางด้านร่างกายและจิตใจ 

– ด้านร่างกาย ควรเป็นผู้ที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ร่างกายสมประกอบ คือไม่มีความผิดปกติหรือพิการในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย อันที่จะทำลายบุคลิกภาพที่ดีและเป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพ 

– ด้านสติปัญญา ควรเป็นผู้ที่มีสติปัญญาสูงพอสมควร เพราะอาชีพครูต้องการคนที่มีความเฉลียวฉลาด 

มีปฏิภาณดี รู้จักสังเกตและจดจำได้ดี ทั้งนี้เพื่อความสามารถในการปรับให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ และสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี 

– ด้านอารมณ์ ควรมีความเป็นผู้ใหญ่ คือ มีจิตใจที่มั่นคง สามารถควบคุมอารมณ์ได้ รู้จักใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่นักเรียน

– ด้านสังคม ควรมีความเป็นผู้ใหญ่ในสังคม คือมีความประพฤติดี มีกิริยามารยาทอ่อนน้อม รู้จักกาลเทศะ สุภาพอ่อนโยน เป็นต้น 

2. ความสามารถและความถนัด 

ผู้เป็นครู-อาจารย์ ควรมีความถนัดในด้านการสอนและการสื่อสารความหมาย และสามารถถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียนเข้าใจได้ดีและรวดเร็ว สามารถปกครองนักเรียนในชั้นเรียนได้ มีความเข้าใจในพฤติกรรมต่างๆของเด็ก 

3. ความสนใจ 

ควรมีความสนใจค้นคว้าหาความรู้และวิทยาการใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้ตนเองมีความทันสมัยอยู่เสมอ นอกจากนี้ควรมีพื้นฐานความรู้ก้าวหน้าในหลายด้าน 

แนวทางในการประกอบอาชีพ 

ผู้ที่จบการศึกษาทางสาขาวิชาชีพครูนั้น สามารถเลือกประกอบอาชีพได้อย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่สำหรับคนที่จบการศึกษาด้านนี้ มักรับราชการ หรือทำงานเป็นครู อาจารย์ สอนในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ และทำงานในองค์การศึกษา ในฐานะบุคลากรการศึกษา เช่น ทำงานเกี่ยวกับห้องสมุด งานแนะแนว ศึกษานิเทศก์ นักวิจัย นักวิชาการ งานในการศึกษานอกโรงเรียน เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร นักสุขศึกษา เป็นต้น 

โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ 

ความก้าวหน้าในอาชีพนี้หากเป็นการรับราชการ ก็คงได้เลื่อนไปตามลำดับขั้นตอนของทางราชการที่กำหนดไว้ ทั้งในเรื่องของอัตราเงินเดือน และตำแหน่งหน้าที่การงาน ซึ่งก็คงจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ ด้าน เช่น จำนวนปีที่รับราชการ คุณวุฒิที่จบการศึกษา หรือการเพิ่มคุณวุฒิการศึกษาต่อเป็นต้น

Loading...