วันพฤหัสบดี, 15 เมษายน 2564

แนวข้อสอบครู วิชาเอกอุตสาหกรรมศิลป์

แนวข้อสอบครู วิชาเอกอุตสาหกรรมศิลป์

ความหมายและลักษณะของงานช่าง

งานช่าง  เป็นงานที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวันของมนุษย์ เป็นส่วนใหญ่  การมีความรู้ความเข้าใจ  สามารถปฏิบัติงานตามทักษะกระบวนการทางช่างอย่างถูกต้อง  ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี  ทั้งในเรื่องการเลือกและใช้  การดูแลบำรุงรักษา การซ่อมแซมปรับปรุงแก้ไข  การสร้างหรือผลิตชิ้นงาน  วัสดุสิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้ในบ้าน  รวมทั้งการประดิษฐ์นวัตกรรมในเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ช่าง  หมายถึง ผู้ชำนาญในการฝีมือ หรือศิลปะอย่างใดอย่างหนึ่ง

งานช่าง  หมายถึง  งานที่ใช้เป็นพื้นฐานเกี่ยวกับการสร้าง  การผลิต  การซ่อมแซมบำรุงรักษา  การแก้ไขดัดแปลงสิ่งของเครื่องใช้ในบ้าน  เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข  ซึ่งแบ่งได้เป็น  2  ลักษณะ  ดังนี้

1.  งานผลิต  ทำหน้าที่เป็นผู้สร้างหรือผลิต  ประดิษฐ์คิดค้นผลิตภัณฑ์  วัสดุสิ่งของ  เครื่องมือเครื่องใช้ ในบ้าน

2.  งานบริการ  ทำหน้าที่เป็นผู้ติดตั้ง  ซ่อมแซม  บำรุงรักษา  หรือแก้ไขดัดแปลงเครื่องใช้ในบ้าน         ให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น


คุณค่าและประโยชน์ของงานช่าง

คุณค่าและประโยชน์งานช่างต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์  มีดังนี้

1.  ช่วยให้เกิดการพัฒนาความรู้พื้นฐานและทักษะทางงานช่าง  เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาต่อ  หรือประกอบอาชีพ  เช่น  ช่างไม้  ช่างปูน  ช่างไฟฟ้า  ช่างเชื่อมโลหะ  เป็นต้น

2.  ช่วยส่งเสริมให้เกิดการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมและการปรับปรุง  ซ่อมแซม  ดัดแปลง  แก้ไขของเก่าให้ใช้งานได้  เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้เป็นอย่างดี

3.  ช่วยส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ  มีความรับผิดชอบในหน้าที่  ปฏิบัติงานด้วยความคล่องตัว  และมีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพช่าง

4.  ช่วยส่งเสริมสิ่งแวดล้อม  โดยการแปรสภาพสิ่งของที่ไม่ใช้ประโยชน์แล้วนำมาสร้างสรรค์เป็นสิ่งของใหม่ ๆ

5.  มีส่วนช่วยส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม  โดยเฉพาะการปลูกฝังให้เป็นผู้มีความอดทน  ขยันขันแข็ง  มีความซื่อสัตย์สุจริต  เป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมต่อไป


ประเภทของงานช่าง

งานออกแบบเขียนแบบ

งานเขียนแบบ  เป็นการนำความคิดสร้างสรรค์หรือจินตนาการ  มาเขียนแสดงออกเป็นรูปแบบด้วยการใช้เส้น  สัญลักษณ์  หรือรูปภาพ  เรียกว่าแบบ  ซึ่งเป็นภาษาสากล  สามารถนำไปสร้างหรือผลิตชิ้นงานได้  เช่น  แบบบ้าน  แบบอาคาร  แบบเครื่องยนต์  แบบผลิตภัณฑ์  เครื่องมือ  เครื่องใช้  ฯลฯ   ซึ่งงานเขียนแบบจึงเป็นหัวใจของงานช่างทุกสาขา  จำแนกตามลักษณะของงานได้  2  ประเภท คือ

1.  งานเขียนแบบทางสถาปัตยกรรม  เช่น  อาคารที่พักอาศัย  อาคารสาธารณะ  โบราณสถาน  ฯลฯ

2.  งานเขียนแบบทางวิศวกรรม  เช่น  แบบไฟฟ้า  แบบงานโลหะ  แบบเครื่องยนต์ ฯลฯ


งานไม้

งานไม้  เป็นพื้นฐานของงานช่างทั่ว ๆ  ไป  ซึ่งต้องอาศัยทักษะกระบวนการช่าง  ในการสร้างหรือผลิตและปรับปรุงชิ้นงานที่ทำด้วยไม้  ตามรูปแบบรายการที่กำหนดไว้  ได้อย่าง   มีคุณค่า  เหมาะสม  มีประโยชน์ใช้สอยและสวยงาม  รู้จักซ่อมแซมบำรุงรักษาเครื่องมือ  วัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ  ให้อยู่ในสภาพใช้งานเป็นอย่างดี  งานช่างไม้จำแนกตามลักษณะงานได้  3  ประเภท คือ 

1.  งานไม้ก่อสร้าง  เช่น  งานไม้ก่อสร้างอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ  งานไม้ทั่วไป

2.  งานไม้ครุภัณฑ์ประเภทเฟอร์นิเจอร์  และตกแต่งภายใน  เช่น  โต๊ะ  เก้าอี้  เคาน์เตอร์  ฯลฯ

3.  งานไม้แกะสลัก  เป็นงานไม้ที่ต้องใช้ความประณีตด้วยการแกะสลัก  เช่น  ประตู  หน้าต่าง  ภาพประดับผนัง  ฯลฯ  


งานปูน

งานปูน  เป็นงานช่างที่ต้องอาศัยทักษะและกระบวนการทางช่าง  เพื่อสร้างหรือผลิตและปรับปรุงชิ้นงานให้เสร็จภายในกำหนดเวลาการแข็งตัวของปูนซีเมนต์และวัสดุผสม  เช่น  งานปูนโครงสร้าง  งานก่ออิฐฉาบปูน  งานปั้นลวดลายปูน  งานซ่อมแซมรอยแตกร้าวของผนังอาคาร งานปูนมีความสำคัญกับการก่อสร้างเป็นอย่างมาก  เพราะช่วยให้งานต่าง ๆ  มีความคงทนยาวนาน  งานปูนจำแนกตามลักษณะของงานได้  4  ประเภท  ดังนี้

1.  งานปูนโครงสร้าง  เป็นส่วนที่ใช้รองรับน้ำหนักของอาคาร  เช่น  ฐานราก  เสา  คาน  ตง  พื้น  ฯลฯ

2.  งานปูนประณีต  เป็นงานละเอียดใช้ในการตกแต่งทำลวดลายต่าง ๆ  เช่น  งานทำบัว  งานทำลวดลายต่าง ๆ 

3.  งานปูนเฟอร์นิเจอร์  เช่น  โต๊ะ  เก้าอี้  ม้านั่ง  หินขัด  ฯลฯ

4.  งานปูนสุขภัณฑ์  เช่น  งานปูกระเบื้องห้องน้ำ  ห้องครัว  และงานระบบท่อน้ำ  เป็นต้น


งานโลหะ

งานโลหะ  เป็นงานช่างที่ต้องอาศัยทักษะและกระบวนการทางช่างในการใช้เครื่องมือ  วัสดุและอุปกรณ์  ความละเอียดในการสร้างหรือผลิต  และปรับปรุงชิ้นงานที่ทำด้วยโลหะต่าง ๆ  ด้วยการเชื่อม  การหล่อ  การกลึง  การเคาะขึ้นรูป  หรือให้ได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพ   ซึ่งสามารถจำแนกได้   6  ประเภท  ดังนี้ 

1.  งานโลหะแผ่น  เช่น  แผ่นมุงหลังคา  เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ  ตู้เก็บของ  โต๊ะทำงาน  เป็นต้น

2.  งานเคาะขึ้นรูปโลหะ  เช่น  ตัวถังรถยนต์  ตัวถังจักรยานยนต์  เป็นต้น

3.  งานเหล็กดัดขึ้นรูป  เช่น  โครงหลังคา  เหล็กดัดประตูหน้าต่าง  เป็นต้น

4.  งานเชื่อมโลหะ  เช่น  เชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้า  เชื่อมโลหะด้วยแก๊ส  เป็นต้น

5.  งานหล่อโลหะ  เช่น แม่พิมพ์งานต่าง ๆ  ชิ้นส่วนเครื่องจักร  เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ  เป็นต้น

6. งานผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม  เช่น  โครงฝ้าเพดาน  วงกบประตูหน้าต่าง  มุ้งลวด  เป็นต้น


งานไฟฟ้า

งานไฟฟ้า  เป็นงานช่างที่ต้องใช้ความรู้  ทักษะกระบวนการทางช่าง  ในการใช้เครื่องมือ วัสดุและอุปกรณ์ด้วยความปลอดภัยในการติดตั้ง  และซ่อมแซม  เช่น  การเดินสายไฟฟ้าภายในบ้าน   การซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า  การประดิษฐ์คิดค้นวงจรไฟฟ้าใหม่ ๆ  งานไฟฟ้าจึงเป็นงานช่างพื้นฐาน     ที่สำคัญ  เพราะปัจจุบันการดำรงชีวิตของมนุษย์เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าเป็นอย่างมาก  เครื่องใช้ต่าง ๆ  ภายในบ้านต้องอาศัยไฟฟ้าในการทำงาน  งานไฟฟ้าจำแนกตามลักษณะของงานได้  2  ประเภท  ดังนี้ 

1.  งานไฟฟ้ากำลัง  เช่น  งานเดินสายไฟฟ้าภายนอกและภายในอาคาร  งานควบคุมเครื่องกลไฟฟ้า

2.  งานอิเล็กทรอนิกส์  เช่น  งานวิทยุ  โทรทัศน์  คอมพิวเตอร์  โทรศัพท์  เป็นต้น 


งานเครื่องยนต์

งานเครื่องยนต์  เป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้  ความละเอียด  ความแม่นยำ  ทักษะและกระบวนการทางช่าง  ในการใช้เครื่องมือ  วัสดุและอุปกรณ์  ในการปรับแต่ง  บำรุงรักษา  และซ่อมเครื่องยนต์ให้มีสภาพใช้งานที่ดี  ยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน  มีความปลอดภัยในการใช้งาน  เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย  ซึ่งสามารถจำแนกตามลักษณะงานได้  3  ประเภท  ดังนี้

1.  การใช้งานและการควบคุมเครื่องยนต์  เช่น  การขับขี่รถยนต์

2.  การบริการตรวจซ่อม  ปรับแต่ง  เช่น  การเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ชำรุดสึกหรอหมดอายุการใช้งานปรับอัตราเร็วเดินเบาของเครื่องยนต์  ให้มีสภาพสมบูรณ์ในการใช้งานเป็นต้น

3.  การบำรุงรักษาเครื่องยนต์  เช่น  ล้างอัดฉีด  เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง  อัดจาระบี  เป็นต้น


งานเคลือบผิวชิ้นงาน

งานเคลือบผิว  เป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้ทางด้านศิลปะ  และทักษะกระบวนการในการตกแต่งผิวชิ้นงาน  ซึ่งจัดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการสร้างหรือผลิตชิ้นงาน  ทำให้ชิ้นงาน มีความสวยงามเหมาะสมกับประโยชน์ใช้สอย  มีคุณค่าและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น  ในการเคลือบผิวชิ้นงานผู้ปฏิบัติงานจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีเคลือบผิวชิ้นงานของวัสดุแต่ละประเภท  ซึ่งมีความแตกต่างกัน  รู้จักเลือกใช้เครื่องมือ  วัสดุและอุปกรณ์ได้อย่างเหมาะสม  เพื่อให้ได้ชิ้นงาน ที่มีความสวยงาม  คงทน  และสามารถใช้สอย ได้อย่างคุ้มค่า


คุณลักษณะในการประกอบอาชีพงานช่าง

การประกอบอาชีพงานช่างให้ประสบผลสำเร็จนั้น  ต้องมีคุณลักษณะ  ดังนี้

1.  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  เป็นคนช่างคิด  ช่างสังเกต  ช่างจดจำ  สามารถนำประสบการณ์มาดัดแปลงสิ่งต่าง ๆ  ให้เป็นประโยชน์ได้เป็นอย่างดี

2.  มีลักษณะของช่างที่ดี  คือ  มีความรู้  มีกระบวนการทำงานที่ดี  สามารถนำเทคโนโลยี มาปรับปรุงแก้ไข  และประยุกต์ใช้ในการทำงานอยู่เสมอ  มีนิสัยรักการทำงาน  ทำงานด้วยความปลอดภัย

3.  มีความสามารถทางช่างที่ดี  ช่างทุกคนจะต้องมีความรู้เรื่องเครื่องมือ  วัสดุและอุปกรณ์เป็นอย่างดี  รู้จักวิเคราะห์ขั้นตอนการทำงาน  และพัฒนาทักษะกระบวนการทางช่างให้มีความเจริญก้าวหน้า         เป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี

4.  เป็นผู้รอบรู้  มีความรู้ความสามารถสูงในสาขาอาชีพของตนเอง  และมีความรอบรู้ในเชิงช่างทั่วไป    ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน  มีความคิดริเริ่ม  ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ

5.  มีไหวพริบ  เมื่อเห็นชิ้นงาน  สิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรม  ต้องมีความสามารถในการพิจารณาว่าชิ้นงานนั้นถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร  ใช้ทฤษฎีอะไร  มีความเข้าใจในกระบวนการทำงานและจดจำได้อย่างรวดเร็ว

6.  มีความเชื่อมั่นในตนเอง  ความกล้าที่จะตัดสินใจและมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบผลสำเร็จ เป็นคุณสมบัติที่ดีของช่าง 

คุณธรรมในการประกอบอาชีพงานช่าง

การประกอบอาชีพงานช่างให้ประสบผลสำเร็จนั้น  ต้องมีคุณธรรม ดังนี้

1.  มีความขยันอดทน  เพื่อให้ทำงานนั้นสำเร็จ

2.  มีความเพียร  หมายถึง  ความพยายามในการทำงานให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี  มีความอดทน  และ  มีความรับผิดชอบ

3.  มีบุคลิกภาพและมนุษยสัมพันธ์ที่ดี  การมีบุคลิกภาพและมนุษยสัมพันธ์ที่ดี  เป็นเสน่ห์แก่ผู้พบเห็น   ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญของผู้ประกอบอาชีพช่างทุกสาขาที่จะต้องมี  เพื่อทำให้เพื่อนร่วมงานหรือบุคคล   ในสังคมรักและเต็มใจทำงานด้วย  ทำให้การประกอบอาชีพมีโอกาสสำเร็จมากยิ่งขึ้น

4.  ความซื่อสัตย์  การประกอบอาชีพด้านช่างถือความซื่อสัตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด  ดังสำนวนที่ว่า  “ซื่อกินไม่หมด  คดกินไม่นาน”  ดังนั้นจึงต้องทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต  ไม่เอารัดเอาเปรียบลูกค้าและเพื่อนร่วมงาน  ให้ความยุติธรรมมีมาตรฐานในการทำงานให้มีคุณภาพสูง  แบบเสมอต้นเสมอปลาย  ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด  เพื่อจะได้เป็นที่เชื่อใจของลูกค้าและเพื่อนร่วมงาน

5.  ความรับผิดชอบ  การประกอบอาชีพช่างมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรับผิดชอบต่อลูกค้า  ยอมรับการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดในการผลิตหรือบริการด้วยความเต็มใจ  มีอัธยาศัยที่เป็นมิตรไมตรีกับทุกคน

2 ความคิดเห็น

[…] แนวข้อสอบครู วิชาเอกอุตสาหกรรมศิลป… แนวข้อสอบครู วิชาเอกอุตสาหกรรมศิลป์ ชุดที่ 2 tags: อุตสาหกรรมศิลป์แนวข้อสอบ […]

[…] แนวข้อสอบครู วิชาเอกอุตสาหกรรมศิลป… แนวข้อสอบครู วิชาเอกอุตสาหกรรมศิลป์ ชุดที่ 1 พร้อมเฉลย tags: อุตสาหกรรมศิลป์แนวข้อสอบ […]


Loading...