เค้าโครงวิจัยมีความสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินการวิจัย เนื่องจากเป็นขั้นตอนแรกของงานวิจัย ที่แสดงถึงการศึกษาค้นคว้าแนวคิด หลักการทฤษฎีเพื่อบูรณาการสู่กรอบความคิด ตัวแปรการวิจัยและการออกแบบวิจัย เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาว่าผู้วิจัยมีความสามารถและแนวทางทำการวิจัยได้จนประสบผลสำเร็จหรือไม่ และคณะกรรมการจะช่วยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้วิจัยมีความชัดเจนและได้เค้าโครงวิจัยที่มีความสมบูรณ์ ถูกต้องและมีคุณภาพตามมาตรฐานของมหาวิทยาลัย
กรณีเป็นวิทยานิพนธ์หรือการค้นคว้าอิสระของนักศึกษา มหาวิทยาลัยจะจัดให้มีคณะกรรมการควบคุมหรือกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ให้คำปรึกษาแนะนำ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์และการค้นคว้าอิสระมีความสำคัญต่อนักศึกษามากในการให้คำแนะนำและกำกับดูแลคุณภาพการทำวิจัยให้แก่นักศึกษา
ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำการเขียนเค้าโครงวิจัย สำหรับคณาจารย์ บุคลากร นักวิจัย รวมทั้งนักศึกษาทั่วไป สามารถนำหลักเกณฑ์การเขียนเค้าโครงวิจัยไปใช้ได้โดยอนุโลม
1. หลักเกณฑ์การกำหนดหัวข้อวิจัย
การกำหนดหัวข้อวิจัย ผู้วิจัยต้องมีปัญหาหรือข้อสงสัยอยากรู้ และต้องการแสวงหาคำตอบ โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
1.1 เรื่องที่จะศึกษาควรเป็นเรื่องที่ผู้วิจัยมีความรู้ความสนใจและมีความเป็นไปได้ในการดำเนินการศึกษา
1.2 ศึกษาและทบทวนวรรณกรรมหรือผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในประเด็นหรือขอบเขตที่จะศึกษา
1.3 นำหัวข้อหรือเรื่องที่จะศึกษาไปปรึกษาที่ปรึกษา
1.4 หัวข้อที่จะศึกษาเป็นหัวข้อที่เป็นบริบทในสาขาวิชาที่สนใจหรือศึกษาอยู่
2. หลักเกณฑ์การตั้งชื่อเรื่องวิจัย
ชื่อเรื่องวิจัยที่ดีมีลักษณะ ดังนี้
2.1 สอดคล้องและสะท้อนประเด็นปัญหาที่ผู้วิจัยสนใจ
2.2 ระบุตัวแปรที่สำคัญรวมอยู่ด้วย ตัวแปรที่สำคัญคือตัวแปรตามและหากชื่อเรื่องสามารถระบุได้ถึงประชากรและพื้นที่ในการศึกษา ก็จะเป็นชื่อเรื่องการวิจัยที่สมบูรณ์ยิ่ง
2.3 สั้นกะทัดรัด ได้ใจความและเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ซ้ำซ้อน มีความหมายเฉพาะและสะท้อนประเด็นปัญหาการวิจัยได้ชัดเจน
3. หลักเกณฑ์การเรียบเรียงและการนิพนธ์
การเรียบเรียงและการนิพนธ์ มีหลักเกณฑ์ ดังนี้
3.1 หลักความรับผิดชอบในเนื้อหาสาระและสำนวนโวหาร งานวิจัยถือเป็นการนิพนธ์และการใช้สำนวนโวหารของผู้วิจัยโดยตรง
3.2 หลักการบูรณาการและการสังเคราะห์ การนำเสนอข้อมูลและผลการทบทวนเอกสารที่ผู้วิจัยรวบรวม ควรเรียบเรียงจากการประมวลความรู้ โดยการบูรณาการและสังเคราะห์ผลงานและแนวคิดทฤษฎีนั้น ไม่ควรตัดต่อข้อความจากเอกสารหรือตำราต่าง ๆ ที่ ผู้วิจัยค้นคว้ามาเรียงเป็นชั้นๆ หรือต่อติดเป็นท่อน ๆ
3.3 หลักการสรุปผลเน้นสู่ประเด็นการศึกษา ผู้วิจัยต้องระวังการสรุปประเด็น ต่างไปจากประเด็นที่ผู้วิจัยกำลังสนใจศึกษาอยู่ และระวังไม่ให้หลงทิศทางไปสู่เรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ต้องการศึกษา
3.4 หลักการต้องไม่นำเสนอซ้ำซาก การนำเสนอข้อมูลหรือประเด็นต่าง ๆ ต้องกระชับ กะทัดรัด เรียบง่าย ไม่นำเสนอซ้ำอีกจนเกินความจำเป็น