วันศุกร์, 23 ตุลาคม 2563

ความเป็นมาและความสำคัญของห้องเรียนกลับด้าน (The Flipped Classroom)

ความเป็นมาและความสำคัญของห้องเรียนกลับด้าน (The Flipped Classroom)

ความเป็นมาและความสำคัญของห้องเรียนกลับด้าน (The Flipped Classroom) ห้องเรียนกลับด้าน ตรงกับภาษาอังกฤษว่า The Flipped Classroom หมายถึงการสอนลักษณะหนึ่งซึ่ง แตกต่างไปจากการสอนปกติ ที่ผู้เรียนจะศึกษาเนื้อหาที่ครูบรรยายจากสื่อวิดีทัศน์ โดยใช้เวลานอกชั้นเรียน ส่วน เวลาในชั้นเรียนจะใช้ในการเรียนรู้ แบบสืบสอบความรู้ และทำการบ้านที่ครูมอบหมายให้(McMahon, 2013) การจัดการเรียนรู้ ลักษณะนี้ เป็นวิธีจัดการเรียนรู้ ที่ยกระดับคุณค่าของความเป็นครูครูไม่ต้องยืน ถ่ายทอดความรู้ กับนักเรียนโดยตรง แต่ถ่ายทอดความรู้ นั้นผ่านสื่อวิดีทัศน์สั้น ๆ ใช้ เวลาประมาณ 15 – 20 นาทีนักเรียนจะได้เรียนรู้เนื้อหาสาระที่บ้าน เมื่อดูแล้วไม่เข้าใจ ตามที่ครูถ่ายทอด ก็สามารถให้พ่อแม่ที่บ้านช่วยอธิบาย เนื้อหาให้ชัดเจนได้ เป็นผลให้นักเรียนเกิดกระบวนการ “เรียนรู้ โดยลงมือทำ” ทำให้นักเรียนได้” รู้ ลึก” และ” รู้ จริง” ในเนื้อหาที่ครูสอน เป็นการเปลี่ยนบทบาทของครูให้ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสอน หรือโค้ชมากกว่าเป็นผู้ที่ถ่ายทอด

ความรู้ให้กับนักเรียนเพียงอย่างเดี่ยว และเป็นการประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ทำให้นักเรียนเกิด การเรียนรู้ แบบรู้ จริง (Mastery Learning) ห้องเรียนกลับ ด้าน (Flipped Classroom) เป็นการจัดการเรียนรู้ ลักษณะหนึ่งซึ่งเปลี่ยนจากครูบรรยายเนื้อหาในห้องเรียน ไปเป็นการสร้างหรือแนะนำสื่อการเรียนรู้ ให้นักเรียน กลับไปศึกษาที่บ้าน แล้วเปลี่ยนกิจกรรมในห้องเรียนให้เป็นการทำกิจกรรมต่าง ๆ จากบทเรียนที่นักเรียนได้ศึกษา มาแล้ว เพื่อฝึกทักษะ ฝึกแก้ ปัญหา สร้างปฏิสัมพันธ์ ภายในห้องเรียน รวมถึงการนำความรู้ ไปใช้ นับว่าเป็น นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ที่สอดคล้องกับการพัฒนา ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21

การจัดการเรียนรู้ แบบห้องเรียนกลับด้านเพิ่งมี ขึ้นเมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา แนวคิดนี้เกิดจากครูสอนวิชาเคมีของโรงเรียน Woodland Park High Schoolในประเทศสหรัฐอเมริกา 2 คนคือ Jonathan Bergman และAaron Samsทั้งสองเป็นครูที่มีจิตวิญญาณความเป็นครูเต็มเปี่ยมและมีแนวคิดที่จะช่วยนักเรียนที่เข้า เรียนในชั้นเรียนไม่ทันเพราะต้องขาดเรียนไปทำกิจกรรม ต่าง ๆ เช่น เล่นกีฬาให้กับโรงเรียน หรือกิจกรรมอื่น ๆ และช่วยแก้ไขปัญหานักเรียนที่มีพฤติกรรมการเรียนช้า โดยใช้สื่อ ICT เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้โดยครูจะทำสื่อวิดีทัศน์ ให้นักเรียนศึกษาย้อนหลังผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อแก้ ไขปัญหาการจัดบันทึกการเรียน และลดภาระการสอนของครูโดยไม่ต้องสอนซ้ำเนื้อหา เดิมให้กับนักเรียนที่ไม่ได้เข้าชั้นเรียน นอกจากนี้ นักเรียน ที่เข้าชั้นเรียนตามปกติก็สามารถศึกษาเนื้อหาจากสื่อการเรียนรู้ ต่าง ๆ ที่หลากหลายทั้งที่ครูจัดทำขึ้น หรือศึกษา จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ นอกห้องเรียน เวลาในห้องเรียนจึง เป็นการทำกิจกรรมให้นักเรียนได้ลงมือฝึกฝนปฏิบัติุ๊ดวยตนเอง โดยเป็นกิจกรรมเดี่ยวหรือกี่ลุ่มตามความ

เหมาะสม มีครูเป็น ผู้คอยแนะนำและติด ตาม ความก้าวหน้าทางการเรียนรู้ ของนักเรียนแต่ละคน ซักถามข้อสงสัยในบทเรียนทำแบบฝึกหัดีหรือแบบทดสอบ ครูทั้งสองคนได้เขียนหนังสือเรื่อง Flip Your Classroom : Reach Every Student in Every Class Every Day ซึ่ง ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย (วิจารณ์ พานิช, 2556 : 20 – 21; Kopp, 2014) แนวคิดเรื่องห้องเรียนกลับด้านจึงเป็นการ ปรับเปลี่ยนบทบาทในชั้นเรียนจากการที่ครูมีความสำคัญ ที่สุดมาเป็นการให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าทางการ เรียนรู้ของนักเรียน สอดคล้องกับแนวคิดการจัดการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญอย่างแท้ จริงวิจารณ์ พานิช (2556 : 30-34) ได้กล่าวถึงความสำคัญของการจัดการ เรียนการสอนแบบห้องเรียนกลับด้านสรุปได้ดังนี้

1. ส่งเสริมการเรียนรู้ ของนักเรียนตลอดเวลา โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ ของนักเรียนในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นยุคที่เทคโนโลยี เจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก

2. ช่วยให้นักเรียนที่มีกิจกรรมมากสามารถ เรียนล่วงหน้า หรือเรียนตามได้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้ นักเรียนรู้จกับริหารเวลาของตนให้เหมาะสมอีกด้วย

3. ทำให้ครูเข้าใจความก้าวหน้าทางการเรียนรู้ ของนักเรียนว่าช้าหรือเร็วและให้คำแนะนำในการเรียน หรือเนื้อหาวิชาได้อย่างเหมาะสม

4. นักเรียนสามารถศึกษาจากสื่อการเรียนรู้ ได้ ตามศักยภาพของตน จะศึกษาสื่อีก่รอบก็ได้จนกว่าจะ เข้าใจเนื้อหาบทเรียนนน

5. ช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียน ด้วยกัน และนักเรียนกับครูจากการทำกิจกรรมภายในชั้น เรียน ที่เป็นกิจกรรมกลุ่มให้นักเรียนได้เรียนรู้ และช่วยกัน ทำงานจนเป็นผลสำเร็จ โดยมีครูให้คำแนะนำอย่าง ใกล้ชิด

6. ทำให้ครูรู้ จักนักเรียนของตนดีขึ้นจากการ จัดกิจกรรมในชั้นเรียน เพราะครูต้องสังเกตพฤติกรรมการ เรียน ให้คำแนะนำสร้าแรงบันดาลนดาลใจ ให้กำลังใจรับฟัง และส่งเสริมการเรียนรู้ ของนักเรียน ทำให้ครูเห็นความ แตกต่างของนักเรียนในชั้นเรียน เห็นจุดแข็งและจุดอ่อน ของนักเรียนแต่ละคน

7. ทำให้บรรยากาศการเรียนรู้ ในชั้นเรียน เปลี่ยนไป พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์บางอย่างของ นักเรียนหายไป เช่น การเล่นโทรศัพท์ในเวลาเรียน การ นอนหลับในชั้นเรียนเนื่องจากในห้องเรียนกลับด้าน นักเรียนจะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติ ไม่ใช้รับการถ่ายทอด แบบเดิม

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการจัดการเรียนรู้ แบบ ห้องเรียนกลับด้านจะเกิดประโยชน์กับนักเรียนได้อย่าง เต็มประสิทธิภาพ แต่ครูต้องเข้าใจจุดเน้นของการจัดการ เรียนรู้ นี้ให้ชัดเจนว่า ไม่ได้ทำให้ภาระการสอนครูลดลง เพราะครูต้องติดตามความก้าวหน้าของนักเรียนและให้ คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ภายในชั้น เรียน เพราะครูกับนักเรียนสามารถการติดต่อสื่อสารผ่าน เทคโนโลยีการติดตามและให้คำแนะนำการเรียนรู้ แก่ นักเรียนจึงสามารถทำได้ตลอดเวลา แม้จะเป็นนอกชั้น เรียนก็ตาม


Loading...