วันจันทร์, 28 กันยายน 2563

หลักการเขียนบทคัดย่อที่ดี

บทคัดย่อ (Abstract) คือ ข้อความที่สำคัญ สั้น และสมบูรณ์ในตัวเอง เพื่ออธิบายผลงานชิ้นหนึ่ง โดยอาจจะประกอบด้วยความสำคัญและความเป็นมา ขอบเขตของงาน วัตถุประสงค์ ข้อค้นพบของงาน บทสรุปของงาน และประโยชน์ของงาน ซึ่งบทคัดย่อจะไม่ใช่การตัดตอนข้อความมาจากงานเขียน

บทคัดย่อ คือ ข้อความที่สำคัญ สั้น และสมบูรณ์ในตัวเอง เพื่ออธิบายผลงานชิ้นหนึ่ง

วัตถุประสงค์ของบทคัดย่อ 

  1. เพื่อให้รายละเอียดกว้าง ๆ ของบทความหรือรายงานการวิจัย
  2. เพื่อให้บริบทแก่ผู้อ่านที่ไม่ได้อ่านบทความหรือรายงานวิจัย
  3. เพื่อให้นักวารสารใช้สำหรับมอบหมายงานให้ผู้ปริทัศน์บทความหรืองานวิจัย
  4. เพื่อให้ผู้ให้บริการบทคัดย่อและสารสนเทศใช้จัดทำดัชนีและค้นหาบทความ
  5. เพื่อให้ผู้ให้บริการการแปลใช้สำหรับแปลให้แก่ผู้อ่านต่างชาติ
  6. เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจว่าควรจะอ่านบทความหรือรายงานการวิจัยหรือไม่
  7. เพื่อช่วยเตือนความจำแก่ผู้อ่านหลังจากที่อ่านบทความหรือรายงานการวิจัยแล้ว
  8. เพื่อให้ผู้อ่านเน้นความสนใจไปยังสาระที่สำคัญของบทความหรือรายงานการวิจัยได้

หลักการเขียนบทคัดย่อที่ดี หลักการเขียนบทคัดย่อที่ดี จะเหมือนกับหลักการเขียนรายงานการวิจัย บทความทางวิชาการ และ งานเขียนอื่น ๆ ที่เรียกว่า 4 C ดังนี้

  1. Complete (สมบูรณ์) ครอบคลุมส่วนสำคัญต่าง ๆ ของบทคัดย่อ และหลีกเลี่ยงการอ้างอิง เรื่องส่วนบุคคล
  2. Concise (กะทัดรัด) ไม่ใช้คำฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น และไม่กล่าวถึงสารสนเทศที่ไม่สำคัญ
  3. Clear (ชัดเจน) เขียนให้อ่านง่าย มีโครงเรื่องที่ดี หลีกเลี่ยงคำเฉพาะ หรือคำย่อ หรือสัญลักษณ์ ใช้ภาษาอังกฤษง่าย ๆ ที่คนทั่วไปอ่านแล้วเข้าใจแต่เป็นภาษาทางการ และใช้ประโยคง่าย ๆ แต่มีหลายรูปแบบเพื่อไม่ให้อ่านแล้วขาดเป็นห้วง ๆ
  4. Cohesive (ร้อยเรียง)  เขียนให้ส่วนต่าง ๆ ร้อยเรียงกันเป็นอย่างดี

ชนิดของบทคัดย่อ บทคัดย่อ จะสามารถแบ่งได้เป็น 6 ชนิด คือ

  1. บทคัดย่อเชิงบรรยาย (Descriptive Abstracts)
  2. บทคัดย่อเชิงปริทัศน์ (Indicative Abstracts)
  3. บทคัดย่อเชิงสารสนเทศ (Informative Abstracts)
  4. บทคัดย่อเชิงโครงสร้าง (Structured Abstracts)
  5. บทคัดย่อเพื่อนำเสนอและประชุม (Presentation and Meeting Abstracts)
  6. บทคัดย่อเพื่อนิเทศ (Poster Abstracts)

เนื้อหาของบทคัดย่อ บทคัดย่อที่ใช้สำหรับรายงานการวิจัยและบทความวิชาการทั่วไป จะประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ที่สำคัญ 5 ส่วน (บางครั้งเรียกว่า 5 Moves) ดังนี้

  1. Motivation / Importance (แรงจูงใจ หรือ ความสำคัญ : ทำไมจึงทำการวิจัยเรื่องนี้)
  2. Statement of Purposes (วัตถุประสงค์)
  3. Methodology (วิธีการวิจัย : ทำวิจัยเรื่องนี้อย่างไร)
  4. Major Results (ผลการวิจัยที่สำคัญ)
  5. Conclusion / Implications (สรุป /นัยสำคัญ)

ศึกษาเอกสารเพิ่มเติม http://graduate.psru.ac.th/service/guideabstract.pdf

อ้างอิง https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=344


Loading...