วันอาทิตย์, 1 พฤศจิกายน 2563

ความเป็นมาของจิตวิทยา

ความเป็นมาของจิตวิทยา

จิตวิทยาเป็นวิชาที่มีการศึกษาค้นคว้าตั้งแต่ยุคสมัยกรีกโบราณเมื่อราว 384-322 ก่อนคริสตกาล โดยนักปรัชญาคนสำคัญ อาทิ เพลโต (Plato) และอริสโตเติ้ล (Aristotel) ได้พยายามทำความเข้าใจและอธิบายเกี่ยวกับธรรมชาติการแสดงออกของมนุษย์ ซึ่งแม้ว่าจะมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันบ้าง แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมีความเชื่อที่ตรงกัน นั่นคือ มนุษย์มีองค์ประกอบสำคัญ 2 ส่วน ได้แก่ ร่างกาย (Body) และวิญญาณ (Soul) โดยที่องค์ประกอบทางวิญญาณจะมีอิทธิพลที่สามารถควบคุมองค์ประกอบทางร่างกาย ดังนั้น การที่จะเข้าใจในมนุษย์ได้นั้นจะต้องทำความเข้าใจกับวิญญาณหรือสามารถอธิบายวิญญาณได้ชัดเจนเสียก่อน แต่ถึงกระนั้น ในยุคกรีกโบราณได้มีการอธิบายถึงวิญญาณในแนวทางของปรัชญาเสียมากกว่าในแง่ของวิทยาศาสตร์ โดยคำตอบที่ปรากฏออกมาเกี่ยวกับวิญญาณนั้นมีการประสานระหว่างเหตุผลทางความคิดกับความเชื่อทางศาสนาในขณะนั้น ด้วยวิธีการเช่นนี้เอง ทำให้คำอธิบายที่ออกมานั้นมีความไม่แน่นอน และเกิดความหลากหลายไม่ชัดเจน ซึ่งในปัจจุบันวิธีการเช่นนี้ถูกเรียกว่า อาร์มแชร์ (Armchair method)   เพราะเป็นวิธีการหาคำตอบแบบนั่งอยู่กับที่ ไม่มีการค้นคว้าทดลอง หรือพิสูจน์ในเชิงวิทยาศาสตร์ให้สามารถเห็นได้จริง แต่จากแนวคิดทางปรัชญาดังกล่าวทำให้ในระยะหลังเกิดแนวคิดทางจิตวิทยาซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ ได้แก่

              1.  แนวคิดที่มีรากฐานเน้นทางปรัชญา

      เมื่อยุคสมัยได้เข้ามาสู่ความเจริญแห่งวิทยาศาสตร์วิธีการค้นคว้าหาคำอธิบายเกี่ยวกับวิญญาณจึงได้นำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องแต่ก็ไม่สามารถหาคำอธิบายได้กระจ่างชัด ดังนั้น ในยุคหลังนี้ นักจิตวิทยาจึงหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับ จิต (Mind) แทน และทฤษฎีที่เชื่อว่าจิตเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ เรียกว่า Animism  ดังเช่นจอห์น ล็อค (John Lock) นักปรัชญาชาวอังกฤษที่ได้พยายามศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับจิตโดยอธิบายว่าจิตคือความรู้ตัว (Conscious)  จิตของมนุษย์แต่แรกเริ่มบริสุทธิ์เหมือนผ้าขาว แต่สิ่งแวดล้อมเป็นผลให้จิตของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปเหมือนกับการแต้มสีลงบนผ้าขาวนั้นคำอธิบายดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าล็อคให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของบุคคลที่ได้รับจากสิ่งแวดล้อมว่า มีบทบาทต่อพฤติกรรมของบุคคล แต่อย่างไรก็ตาม คำอธิบายดังกล่าวก็ไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

               2.  แนวคิดที่มีรากฐานเน้นทางวิทยาศาสตร์

                  กระทั่งในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา วงการทางวิทยาศาสตร์ได้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยมีผลให้นักจิตวิทยาในยุคใหม่เปลี่ยนแนวทางการศึกษาจากจิตใจ (Mind) มาเป็นการศึกษาพฤติกรรม (Behavior) ซึ่งสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้จริง นอกจากนี้ยังสามารถนำวิธีการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องในการอธิบายได้ชัดเจนด้วย โดยบุคคลที่มีบทบาทความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ คือ วิลเฮล์ม แมกซ์ วุนต์ (Wilhelm Max Wundt) นักจิตวิทยาชาวเยอรมันผู้ก่อตั้งกลุ่มจิตวิทยาแนวทฤษฎีโครงสร้างของจิต (Structuralism)โดยได้จัดตั้งห้องทดลองทางจิตวิทยาเมื่อปี ค.ศ. 1879 ในประเทศเยอรมนี ทำให้วงการจิตวิทยาเริ่มมีการทดลองตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์เป็นครั้งแรกในโลก แต่วุนต์มุ่งเน้นที่จะศึกษาพฤติกรรมภายใน ตลอดจนวิธีการที่นำมาศึกษาค้นคว้ายังมีข้อบกพร่อง จึงยังไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควรวงการจิตวิทยาได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง เมื่อจอห์นบี.วัตสัน (JohnB.Watson) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน
ผู้ตั้งกลุ่มพฤติกรรมนิยม (Bahaviorism)ได้มุ่งศึกษาเฉพาะพฤติกรรมที่สามารถสังเกตได้หรือพฤติกรรมภายนอก ผลงานการศึกษาของวัตสันนี้เอง ทำให้จิตวิทยาได้รับการยอมรับในวงการวิทยาศาสตร์ว่าเป็นวิทยาศาสตร์ทางพฤติกรรม หรือ พฤติกรรมศาสตร์ (Behavior Science)  จนถึงปัจจุบัน

               จากประวัติความเป็นมาของวิชาจิตวิทยาตั้งแต่ระยะแรกเริ่มจนถึงปัจจุบันนั้น จะเห็นได้ว่าจิตวิทยามีการพัฒนาการเพิ่งขึ้นตามลำดับ ซึ่งสามารถสรุปพัฒนาการของวงการจิตวิทยาได้เป็น 4 ระยะ ได้แก่

                ระยะที่ 1 Science of Soul เป็นระยะที่มนุษย์มีความเชื่อเรื่องวิญญาณ การศึกษาจะมุ่งไปทางวิญญาณแต่เพียงประการเดียว โดยมีความเชื่อว่าวิญญาณมีอำนาจเหนือกว่าร่างกาย สามารถสั่งการให้ร่างกายกระทำสิ่งต่าง ๆ
                ระยะที่ 2 Science of Mind ระยะนี้นักปรัชญาได้หันมาศึกษาจิตวิทยาโดยเน้นไปทางจิต แต่ยังใช้แนวคิดทางปรัชญาเป็นหลักในการอธิบาย
                ระยะที่ 3 Science of Consciousness เป็นระยะที่อยู่ในราวศตวรรษที่ 19 ซึ่งได้นำวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการศึกษาอธิบาย แต่ยังเน้นที่พฤติกรรมภายใน โดยปัญหาของการศึกษาอยู่ที่วิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่นำมาศึกษายังไม่เป็นที่ยอมรับกัน
                ระยะที่ 4 Science of Behavior ระยะของพัฒนาการในขั้นนี้ถือว่าเป็นการศึกษาจิตวิทยาโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์อย่างแม้จริง เพราะเน้นการศึกษาไปที่พฤติกรรมภายนอกที่สามารถสังเกตเห็นและพิสูจน์ได้ และได้รับการยอมรับว่าจิตวิทยาเป็น วิทยาศาสตร์ประยุกต์แขนงหนึ่ง

              สำหรับจิตวิทยาในเอเชียแล้ว บุคคลหลายท่านกล่าวว่าจิตวิทยาเริ่มเกิดขึ้นมาก่อนแนวความคิดของอริสโตเติ้ลเสียอีก จิตวิทยาที่กล่าวถึงนี้คือ จิตวิทยาในศาสนาพุทธหรือธรรมะนั่นเอง

สำหรับในประเทศไทย จากการศึกษาประวัติเกี่ยวกับการเรียนการสอน พบว่า มีการสอนวิชาจิตวิทยาในโรงเรียนฝึกหัดครู (ปัจจุบันคือสถาบันราชภัฏ) ในปลายปี พ.ศ. 2472 และในปี พ.ศ. 2473 ได้มีการสอนวิชาจิตวิทยาเป็นวิชาหนึ่งใน 5 รายวิชาของการศึกษาวิชาครุศาสตร์ ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2489 กระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้นโดยความช่วยเหลือขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้จัดตั้ง สถาบันระหว่างชาติสำหรับการศึกษาค้นคว้าเรื่องเด็กขึ้นในบริเวณวิทยาลัยวิชาการศึกษา (ในปัจจุบัน คือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ) ซึ่งนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาค้นคว้าและเผยแพร่วิชาเกี่ยวกับจิตวิทยาเด็ก (Child Psychology)


Loading...