วันจันทร์, 26 ตุลาคม 2563

หลักธรรมสำหรับครู

หลักธรรมสำหรับครู

การเป็นครูที่ดีนั้น จึงไม่ใช่มีความรู้อย่างเดียว แต่จะต้องมีคุณธรรมควบคู่ไปด้วย

ความหมายของคุณธรรม ตามราชบัณฑิตยสถาน (2525: 187) ได้ให้ความหมายของคุณธรรมไว้ว่า “เป็นสภาพคุณงามความดี”

คาร์เตอร์ วี. กู๊ด  (Carter V. Good.  1973 : 641)  ให้ความหมายคุณธรรม  ไว้ว่า  คุณธรรมคือ  คุณลักษณะที่ดีงาม หรือพฤติกรรมที่ปฏิบัติจนเป็นนิสัย  และการที่บุคคลได้กระทำตามความคิดและมาตรฐานของสังคมในทางความประพฤติและจริยธรรม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานหลักคุณธรรมสำหรับคนไทยในพระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ณ ท้องสนามหลวง วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2525  ทั้งนี้เพื่อยึดถือปฏิบัติมีอยู่ 4 ประการ คือ

ประการแรก คือ การรักษาความสัจ ความจริงใจต่อตัวเอง ที่จะประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม

ประการที่สอง คือ การรู้จักข่มใจตนเอง ฝึกใจตนเอง  ให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัจ ความดีนั้น

ประการที่สาม คือ การอดทน อดกลั้น และอดออม  ที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัจ สุจริต ไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใด

ประการที่สี่ คือ การรู้จักละวางความชั่ว ความสุจริต  และรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตนเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง

       คุณธรรมทั้ง 4 ประการนี้จะช่วยให้ประเทศชาติบังเกิดความสุข ร่มเย็น โดยเฉพาะผู้ที่เป็นครู จำเป็นต้องยึดถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น

ธรรมโลกบาล หมายถึง ธรรมที่คุ้มครองโลก ที่ใช้ปกครอง ควบคุมจิตใจมนุษย์ไว้ให้อยู่ในความดีมิให้ละเมิดศีลธรรม ร่วมกันด้วยความสงบสุขไม่เดือดร้อน สับสน วุ่นวาย ซึ่งประกอบด้วย 2 ประการ คือ

หิริ ได้แก่ ความละอายแก่ใจตนเองในการทำความชั่ว

โอตตัปปะ ได้แก่ ความเกรงกลัวบาป เกรงกลัวต่อการทำความชั่วและผลของกรรมชั่วที่ได้กระทำขึ้น

ธรรมที่ทำให้งาม ประกอบด้วย 2 ประการ คือ

ขันติ ได้แก่ ความอดทนต่อความทุกข์ต่อความลำบาก ต่อความโกรธ ความหนักเอาเบาสู้เพื่อให้บรรลุจุดหมายที่ดีงาม

โสรัจจะ ได้แก่ ความสงบเสงี่ยม ความมีอัธยาศัยงดงาม รักความประณีต และรักษาอากัปกิริยาให้เหมาะสมเรียบร้อย เป็นลักษณะอาการที่ต่อเนื่องจากความมีขันติ

อิทธิบาท 4 คือคำสอนที่ทำให้คนเราประสบความสำเร็จ

ฉันทะ คือความพอใจในการกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด

วิรยะ คือ ความขยันหมั่นเพียรและอดทนในการทำสิ่งต่าง ๆ

จิตตะ คือ ความตั้งใจที่จะทำงานให้สำเร็จ ไม่ทอดทิ้งงาน

วิมังสา คือ ความคิดพิจารณาไตร่ตรองหาเหตุผลในสิ่งที่ทำอยู่เสมอโดยทำในสิ่งที่เราคิดว่าทำแล้วได้ผลดี

สังคหวัตถุ 4  คือ หลักธรรม ที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจของผู้อื่น

ทาน คือการให้สิ่งที่ควรให้

ปิยวาจา การพูดจาด้วยถ้อยคำไพเราะนาฟังพูดในสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์

อัตถจริยา ประพฤติประโยชน์แก่ผู้อื่น และแก่ตนเอง

สมานัตตตา ประพฤติตนให้เสมอต้นเสมอปลาย ไม่ถือตัว

พรหมวิหาร 4  คือ ธรรมประจำใจของผู้ประเสริฐ หรือผู้มีจิตใจยิ่งใหญ่ดุจพระพรหมได้แก่

เมตตา หมายถึง ความรักใคร่ ปรารถนาดีต้องการให้ผู้อื่นเป็นสุข

กรุณา หมายถึง ความสงสาร คิดปรารถนาจะช่วยให้ผู้อื่นพ้นจากทุกข์

มุทิตา หมายถึง การพลอยยินดีชื่นชมโสมนัสเมื่อผู้อื่นได้ดีมีความสุข

อุเบกขา หมายถึง ความตั้งมั่นแห่งจิตใจ ไม่หวั่นไหว ในสุขทุกข์ของตนและผู้อื่นที่เราไม่สามารถช่วยได้

ฆราวาสธรรม 4  เป็นธรรมของผู้ครองเรือน ประกอบด้วย

สัจจะ ความซื่อสัตย์ต่อกัน

ทมะ ความฝึกฝนปรับปรุงตนให้รู้จักข่มใจ ควบคุมอารมณ์ควบคุมตนเองและปรับตัวให้เข้ากับงานและสิ่งแวดล้อม

ขันติ ความอดทนต่อการปฏิบัติงานตามหน้าที่

จาคะ ความเสียสละเผื่อแผ่ แบ่งปัน มีน้ำใจ

มรรค 8 หมายถึง ทางปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์เพื่อแก้ปัญหาชีวิตและปัญหาสังคม หรือ เป็นทางปฏิบัติสายกลาง 8 อย่าง คือ

1. สัมมาทิฏฐิ คือ ความเห็นชอบ เช่น เห็นว่าทําดีย่อมได้ดีทําชั่วย่อมได้ผลชั่ว เป็นต้น

2. สัมมาสังกัปปะ คือ ความดําริชอบ เช่น การดําริออกจากกาม ไม่มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส

3. สัมมาวาจา คือ การเจรจาชอบ เช่น เว้นจากการพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคําหยาบ และพูดเพ้อเจ้อ การพูดและวิธีพูดของครู มีผลต่อความรู้สึก และจิตใจของนักเรียนเสมอ ดังนั้น ครูควรพูดด้วยความจริงใจ อ่อนโยนให้นักเรียนเกิดความเคารพนับถือ

4. สัมมากัมมันตะ คือ การกระทําชอบ เป็นการทํางานที่ปราศจากโทษทั้งปวง เช่น ไม่ฆ่าสัตว์ไม่ลักทรัพย์และไม่ประพฤติผิดประเวณีเป็นต้น ครูต้องกระทําการเหล่านี้ด้วยความอดทน ซื่อสัตย์และรอบคอบ

5. สัมมาอาชีวะ คือ การเลี้ยงชีวิตชอบ ไม่ทํามาหากินในทางที่ผิด ศีลธรรมและผิดกฎหมาย ธรรมข้อนี้สําหรับครูคือ ไม่เบียดเบียนเวลาสอนไปทําอาชีพอย่างอื่น หรือรู้จักใช้เวลาว่างเพื่อค้นหาความรู้เพื่ื่อใช้ในการสอน

6. สัมมาวายามะ คือ ความเพียรพยายามชอบ เป็นการเพียรพยายามมิให้ความชั่วเกิด เพียรละความชั่ว เพียรกระทําความดีและรักษาความดี

7. สัมมาสติ คือ ความระลึกชอบ เป็นการระลึกในสิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศลต่างๆ ครูผู้ระลึกชอบย่อมเป็นครูผู้มีสติไม่เสียสติและอยู่ในทํานองคลองธรรมและไม่นอกลู่นอกทาง

8. สัมมาสมาธิ คือ ความตั้งใจชอบ เป็นความตั้งใจให้มีอารมณ์สงบระงับโลภ โกรธ หลง ทั้งปวง

ทศพิธราชธรรม หรือ ราชธรรม 10 หมายถึง หลักธรรมสําหรับพระราชานักบริหาร และผู้ทําหน้าที่ปกครองคนอื่น เช่น ครูอาจารย์เป็นต้น ทศพิธราชธรรม มี 10 อย่าง คือ

1. ทาน คือ การให้การสละทรัพย์สิ่งของ การช่วยเหลือ

2. ศีล คือ ความประพฤติเรียบร้อยทางกาย วาจา

3. บริจาคะ คือ การเสียสละความสุขของตน เพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น

4. อาชวะ คือ ความซื่อตรง มีความจริงใจ ปฏิบัติงานด้วยความสุจริต

5. มัททวะ คือ ความสุภาพอ่อนโยน มีอัธยาศัยงดงาม

6. ตบะ คือ การระงับยับยั้งมิให้กิเลสเข้าครอบงํา มีความเป็นอยู่ธรรมดา

7. อักโกธะ คือ ความไม่โกรธไม่ลุแก่อํานาจความโกรธ มีเมตตา ประจําใจ

8. อวิหิงสา คือ ความไม่เบียดเบียน ไม่บีบบังคับกดขี่ไม่หลงระเริงอํานาจ

9. ขันติ คือ ความอดทน อดทนต่อความยากลําบาก ต่อคํายั่วยุและ เยาะเย้ยต่าง ๆ

10. อวิโรธนะ คือ ความไม่ประพฤติผิดธรรม ไม่หวั่นไหวต่อลาภ ยึดมั่นอยู่ในธรรม

จริยธรรม

จริยธรรมสำหรับครู จริยธรรม (Ethics) เป็นเรื่องของความรู้สึก เป็นจิตสำนึกของบุคคล เป็นพฤติกรรมที่ถูกต้องดีงามทั้งกายวาจาใจ เป็นปฏิสัมพันธ์ที่เหมาะสมทางสังคม เป็นรากฐานของสันติสุขที่ยั่งยืน คนเป็นครูจึงควรต้องสร้างจิตสำนึกที่ดีงามให้เกิดขึ้นมนตนเอง ในสังคม ต้องซื่อสัตย์สุจริตต่อวิชาชีพของตน

จริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพครู มีดังนี้

1. จริยธรรมต่อตนเอง

2. จริยธรรมต่อบุตรธิดา

3. จริยธรรมต่อภริยาหรือสาม

4. จริยธรรมต่อบิดามารดา

5.จริยธรรมต่อลูกศิษย์ ครูต้องให้ความรักต่อลูกศิษย์เหมือนกับบุตรของตนเอง เพราะครูเปรียบเหมือนกับ บิดามารดาคนที่สองของศิษย์ ดังนั้น ครูต้องมอบความรักให้กับศิษย์ มีเมตตากรุณา มีความยุติธรรม ว่ากล่าวตักเตือนเมื่อศิษย์กระทำผิด ไม่เปิดเผยความลับของศิษย์เป็นต้น

6. จริยธรรมต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ

ค่านิยม

ค่านิยม คือ ความนิยมในสิ่งที่มีค่าควรแก่การปกป้องคุ้มครองป้องกันดูแลรักษาไว้ให้มั่นคง ดำรงอยู่ให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป เพื่อประโยชน์แก่ตนเองและส่วนรวม

ค่านิยมที่ครูควรยึดถือ คือ แนวคิดหรือความประพฤติอันดีงามที่ครูควรยึดถือเป็นหลักประจำใจ และปฏิบัติตามสิ่งที่ได้ยึดถือนั้นเป็นประจำ

ตัวอย่าง การพึ่งตนเอง ขยันหมั่นเพียร มีความรับผิดชอบ มีวินัย ประหยัด ปฏิบัติตามศีล 5  ซื่อสัตย์สุจริต ยุติธรรม เสียสละ กล้าหาญ รักสุขภาพ มีประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

คานิยมที่ครูไมควรยึดถือ คือสิ่งที่ครูไม่ควรจะยึดถือประจำใจ เพราะเห็นว่าไม่มีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นครู และการประกอบวิชาชีพการงานของครู

ตัวอย่าง การฟุ่มเฟือย แสวงหาโชค สนุกสนาน ทำตัวตามสบาย ใช้สิ่งเสพติดมึนเมา ยกย่องผู้ประพฤติผิดคุณธรรมให้เป็นบุคคลสำคัญ

ค่านิยมพื้นฐาน 5 ประการ

         ค่านิยมพื้นฐาน 5 ประการ ที่คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้เชิญชวนให้ทุกคนร่วมกันส่งเสริมปลูกฝังและปฏิบัติตาม ได้แก่

1. การพึ่งตนเอง ขยันหมั่นเพียร และมีความรับผิดชอบ

2. การประหยัด อดออม

3. การมีระเบียบวินัย และเคารพกฏหมาย

4. การปฏิบัติตามคุณธรรมทางศาสนา

5. ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ค่านิยมไทย 12 ประการ

            การสร้างค่านิยมหลักของคนไทย ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อสร้างสรรค์ประเทศไทยให้เข้มแข็ง โดยต้องสร้างคนในชาติ ให้มีค่านิยมไทย 12 ประการ (15ก.ค. 2557)

มีดังนี้

1. มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2. ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน

3. กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์

4. ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม

5. รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทย

6. มีศีลธรรม รักษาความสัตย์

7. เข้าใจเรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย

8. มีระเบียบ วินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่

9. มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ

10. รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

11. มีความเข้มแข็งทั้งร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ

12. คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง


Loading...