วันเสาร์, 15 สิงหาคม 2563

องค์ประกอบของรายงาน

ปกหน้า
ปกใน
บทคัดย่อ ภาษาไทยและอังกฤษ
เนื้อหางานวิจัย :
บทที่ 1 บทนำ
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย
บทที่ 4 ผลการดำเนินงาน
บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ
บรรณานุกรม
ภาคผนวก ประกอบด้วย
1. manuscript หรือ reprint หรือบทความวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์แล้ว
2. รายละเอียดเกี่ยวกับการนำงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ไปใช้อันก่อให้เกิดประโยชน์อย่างเด่นชัด
ประวัติย่อนักวิจัยสรุปรายงานการใช้จ่ายเงิน

คำอธิบายการจัดทำรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์

รูปแบบรายงานประกอบด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้
ใช้ชุดรูปแบบตัวอักษร TH Saraban PSK

1. ส่วนประกอบตอนต้น
1. หน้าปก ระบุชื่อเรื่องเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งชื่อผู้วิจัย
2. ปกใน เหมือนหน้าปก ระบุชื่อผู้วิจัยทั้งคณะ
3. กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgement)
4. บทคัดย่อภาษาไทย และภาษาอังกฤษ (Abstract)
5. สารบัญ (Table of Contents)
6. บัญชีตาราง (List of Tables)
7. บัญชีภาพประกอบ (List of Illustrations)

2. ส่วนประกอบเนื้อเรื่อง
1. บทที่ 1 (Chapter 1) บทนำ (Introduction) กล่าวถึงความสำคัญและที่มาของปัญหาวัตถุประสงค์และขอบเขตการวิจัย
2. บทที่ 2 (Chapter 2) เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (Literature Review) กล่าวถึงเนื้อหาของเรื่องที่เคยมีผู้ทำวิจัยมาก่อน
3. บทที่ 3 (Chapter 3) วิธีดำเนินการวิจัย (Materials & Method) กล่าวถึงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีดำเนินการวิจัย
4. บทที่ 4 (Chapter 4) ผลการดำเนินงาน (Results) ผลการวิจัยที่ได้ทั้งหมด
5. บทที่ 5 (Chapter 5) สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ (Discussion) กล่าวถึงผลการวิจัยทั้งที่เป็นและไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ตลอดจนข้อเสนอแนะที่สามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์ในทางประยุกต์ของผลการวิจัยที่ได้

3. ส่วนประกอบตอนท้าย
1. บรรณานุกรม (Bibliography)
2. ภาคผนวก (Appendix) ประกอบด้วย
2.1 manuscript หรือ reprint หรือบทความวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์แล้ว
2.2 รายละเอียดเกี่ยวกับการนำงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ไปใช้อันก่อให้เกิดประโยชน์อย่างเด่นชัด

คำชี้แจงเพิ่มเติม

การนำงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์มาใช้อันก่อให้เกิดประโยชน์อย่างชัดเจน หมายถึง การมีหลักฐานแสดงว่าได้มีการนำผลงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์หรือข้อเสนอแนะที่ระบุไว้ในรายงานการวิจัยอย่างถูกต้อง และมีหลักฐานปรากฏชัดเจนถึงการนำไปใช้จนก่อให้เกิดประโยชน์ได้จริง ประเภทของการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย และงานสร้างสรรค์ มีดังนี้

1. การใช้ประโยชน์เชิงวิชาการ เช่น การใช้ประโยชน์ในการให้บริการวิชาการ (สอน/บรรยาย/ฝึกอบรม) การใช้ประโยชน์ในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอน การเขียนตำรา แบบเรียน การใช้ประโยชน์ในด้านการให้บริการ หรือเป็นงานวิจัยเพื่อต่อยอดโครงการวิจัย เป็นต้น

2. การใช้ประโยชน์ในเชิงสาธารณะ เช่น งานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ที่สร้างองค์ความรู้แก่สาธารณชนในเรื่องต่างๆ เช่น องค์ความรู้ในด้านศิลปวัฒนธรรม สาธารณสุข การบริหารจัดการสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ประชาธิปไตยภาคประชาชน วิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน อันเป็นผลมาจากการนำข้อความรู้จากการวิจัยไปใช้เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการนำผลการวิจัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์

3. การใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย หรือระดับประเทศ เช่น งานวิจัยเชิงนโยบายไม่ว่าจะเป็นการนำผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ ไปเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งของการประกาศใช้กฎหมายหรือมาตรการต่างๆ ในองค์กร หรือหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน

4. การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เช่น งานวิจัยและ/หรืองานสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ หรือผลิตภัณฑ์ซึ่งก่อให้เกิดรายได้ตามมา

2.2.1 หลักฐานที่ปรากฏชัดเจนถึงการนำงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในข้อเสนอโครงการ เช่น
– Course syllabus
– ภาพถ่าย (โปรดระบุ วัน เวลา สถานที่ กิจกรรม)
– หนังสือ ตำรา (โปรดระบุหน้าที่นำไปใช้-อ้างถึง)
– อื่นๆ


Loading...