วันพฤหัสบดี, 12 ธันวาคม 2562

CIPPA Model

CIPPA Model มีแนวคิดมาจาก
1)หลักการสร้างความรู้ 
2) หลักกระบวนการกลุ่มและการเรียนรู้แบบร่วมมือ 
3) หลักความพร้อมในการเรียนรู้ 
4) หลักการการเรียนรู้กระบวนการ
5) หลักการถ่ายโอนการเรียนรู้  

C = Construction of knowledge  การสร้างความรู้ด้วยตนเอง
I  = Interaction   การมีปฏิสัมพันธ์
P = Process skills  ทักษะกระบวนการ
P = physical participation  มีการเคลื่อนไหวร่างกาย
A = Application  การนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้

            ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้สูงสุด   โดยการให้ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้ด้วยตนเอง  (C) และการมีปฏิสัมพันธ์ (I) กับเพื่อน บุคคลอื่น และสิ่งแวดล้อมรอบตัวหลาย ๆ ด้าน  โดยใช้ทักษะกระบวนการต่าง ๆ (P)   จำนวนมากเป็นเครื่องมือในการสร้างความรู้  เพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะกระบวนการ  และเรียนรู้สาระในแง่มุมที่กว้างขึ้น  ซึ่งจะเกิดขึ้นได้หากผู้เรียนอยู่ในสภาพที่มีความพร้อมในการรับรู้และเรียนรู้  มีประสาทการรับรู้ที่ตื่นตัว  ไม่เฉื่อยชา  และสิ่งที่สามารถช่วยให้ผู้เรียนอยู่ในสภาพดังกล่าวได้คือ การให้ผู้เรียนมีการเคลื่อนไหวทางกาย (P)  อย่างเหมาะสม    กิจกรรมที่หลากหลาย  ทำให้ผู้เรียนตื่นตัวอยู่เสมอ  จึงสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี   แต่การเรียนรู้นั้นจะมีความหมายต่อตนเอง  และความรู้ความเข้าใจนั้นจะมีความลึกซึ้งและอยู่คงทนมากเพียงใดนั้นต้องอาศัยการถ่ายโอนการเรียนรู้  หากผู้เรียนมีโอกาสนำความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้ (A) ในสถานการณ์ที่หลากหลาย  ความรู้นั้นก็จะเป็นประโยชน์และมีความหมายมากขึ้น 

            CIPPA Model  มีขั้นตอนการดำเนินการสอน 7 ขั้น ดังนี้

  1. การทบทวนความรู้เดิม   ขั้นนี้เป็นการดึงความรู้เดิมของผู้เรียนในเรื่องที่จะเรียนเพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิมของตน  ซึ่งผู้สอนอาจใช้วิธีการต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย
  2. การแสวงหาความรู้ใหม่   ขั้นนี้เป็นการแสวงหาข้อมูลความรู้ใหม่ของผู้เรียนจากแหล่งข้อมูลหรือแหล่งความรู้ต่าง ๆ  ซึ่งครูอาจจัดเตรียมมาให้ผู้เรียนหรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนไปแสวงหาก็ได้
  3. การศึกษาทำความเข้าใจข้อมูล / ความรู้ใหม่ และเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม  ขั้นนี้เป็นขั้นที่ผู้เรียนจะต้องศึกษา และทำความเข้าใจกับข้อมูล/ความรู้ที่หามาได้   ผู้เรียนจะต้องสร้างความหมายของข้อมูล/ประสบการณ์ใหม่ๆ   โดยใช้กระบวนการต่าง ๆ ด้วยตนเอง เช่น ใช้กระบวนการคิด  กระบวนการกลุ่มในการอภิปรายและสรุปความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลนั้น ๆ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการเชื่อมโยงกับความรู้เดิม
  4. การแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม   ขั้นนี้เป็นขั้นที่ผู้เรียนอาศัยกลุ่มเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของตน  รวมทั้งขยายความรู้ความเข้าใจของตนให้กว้างขึ้น  ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนได้แบ่งปันความรู้ความเข้าใจของตนเองแก่ผู้อื่น และได้รับประโยชน์จากความรู้  ความเข้าใจของผู้อื่นไปพร้อม ๆ กัน
  5. การสรุปจัดระเบียบความรู้ และวิเคราะห์กระบวนการเรียนรู้  ขั้นนี้เป็นขั้นตอนการสรุปความรู้ได้รับทั้งหมด  ทั้งความรู้เดิมและความรู้ใหม่  และจัดสิ่งที่เรียนให้เป็นระบบระเบียบเพื่อช่วยให้ผู้เรียนจดจำสิ่งที่เรียนรู้ได้ง่าย  รวมทั้งวิเคราะห์กระบวนการเรียนรู้ทั้งหลายที่เกิดขึ้น
  6. การปฏิบัติ และ/หรือ การแสดงผลงาน  เป็นขั้นที่เมื่อผู้เรียนได้เรียนรู้จนสรุปจัดความรู้เป็นระเบียบแล้ว เมื่อเป็นความรู้ที่ต้องนำไปปฏิบัติต่อ จึงปฏิบัติต่อในขั้นนี้  และแสดงผลงานที่ได้ปฏิบัติด้วย แต่หากเป็นความรู้ที่ไม่ได้ปฏิบัติ  ขั้นนี้จะเป็นขั้นที่ผู้เรียนได้มีโอกาสแสดงผลงานการสร้างความรู้ของตนให้ผู้อื่นรับรู้  ซึ่งเป็นการช่วยให้ผู้เรียนได้ตอกย้ำหรือตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของตนและช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้ความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย
  7. การประยุกต์ใช้ความรู้  เป็นขั้นของการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนการนำความรู้ความเข้าใจของตนไปใช้ในสถานการณ์จริง ๆ ที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มความชำนาญ ความเข้าใจ ความสามารถในการแก้ปัญหาและความจำในเรื่องนั้น ๆ

อ้างอิง : ทิศนา แขมมณี


Loading...