การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามแนวทาง Active Learning

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามแนวทาง Active Learning ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ และเทคโนโลยีร่วมสมัย เพื่อส่งเสริม ความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
นายสมชัย วรธงไชย ผู้วิจัย

ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนสะแกราชธวัชศึกษา ตำแหน่ง ปีการศึกษา 2561

บทคัดย่อ การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามแนวทาง Active Learning ร่วมกับ การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ และเทคโนโลยีร่วมสมัย เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดอย่างมี วิจารณญาณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับ การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามแนวทาง Active Learning ร่วมกับการจัดการ เรียนรู้แบบสืบเสาะ และเทคโนโลยีร่วมสมัย เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษปีที่3 2 เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ตามแนวทาง Active Leaning ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ และเทคโนโลยี ร่วมสมัย เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ตามแนวทาง Active Leaning ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ และเทคโนโลยี ร่วมสมัย เพื่อส่งเสมควมสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 4) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวทาง Active Learning ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบสาะและเทคโนโลยีร่วมสมัย พื่อส่งเสริมความสามารถในการคิด อย่างมีวิจารณญาณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน คือ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสะแกราชธวัชศึกษา การจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ แนวคิดทฤษฎีความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การสนทนากลุ่มของครูผู้สอน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนสะแกราชธวัชศึกษา แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการสร้างและพัฒนา รูปแบบการจัดการเรียนรู้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 โรงเรียนสะแกราชธวัชศึกษา แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาผลการทดลองใช้และประเมินรูปแบบการ จัดการเรียนรู้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศีกษาปีที่3/1 ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนสะแก ราชธวัศึกษา เครื่องมือที่ช้ในการศึกษ คือ ) รูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามแนวทาง Active Leaning ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะและเทคโนโลยีร่วมสมัย เพื่อส่งเสริม ความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2) แผนการจัดการ เรียนรู้ ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 4) แบบทดสอบ วัดความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และ5) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการ เรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามแนวทาง Active Learning ร่วมกับการจัดการ เรียนรู้แบบสืบเสาะ และเทคโนโลยีร่วมสมัย เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ค่ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน และ การทดสอบค่าที (t-test)

ผลการวิจัยพบว่า

1. ข้อมูลสภาพปัจจุบันและความต้องการในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มุ่งส่งเสริมให้ นักเรียนมีทักษะของผู้เรียนในศตวษที่21 เน้นกระบวนการคิด โดยเฉพาะการส่งเสริมความสามารถ ในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ โดยการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสม ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี การ ปฏิบัติงานกิจกรรมที่ได้มาจากกระบวนการคิดของนักเรียน เพื่อให้ได้มีความสามารถในการคิดอย่างมี วิจารณญาณ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามแนวทาง Active learning ร่วมกับการจัดการ เรียนรู้แบบสืบเสาะ และเทคโนโลยีร่วมสมัย เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ประกอบด้วย 8 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการจัดการเรียนรู้ สาระหลัก ระบบสังคม หลักการตอบสนอง สิ่งสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ และเงื่อนไขในการนำไปใช้ โดยมีขั้นตอนการเรียนรู้ 6 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 ปัญหาวิชาการ (Academic problems) ขั้นตอนที่ 2 ร่วมวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ (oin Creative criticism) ขั้นตอนที่ 3 ขยันแสวงหาความรู้ (Seek knowledge) ขั้นตอนที่ 4 มุ่งสู่ข้อสรุปและขยายความ (Conclusion and expansion) ขั้นตอนที่5 สร้างสื่อตามนำเสนอเทคโนโลยี (Media presentation technology) และขั้นตอนที่ 6 วิจารณญาณมีประเมินและประยุกต์ (A Critical Assessment and Application) เมื่อนำไปทดลองใช้กับนักเรียนแบบภาคสนามจำนวน 30 คน พบว่า มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 83.83/84.08 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80

3. ผลการทดลองใช้ รูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวทาง Active Learning ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ และเทคโนโลยีร่วมสมัย เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิด อย่างมีวิจารณญาณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลัง เรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และความสามารถในการคิดอย่างมี วิจารณญาณของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01

4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามแนวทาง Active Leaaning ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ และเทคโนโลยีร่วมสมัย เพื่อ ส่งเสริมความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading...