การกำเนิดลูกเสือ

ลอร์ดเบเดน_โพเอลล์ ขอขอบคุณภาพจาก : http://th.wikipedia.org/wiki/โรเบิร์ต_เบเดน_โพเอลล์

ประวัติสังเขปของ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์

ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ เป็นผู้ให้กำเนิดลูกเสือโลก มีชื่อเต็มว่า โรเบิร์ต สติเฟสัน สไมธ์      เบเดน โพเอลล์ เรียกย่อๆว่า บี.พี. (B.P.) เกิดวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2400 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ บิดาชื่อ เอช.จี.เบเดน โพเอลล์ เป็นศาสตราจารย์ สอนวิชาเรขาคณิต และธรรมชาติศึกษา ณ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด มารดาชื่อ เฮนริเอทต้า เกรซ สไมธ์ เป็นธิดาของพลเรือเอก ดับบิว.ที.สไมธ์ แห่งราชนาวีอังกฤษ สมรสกับนางสาวโมลาฟ เซ็นต์แคลร์ เมื่ออายุได้ 55 ปี

ชีวิตในวัยเด็ก

เมื่อ บี.พี. อายุได้ 11–12 ปี ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษาชื่อ โรสฮิลล์      ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมชื่อชาเตอร์เฮาส์ กรุงลอนดอนได้ 2 ปี ต่อมาโรงเรียนได้ย้ายไปตั้งอยู่ในชนบท ณ เมืองโกคาลมิง ในแคว้นเซอร์เรย์ มีน้ำไหลผ่านและมีป่าใหญ่อยู่ติดบริเวณโรงเรียน เขามักใช้เวลาว่างหลบเข้าไปใช้ชีวิตและศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติโดยลำพัง

ชีวิตในวัยเด็ก บี.พี. ได้รับความรู้พิเศษจากพลเรือเอกสไมธ์ผู้เป็นตา เกี่ยวกับการว่ายน้ำ เล่นสเกต ขี่ม้า การวัดแดดและดูดาว นอกจากนี้เขายังชอบวาดภาพ ร้องเพลง แสดงละคร มีความสนใจในธรรมชาติศึกษา ศึกษาชีวิตสัตว์ ต้นไม้ตลอดจนความรู้เชิงพราน และในวันปิดภาคมักจะท่องเที่ยวพักแรม ไปกับพี่ชายอีก 3 คน

ปีสุดท้ายที่เรียนอยู่ในชาเตอร์เฮาส์ บี.พี. ได้ไปสมัครสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดสองครั้งแต่สอบไม่ได้ ในปี พ.ศ. 2419 สอบเข้าโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิสต์ ได้ที่ 5 ได้รับตั้งแต่เป็นนายร้อยตรีในกองทัพบกของอังกฤษ และถูกส่งไปประจำการที่ประเทศอินเดีย        เมื่อ อายุ 19 ปี

ชีวิตในการรับราชการทหาร

บี.พี.รับราชการทหารในประเทศอินเดีย ประจำกองทหารม้าอุสซาร์ที่ 13 เป็นเวลา 8 ปี โดยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง และได้รับยศร้อยเอก เมื่ออายุ 26 ปี ในระหว่างนี้มีเหตุการณ์ที่แสดงลักษณะพิเศษหลายอย่าง เช่น

ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันกีฬาแทงหมูป่า ขณะอยู่บนหลังม้าโดยใช้หอกสั้น เมื่อ พ.ศ.2426 และขณะที่มียศเป็นร้อยตรี ได้รับเงินเดือนน้อยมาก เพียงปีละ 120 ปอนด์ จึงดำเนินชีวิตอย่างประหยัด คืองดสูบบุหรี่ ดื่มสุราแต่น้อย หารายได้พิเศษโดยการเขียนเรื่องและเขียนภาพลงหนังสือพิมพิ์

ชีวิตราชการทหารของท่านส่วนใหญ่อยู่ในประเทศอินเดียและแอฟริกา มีสิ่งที่ประทับใจ ที่เกี่ยวกับกิจการลูกเสือหลายครั้ง เช่น

  • ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2431 ได้ไปปราบชนเผ่าซูลู ในแอฟริกาใต้จนสำเร็จ
  • ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2432 ที่เกาะมอลต้า บี.พีได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยทูตทหาร ทำหน่าที่เป็นทหารสืบราชการลับ
  • ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2438 ทำการรบกับเผ่าอาซันติ ซึ่งมีกษัตริย์ชื่อว่าคิงเปรมเปห์ และเขาได้รับชัยชนะ
  • ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2439 ได้ไปปราบพวกกบฏมาตาบิลีซึ่งเป็นเผ่าหนึ่งของซูลู
  • ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2442 บี.พี.ได้นำกองทัพไปป้องกันการรุกรานของพวกบัวร ที่เมืองมาฟอีคิง จึงมีกองทัพใหญ่ไปช่วย จนพวกบัวร์ต้องล่าถอยไป ในการป้องกันเมืองมาฟอีคิงเขาได้ใช้เด็กอาสาสมัครทำหน้าที่ส่งข่าว ซึ่งเด็กก็ทำหน้าที่ได้ดี ทำให้บี.พี.ประทับใจในตัวเด็ก

การกำเนิดลูกเสือ

บี.พี. เดินทางกลับอังกฤษในฐานะวีรบุรุษ และได้รับเกียรติอย่างมาก เนื่องจากได้รับประสบการณ์จากเมืองมาฟอีคิง ซึ่งได้จัดให้เด็กๆ มาช่วยเหลือในการรักษาเมืองเช่น ทำหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าวและสอดแนมของกองทัพรักษาความสงบภายใน รับใช้งานต่างๆเช่น อยู่ยามบนหอคอยให้สัญญาณแก่ประชาชนเมื่อพวกบัวร์โจมตี เด็กเหล่านี้ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเข้มแข็ง ว่องไว ได้ผลดีไม่แพ้ผู้ใหญ่ ดังนั้น บี.พี.จึงคิดตั้งขบวนการลูกเสือขึ้น

จากประสบการณ์ของท่านเมื่ออยู่ที่อินเดีย แอฟริกา อยู่กับพวกซูลูและคนพื้นเมืองเผ่าอื่นๆ ทำให้ บี.พี. ได้รับการพัฒนาความคิดมาเป็นขบวนการลูกเสืออย่างรอบคอบ โดยในปี พ.ศ. 2450   บี.พี. ได้รวบรวมเด็ก 20 คน ให้ไปอยู่ที่เกาะบราวน์ซี ในช่องแคบอังกฤษ นับเป็นการพักแรมของลูกเสือครั้งแรกของโลก

ในปีต่อมา กองลูกเสือได้เริ่มก่อตั้งขึ้น อย่างจริงจังเป็นครั้งแรกในอังกฤษ และขยายตัวแพร่หลายอย่างรวดเร็ว

ขบวนการลูกเสือได้เจริญขึ้นตามลำดับ ทำให้ บี.พี. มองเห็นการณ์ไกล ลูกเสือจะเป็นงานสำคัญในชีวิต ซึ่งจะทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้มาก โดยการอบรมเด็กๆรุ่นหลังให้เป็นพลเมืองดีของชาติ บี.พี. จึงลาออกจากราชการทหาร ชีวิตตอนนี้จึงเรียกว่า ” ชีวิตที่สอง ” ซึ่งเป็นชีวิตที่ให้บริการแก่ลูกเสือทั่วโลก

พ.ศ. 2454 บี.พี. เดินทางรอบโลก เพื่อพบลูกเสือประเทศต่างๆ เป็นการตั้งต้นของการลูกเสือ ที่จะเสริมความเป็นพี่น้องลูกเสือทั่วโลก

พ.ศ. 2463 ลูกเสือประเทศต่างๆทั่วโลกพบกันที่กรุงลอนดอน เพื่อร่วมชุมนุมลูกเสือโลกครั้งแรก ในการชุมนุมครั้งนี้ ลูกเสือทังหลายได้พร้อมใจกันประกาศให้ บี.พี. อยู่ในตำแหน่งประมุขคณะลูกเสือโลก

เมื่อการลูกเสือมีอายุครบ 21 ปี ซึ่งเป็นการบรรลุ “นิติภาวะ” ตามกฎหมายอังกฤษและมีลูกเสือทั่วโลกถึง 2 ล้านเศษ  พระเจ้ายอร์ชที่ 5 ได้พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้ บี.พี. เป็นบารอน ต่อจากนั้นกิจการลูกเสือก็เจริญก้าวหน้าโดยไม่หยุดยั้ง และมีการชุมนุมลูกเสือโลกขึ้นอีกหลายครั้ง

เมื่อ บี.พี. มีอายุ 80 ปี กำลังเริ่มลดลง จึงกลับไปอยู่แอฟริกาอีกครั้งหนึ่งเพื่อพักผ่อนในช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยพักอยู่ที่ประเทศเคนยา และถึงแก่กรรมที่นั่นเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ.2484

แหล่งอ้างอิง : http://www.scoutthailand.org/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Loading...