วันอังคาร, 22 ตุลาคม 2562

จิตวิทยาการแนะแนว (ผศ. ดร. ทศพร ประเสริฐสุข)

ผศ. ดร. ทศพร  ประเสริฐสุข 

 

ความหมายของการแนะแนว

การแนะแนว หมายถึง กระบวนการทางการศึกษาที่ช่วยให้ บุคคลรู้จัก และเข้าใจตนเองและสิ่งแวดล้อม สามารถนำตนเองได้ แก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง และพัฒนาตนเองได้ตามศักยภาพ ปฏิบัติตนให้เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม

การแนะแนวไม่ใช่การแนะนำ อาจกล่าวได้ว่าการแนะแนวเป็นการช่วยเหลือ ให้เขาสามารถช่วยตนเองได้

 

ประเภทของการแนะแนว

1. การแนะแนวการศึกษา (Education Guidance)

2. การแนะแนวอาชีพ (Vocational Guidance)

3. การแนะแนวส่วนตัวและสังคม (Personal and Social Guidance)

 

บริการแนะแนว

1. บริการสำรวจนักเรียนเป็นรายบุคคล (Individual Inventory Service)

2. บริการสนเทศ (Information Service)

3. บริการให้คำปรึกษา (Counseling Service) เป็นหัวใจของการแนะแนว

4. บริการจัดวางตัวบุคคล (Placement Service)

5. บริการติดตามผล

 

ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน

1. รู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล

ด้านความสามารถ  การเรียน อื่นๆ

ด้านสุขภาพ กาย ใจ พฤติกรรม

ด้านครอบครัว เศรษฐกิจ การคุ้มครองนักเรียน

2. การคัดกรองนักเรียน (ดูข้อมูล จัดกลุ่ม)

ปกติ

กลุ่มเสี่ยง

3. การส่งเสริมพัฒนาให้ได้คุณภาพ

4. การป้องกันและแก้ปัญหา

ใกล้ชิด หาข้อมูล ให้คำปรึกษา

5. การส่งต่อ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน

แบบประเมินพฤติกรรมเด็ก SDQ (The Strength and Difficulties Questionnaires)

การแนะแนวสำหรับอาจารย์และผู้บริหารสถานศึกษา

1. ความหมายของการแนะแนว

2. การแนะแนว VS การแนะนำ

3. การแนะนำ 3 ด้าน การศึกษา อาชีพ ส่วนตัว

4. บริการที่จัดในโรงเรียน 5 บริการ

5. บริการให้คำปรึกษาเป็นหัวใจของการบริการแนะแนว

6. ความหมายของการให้คำปรึกษา

7. Individual Counseling and Group Counseling

8. การเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์และการแสดงออก

9. การเข้าใจธรรมชาติของปัญหา (3 kinds of problem 7 cells)

10. จรรยาบรรณของการให้คำปรึกษา

11. ขั้นตอนในการให้คำปรึกษา

12. เทคนิคการให้คำปรึกษา และ Role Play

 

การให้คำปรึกษา (Counseling)

ความหมาย

กระบวนการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้มาขอคำปรึกษา เพื่อให้เขาได้ใช้ความสามารถที่เขามีอยู่จัดการกับปัญหาของเขาได้ สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาได้

กระบวนการให้คำปรึกษาจะเกี่ยวข้องกับสิ่งสำคัญ 3 ประการ

1. ผู้ให้คำปรึกษา (Counselor)

2. ผู้มาขอรับคำปรึกษา (Counselee)

3. ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง Counselor และ Counselee

จิตวิทยาการให้คำปรึกษา ต้องพิจารณาสิ่งต่อไปนี้

1. การเข้าใจตนเอง (Counselor)

2. การเข้าใจผู้มาของรับการปรึกษา

3. การเข้าใจธรรมชาติการแสดงออกของมนุษย์ (Human interaction Model)

4. เข้าใจธรรมชาติของปัญหาและการวิเคราะห์ปัญหา

5. เข้าใจลักษณะการให้คำปรึกษา จรรยาบรรณการให้คำปรึกษา

6. ขั้นตอนการให้คำปรึกษา

7. เทคนิคการคำปรึกษา

8. ฝึกปฏิบัติ (Practicum)

คนที่จะประสบความสำเร็จ ต้องเก่งอย่างน้อย 3 เก่ง

1. เก่งงาน (Task Ability)

คุณสมบัติของคนเก่งงาน

1.1 ต้องมีความรู้และความชำนาญในงานนั้น

1.2 ต้องมีความรับผิดชอบสูง

1.3 รวดเร็ว ถูกต้อง

1.4 มองการณ์ไกล มี Vision

2. เก่งคน (Social Ability)

คุณสมบัติของคนเก่งคน

2.1 เข้าใจตน เข้าใจคนอื่น

2.2 ปรับตน ปรับคนอื่น

 

3. เก่งคิด (Conceptual Ability)

 

Human Approaching

U  =  p+c  (พูดน้อย)

N  =  p+l+c

O  =  L+C  (พูดมาก)

C = Concern ให้ความสำคัญ – เป็นสิ่งที่ครูควรจะปลูกฝังให้เกิดขึ้นกับตัวเด็ก

P = Persuasion ชักชวนพูดคุย หลัก พูดเรื่องของเขา, อย่าขัดคอ, คุยเรื่องที่เขาเด่น/เก่ง, คุยเรื่องแปลก

L = Listening การฟัง หลัก ตั้งใจ สนใจ ฟัง, สายตามองคู่สนทนาแต่ไม่จ้อง, แสดงอาการตอบรับ ทั้งกายและวาจา, ทวนคำ

 

ชนิดของปัญหา (3 Kinds of Problems)

1. ข้อเท็จจริง (Factual Problem) เช่น ปัญหารถสตาร์ทไม่ติด

2. อารมณ์ (Emotional Problem) เช่น ปัญหาคู่สมรส

3. ผลประโยชน์ (Beneficial Problem)

 

ขั้นตอนของการให้คำปรึกษา

1. สร้างความคุ้นเคย (Rapport)

2. เริ่มต้นการให้คำปรึกษา (Opening the Interview)

3. การกำหนดปัญหา (Setting Problems)

4. การรวบรวมข้อมูล (Collecting Data)

5. การร่วมแก้ปัญหา (Solving the Problem)

6. ขั้นให้ข้อเสนอแนะ (Suggestion)

7. ขั้นสรุปและปิดการสนทนา (Summarization & Closed Case)

 

เทคนิคการให้คำปรึกษา

1. สร้างความคุ้นเคย (Rapport)

2. การถาม (Asking)

3. การฟัง (Listening)

4. การให้ความกระจ่าง (Clarification)

5. ขั้นให้ข้อเสนอแนะ (Suggestion)

6. การสะท้อนความรู้สึก (Reflection of feeling)

7. การสะท้อนเนื้อหา (Reflection of Content)

8. การสรุป (Summarization)

9. การเงียบ (Silence)

 

จิตวิทยา (Psychology)

การให้คำปรึกษา (Counseling)

จิตวิทยา คือ ศาสตร์ (Logos) ที่ศึกษาพฤติกรรม (Behavior) ของมนุษย์และสัตว์

เราศึกษาพฤติกรรม เพื่อรู้พฤติกรรมภายใน (Convert Behavior) หรือจิต

ศึกษาจิตวิทยาเพื่อ…

1. ให้เกิดความเข้าใจ

2. ให้สามารถอธิบายได้

3. ทำนาย

4. ควบคุม


Loading...