แนวข้อสอบครูผู้ช่วย ภาค ก 20 ข้อ พร้อมเฉลยละเอียด ครูเชียงราย แนวข้อสอบครูผู้ช่วย ภาค ก 20 ข้อ พร้อมเฉลยละเอียด ครูเชียงราย

แนวข้อสอบครูผู้ช่วย ภาค ก วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 20 ข้อ พร้อมเฉลยละเอียด

ฝึกแนวข้อสอบครูผู้ช่วย ภาค ก เรื่องวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 20 ข้อ แยกโจทย์กับเฉลย อธิบายคำตอบและตัวเลือกที่ผิด พร้อมแหล่งอ้างอิงรายข้อ

คำสั่งทางปกครองต้องพิจารณาทั้งอำนาจ ความเป็นกลาง สิทธิคู่กรณี รูปแบบและการอุทธรณ์ ชุดนี้ระบุเงื่อนไขสำคัญในโจทย์เพื่อไม่เหมารวมข้อยกเว้น

ขอบเขตอ้างอิงภาค ก ของการสอบครูผู้ช่วย สพฐ. กรณีทั่วไป ตาม ว14/2566 ชุดนี้เป็นแนวข้อสอบฝึกที่จัดทำขึ้นใหม่ ไม่ใช่ข้อสอบจริงหรือข้อสอบที่หน่วยงานรับรอง ผู้สมัครควรเทียบประกาศรับสมัครของตนก่อนใช้เตรียมสอบ

วิธีฝึกแนวข้อสอบ อ่านเงื่อนไข ลองทำ ตรวจเหตุผล และทำซ้ำ

วิธีฝึก

ทำโดยยังไม่เปิดเฉลย ให้คะแนนข้อละ 1 คะแนน รวม 20 คะแนน ลองจับเวลาประมาณ 30 นาทีสำหรับการฝึก แล้วกลับมาทำข้อที่ผิดและข้อที่เดาถูกอีกครั้ง เวลาฝึกนี้ไม่ใช่เวลาสอบทางการ

แนวข้อสอบ 20 ข้อ

ข้อ 1. การออกใบอนุญาตเฉพาะรายที่มีผลต่อสิทธิของผู้รับ เป็นอะไรตามนิยามมาตรา 5

ก. คำสั่งทางปกครอง

ข. กฎที่ใช้ทั่วไปเสมอ

ค. คำพิพากษาศาล

ง. ข้อเสนอที่ไม่มีผลใด ๆ เสมอ

ข้อ 2. ข้อกำหนดที่ใช้บังคับทั่วไป ไม่มุ่งกรณีหรือบุคคลเฉพาะ มีลักษณะตรงกับคำใด

ก. สัญญาซื้อขายรายบุคคล

ข. ใบรับรองคนหนึ่งคน

ค. คำสั่งเฉพาะรายเสมอ

ง. กฎ

ข้อ 3. ใครมีอำนาจทำคำสั่งทางปกครองตามหลักมาตรา 12

ก. ผู้ใดก็ได้ที่พิมพ์เอกสารเป็น

ข. เจ้าหน้าที่ทุกคนโดยไม่ดูเรื่อง

ค. คู่กรณีที่ต้องการผลเร็ว

ง. เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนั้น

ข้อ 4. เจ้าหน้าที่เป็นคู่กรณีเองและไม่มีกรณียกเว้นตามมาตรา 18 ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ตัดสินให้ตนเองเสียประโยชน์เพื่อแก้ปัญหา

ข. พิจารณาต่อเพราะตนรู้ข้อเท็จจริงดีที่สุด

ค. ไม่ทำการพิจารณาทางปกครองในเรื่องนั้น

ง. ให้คู่กรณีอีกฝ่ายเซ็นยอมแทนกฎหมาย

ข้อ 5. เจ้าหน้าที่เป็นคู่สมรสของคู่กรณี โดยไม่มีข้อยกเว้นเร่งด่วนหรือไม่มีผู้แทน ควรตอบอย่างไร

ก. ไม่เกี่ยวกับความเป็นกลางเลย

ข. เป็นเหตุห้ามพิจารณาตามมาตรา 13

ค. ทำได้เสมอถ้าไม่รับเงิน

ง. ทำได้ถ้ามีอายุงานมาก

ข้อ 6. เมื่อมีเหตุห้ามตามมาตรา 13 และไม่มีข้อยกเว้น เจ้าหน้าที่ควรทำอะไรตามมาตรา 14

ก. ปิดเรื่องโดยไม่แจ้งใคร

ข. ส่งเรื่องให้คู่กรณีตัดสินกันเอง

ค. หยุดพิจารณาและแจ้งผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปชั้นหนึ่ง

ง. เร่งออกคำสั่งก่อนให้เสร็จ

ข้อ 7. ภายหลังเปลี่ยนเจ้าหน้าที่เพราะเหตุความเป็นกลาง การกระทำที่ทำไปก่อนย่อมเสียทั้งหมดอัตโนมัติหรือไม่

ก. ต้องให้คู่กรณีออกคำสั่งเอง

ข. ไม่เสียไปอัตโนมัติ ผู้รับผิดชอบอาจดำเนินการใหม่ตามที่เห็นสมควร

ค. เสียทั้งหมดเสมอ

ง. ไม่มีทางพิจารณาใหม่ได้

ข้อ 8. คู่กรณีมาพบเจ้าหน้าที่ มีสิทธินำใครมาร่วมได้ตามมาตรา 23

ก. เฉพาะคนที่เจ้าหน้าที่เป็นญาติด้วย

ข. ห้ามบุคคลใดมาร่วมทุกกรณี

ค. ทนายความหรือที่ปรึกษา

ง. เฉพาะผู้รับจ้างของหน่วยงาน

ข้อ 9. คู่กรณีแต่งตั้งบุคคลบรรลุนิติภาวะเป็นตัวแทนตามมาตรา 24 ต้องทำอย่างไร

ก. บอกเพื่อนปากเปล่าเท่านั้นก็ครบเสมอ

ข. ให้เจ้าหน้าที่เดาเอาจากความสัมพันธ์

ค. ทำเป็นหนังสือ

ง. ให้ตัวแทนแต่งตั้งตนเอง

ข้อ 10. คำขอมีข้อบกพร่องที่แก้ไขได้ เจ้าหน้าที่ควรทำอย่างไรตามมาตรา 27

ก. รับรองว่าครบทั้งที่รู้ว่าขาด

ข. แนะนำให้คู่กรณีแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้อง

ค. เงียบไว้เพื่อให้พ้นกำหนด

ง. ทำลายคำขอทันทีทุกกรณี

ข้อ 11. เจ้าหน้าที่ตรวจข้อเท็จจริงได้เฉพาะหลักฐานที่คู่กรณียื่นหรือไม่

ก. จำกัดเฉพาะที่คู่กรณียื่นเสมอ

ข. ไม่จำกัดเพียงนั้น สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ตามความเหมาะสม

ค. ห้ามหาหลักฐานเพิ่มเติมทุกชนิด

ง. ต้องเชื่อคำบอกทุกอย่างโดยไม่ตรวจ

ข้อ 12. ก่อนออกคำสั่งที่อาจกระทบสิทธิ และไม่มีข้อยกเว้นตามมาตรา 30 ควรให้โอกาสใด

ก. สละสิทธิทั้งหมดก่อนจึงรับเรื่อง

ข. รับฟังแต่ฝ่ายที่เจ้าหน้าที่ชอบ

ค. ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและโต้แย้งแสดงพยานหลักฐาน

ง. ทราบเฉพาะหลังคำสั่งถึงที่สุดเท่านั้น

ข้อ 13. คู่กรณีขอตรวจเอกสารที่จำเป็นต่อการโต้แย้ง มีหลักอย่างไร

ก. มีสิทธิตามมาตรา 31 โดยต้องพิจารณาข้อยกเว้นเรื่องเอกสารและความลับด้วย

ข. ได้ทุกเอกสารโดยไม่มีข้อจำกัด

ค. ได้เฉพาะเมื่อเจ้าหน้าที่รู้จักส่วนตัว

ง. ไม่มีสิทธิใดเลย

ข้อ 14. คำสั่งทางปกครองจำเป็นต้องทำเป็นหนังสือทุกกรณีหรือไม่

ก. ต้องเป็นหนังสือทุกกรณีไม่มีข้อยกเว้น

ข. ไม่จำเป็น อาจเป็นหนังสือ วาจา หรือวิธีอื่น แต่ต้องชัดเจนเพียงพอ

ค. ทำให้กำกวมได้เพื่อความยืดหยุ่น

ง. ใช้สัญญาณที่ไม่มีใครเข้าใจได้เสมอ

ข้อ 15. ได้รับคำสั่งด้วยวาจาและมีเหตุสมควรต้องการหนังสือยืนยัน ควรร้องขอภายในกี่วันนับแต่มีคำสั่งตามมาตรา 35

ก. 7 วัน

ข. 15 วัน

ค. 90 วัน

ง. 30 วัน

ข้อ 16. คำสั่งที่ทำเป็นหนังสือต้องมีรายการใดตามมาตรา 36

ก. วันเดือนปี ชื่อและตำแหน่งเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง และลายมือชื่อ

ข. มีแต่ข้อความสั้นไม่มีวันหรือผู้ลงชื่อ

ค. มีเพียงตราสัญลักษณ์ก็พอ

ง. มีเพียงชื่อผู้รับคำสั่ง

ข้อ 17. กรณีต้องให้เหตุผลตามมาตรา 37 เหตุผลควรประกอบด้วยอะไร

ก. อ้างความรู้สึกส่วนตัวเท่านั้น

ข. ลงเพียงลายมือชื่อแทนเหตุผล

ค. เขียนว่าตามความเหมาะสมอย่างเดียว

ง. ข้อเท็จจริงสำคัญ ข้อกฎหมาย และข้อพิจารณาหรือข้อสนับสนุนการใช้ดุลพินิจ

ข้อ 18. คำสั่งทางปกครองมีผลใช้ยันบุคคลตั้งแต่เมื่อใดตามมาตรา 42

ก. ขณะที่บุคคลนั้นได้รับแจ้งเป็นต้นไป

ข. เมื่อเพื่อนบ้านคาดเดา

ค. เมื่อเจ้าหน้าที่คิดไว้ในใจ

ง. เมื่อพ้นหนึ่งปีทุกกรณี

ข้อ 19. ไม่มีขั้นตอนอุทธรณ์ในกฎหมายเฉพาะ และไม่ใช่คำสั่งรัฐมนตรี ต้องอุทธรณ์ต่อใครภายในกี่วัน

ก. ศาลทุกแห่งภายใน 1 วัน

ข. นายกรัฐมนตรีภายใน 7 วันเสมอ

ค. ไม่มีกำหนดเวลา

ง. เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง ภายใน 15 วันนับแต่ได้รับแจ้ง

ข้อ 20. การอุทธรณ์ตามมาตรา 44 ทำให้คำสั่งหยุดบังคับโดยอัตโนมัติหรือไม่

ก. เจ้าหน้าที่หมดอำนาจทั้งหมดทันที

ข. คำสั่งถูกเพิกถอนทันที

ค. หยุดทันทีทุกกรณีเพียงยื่นกระดาษ

ง. ไม่อัตโนมัติ ต้องพิจารณาการทุเลาการบังคับตามกฎหมาย

เฉลยย่อ

ข้อ คำตอบ ข้อ คำตอบ
1 ก 11 ข
2 ง 12 ค
3 ง 13 ก
4 ค 14 ข
5 ข 15 ก
6 ค 16 ก
7 ข 17 ง
8 ค 18 ก
9 ค 19 ง
10 ข 20 ง

เฉลยละเอียดและอ้างอิงรายข้อ

โจทย์และบทอ่านเป็นต้นฉบับของชุดฝึกนี้ แหล่งภายนอกอ้างอิงหลักการหรือบทกฎหมาย ไม่ได้อ้างว่าแหล่งนั้นเป็นผู้แต่งโจทย์ ข้ออ่านและสถานการณ์ต้องตรวจคำตอบจากข้อความที่ให้มาร่วมด้วย

เฉลยข้อ 1: ก. คำสั่งทางปกครอง

คำสั่งทางปกครองเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีผลสร้างนิติสัมพันธ์หรือกระทบสถานภาพสิทธิหน้าที่ของบุคคลในกรณีเฉพาะ การอนุญาตเป็นตัวอย่างหนึ่งในนิยาม

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ข. กฎที่ใช้ทั่วไปเสมอ: ใบอนุญาตนี้มีผู้รับเฉพาะราย
  • ค. คำพิพากษาศาล: เจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาต ไม่ใช่ศาลพิพากษา
  • ง. ข้อเสนอที่ไม่มีผลใด ๆ เสมอ: โจทย์ระบุว่ามีผลต่อสิทธิ

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 5

เฉลยข้อ 2: ง. กฎ

นิยามกฎพิจารณาสภาพบังคับทั่วไปและการไม่เจาะจงกรณีหรือบุคคล ไม่ใช่ตัดสินจากชื่อเอกสารอย่างเดียว จึงต้องอ่านเนื้อหาผลบังคับด้วย

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ก. สัญญาซื้อขายรายบุคคล: ต้องมีลักษณะสัญญา ไม่ใช่ข้อกำหนดทั่วไป
  • ข. ใบรับรองคนหนึ่งคน: เจาะจงบุคคล
  • ค. คำสั่งเฉพาะรายเสมอ: ขัดลักษณะทั่วไปที่โจทย์ระบุ

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 5

เฉลยข้อ 3: ง. เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนั้น

ก่อนพิจารณาเนื้อหาคำสั่งต้องตรวจอำนาจของผู้ออกด้วย มาตรา 12 ไม่ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทุกตำแหน่งออกคำสั่งได้ทุกเรื่อง

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ก. ผู้ใดก็ได้ที่พิมพ์เอกสารเป็น: ทักษะพิมพ์ไม่สร้างอำนาจ
  • ข. เจ้าหน้าที่ทุกคนโดยไม่ดูเรื่อง: ต้องดูอำนาจหน้าที่เฉพาะเรื่อง
  • ค. คู่กรณีที่ต้องการผลเร็ว: ความต้องการไม่ทำให้มีอำนาจออกคำสั่ง

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 12

เฉลยข้อ 4: ค. ไม่ทำการพิจารณาทางปกครองในเรื่องนั้น

การเป็นคู่กรณีเองเป็นเหตุที่มาตรา 13 ระบุว่าทำการพิจารณาไม่ได้ ต้องแยกจากความเชื่อส่วนตัวว่าตนเป็นกลาง และดำเนินกระบวนการตามกฎหมาย

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ก. ตัดสินให้ตนเองเสียประโยชน์เพื่อแก้ปัญหา: ผลคำสั่งไม่ลบเหตุห้ามทำหน้าที่
  • ข. พิจารณาต่อเพราะตนรู้ข้อเท็จจริงดีที่สุด: ขัดเหตุห้ามเรื่องความเป็นกลาง
  • ง. ให้คู่กรณีอีกฝ่ายเซ็นยอมแทนกฎหมาย: ความยินยอมไม่ใช่ข้อยกเว้นตามโจทย์

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 13 (1) และมาตรา 18

เฉลยข้อ 5: ข. เป็นเหตุห้ามพิจารณาตามมาตรา 13

มาตรา 13 ระบุคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณีเป็นเหตุห้าม การสอบข้อนี้จึงต้องดูความสัมพันธ์ตามกฎหมาย ไม่ใช่พิสูจน์ว่ามีการรับสินบนก่อน

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ก. ไม่เกี่ยวกับความเป็นกลางเลย: ตัวบทระบุความสัมพันธ์นี้
  • ค. ทำได้เสมอถ้าไม่รับเงิน: ผลประโยชน์ทางเงินไม่ใช่เงื่อนไขเดียว
  • ง. ทำได้ถ้ามีอายุงานมาก: อายุงานไม่ลบเหตุห้าม

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 13 (2)

เฉลยข้อ 6: ค. หยุดพิจารณาและแจ้งผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปชั้นหนึ่ง

มาตรา 14 กำหนดทั้งการหยุดพิจารณาและการแจ้งผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น เพื่อให้จัดการเหตุขัดข้องตามกระบวนการ ไม่ใช่เพียงถอนตัวเงียบ ๆ

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ก. ปิดเรื่องโดยไม่แจ้งใคร: ไม่ใช่กระบวนการที่กำหนด
  • ข. ส่งเรื่องให้คู่กรณีตัดสินกันเอง: ไม่แทนกระบวนการทางราชการ
  • ง. เร่งออกคำสั่งก่อนให้เสร็จ: ยังติดเหตุห้าม

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 14

เฉลยข้อ 7: ข. ไม่เสียไปอัตโนมัติ ผู้รับผิดชอบอาจดำเนินการใหม่ตามที่เห็นสมควร

มาตรา 17 รักษาผลของการดำเนินการก่อนหยุดไว้โดยไม่ให้เสียอัตโนมัติ แต่ไม่ปิดทางที่ผู้รับผิดชอบจะทำใหม่เมื่อสมควร จึงไม่ควรตอบสุดโต่งทั้งสองด้าน

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ก. ต้องให้คู่กรณีออกคำสั่งเอง: ไม่ใช่ผลของการเปลี่ยนเจ้าหน้าที่
  • ค. เสียทั้งหมดเสมอ: ขัดมาตรา 17
  • ง. ไม่มีทางพิจารณาใหม่ได้: มาตรา 17 เปิดให้ทำใหม่ได้ตามความเหมาะสม

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 17

เฉลยข้อ 8: ค. ทนายความหรือที่ปรึกษา

สิทธินี้ช่วยให้คู่กรณีได้รับความช่วยเหลือในการพิจารณา การมีผู้ช่วยไม่ได้ทำให้คู่กรณีพ้นจากบทบาทของตน และต้องดูผลของการกระทำต่อหน้าคู่กรณีตามตัวบท

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ก. เฉพาะคนที่เจ้าหน้าที่เป็นญาติด้วย: ไม่ใช่เงื่อนไข
  • ข. ห้ามบุคคลใดมาร่วมทุกกรณี: ขัดสิทธิที่มาตรากำหนด
  • ง. เฉพาะผู้รับจ้างของหน่วยงาน: ไม่ใช่ข้อจำกัดตามมาตรา 23

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 23

เฉลยข้อ 9: ค. ทำเป็นหนังสือ

มาตรา 24 กำหนดการแต่งตั้งตัวแทนเป็นหนังสือ จึงควรแยกตัวแทนผู้ดำเนินการแทนออกจากที่ปรึกษาที่มาช่วยขณะคู่กรณีปรากฏตัวตามมาตรา 23

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ก. บอกเพื่อนปากเปล่าเท่านั้นก็ครบเสมอ: ขาดรูปแบบหนังสือ
  • ข. ให้เจ้าหน้าที่เดาเอาจากความสัมพันธ์: ความใกล้ชิดไม่แทนการแต่งตั้ง
  • ง. ให้ตัวแทนแต่งตั้งตนเอง: ไม่ได้มาจากคู่กรณี

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 24

เฉลยข้อ 10: ข. แนะนำให้คู่กรณีแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้อง

มาตรา 27 วางหน้าที่ช่วยให้คู่กรณีดำเนินการได้ถูกต้อง รวมถึงแนะนำการแก้ไขข้อบกพร่องและแจ้งรายละเอียดตามกระบวนการ การแก้ได้ต้องไม่ถูกปฏิบัติราวกับไม่มีสิทธิแก้

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ก. รับรองว่าครบทั้งที่รู้ว่าขาด: ไม่ทำให้ข้อบกพร่องหมดไป
  • ค. เงียบไว้เพื่อให้พ้นกำหนด: ไม่สอดคล้องหน้าที่แนะนำ
  • ง. ทำลายคำขอทันทีทุกกรณี: ไม่ใช่ขั้นตอนตามมาตรานี้

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 27

เฉลยข้อ 11: ข. ไม่จำกัดเพียงนั้น สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ตามความเหมาะสม

มาตรา 28 ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ตามความเหมาะสมโดยไม่ผูกพันกับคำขอหรือพยานหลักฐานของคู่กรณี ทั้งนี้ยังต้องใช้อำนาจอย่างชอบและเป็นธรรม

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ก. จำกัดเฉพาะที่คู่กรณียื่นเสมอ: ขัดมาตรา 28
  • ค. ห้ามหาหลักฐานเพิ่มเติมทุกชนิด: ขัดอำนาจแสวงหาข้อเท็จจริง
  • ง. ต้องเชื่อคำบอกทุกอย่างโดยไม่ตรวจ: ไม่ใช่การตรวจสอบข้อเท็จจริง

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 28

เฉลยข้อ 12: ค. ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและโต้แย้งแสดงพยานหลักฐาน

หลักรับฟังคู่กรณีช่วยให้ข้อเท็จจริงครบก่อนคำสั่งกระทบสิทธิ โจทย์ตัดกรณียกเว้นออกแล้ว จึงต้องให้โอกาสตามมาตรา 30 ไม่ใช่อ้างความสะดวกเพื่อข้ามขั้น

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ก. สละสิทธิทั้งหมดก่อนจึงรับเรื่อง: ไม่ใช่เงื่อนไขตามมาตรา 30
  • ข. รับฟังแต่ฝ่ายที่เจ้าหน้าที่ชอบ: ไม่ใช่หลักความเป็นธรรม
  • ง. ทราบเฉพาะหลังคำสั่งถึงที่สุดเท่านั้น: ละเลยโอกาสก่อนออกคำสั่งตามโจทย์

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 30

เฉลยข้อ 13: ก. มีสิทธิตามมาตรา 31 โดยต้องพิจารณาข้อยกเว้นเรื่องเอกสารและความลับด้วย

มาตรา 31 ให้สิทธิตรวจเอกสารที่จำเป็นต่อการโต้แย้งหรือป้องกันสิทธิ แต่ร่างคำวินิจฉัยก่อนออกคำสั่งและข้อมูลลับมีข้อจำกัด จึงต้องตอบแบบมีขอบเขต

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ข. ได้ทุกเอกสารโดยไม่มีข้อจำกัด: ละเลยมาตรา 31 และ 32
  • ค. ได้เฉพาะเมื่อเจ้าหน้าที่รู้จักส่วนตัว: ไม่ใช่เงื่อนไข
  • ง. ไม่มีสิทธิใดเลย: ขัดสิทธิที่กฎหมายรับรอง

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 31–32

เฉลยข้อ 14: ข. ไม่จำเป็น อาจเป็นหนังสือ วาจา หรือวิธีอื่น แต่ต้องชัดเจนเพียงพอ

มาตรา 34 ยอมรับหลายรูปแบบ แต่ไม่ยกเว้นเงื่อนไขความชัดเจน รูปแบบหลากหลายจึงไม่ได้หมายความว่าจะสื่ออย่างไรก็ได้

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ก. ต้องเป็นหนังสือทุกกรณีไม่มีข้อยกเว้น: ขัดมาตรา 34
  • ค. ทำให้กำกวมได้เพื่อความยืดหยุ่น: ขัดความชัดเจน
  • ง. ใช้สัญญาณที่ไม่มีใครเข้าใจได้เสมอ: ไม่ชัดเจนเพียงพอ

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 34

เฉลยข้อ 15: ก. 7 วัน

มาตรา 35 กำหนดการร้องขอให้ยืนยันคำสั่งด้วยวาจาเป็นหนังสือภายในเจ็ดวันเมื่อมีเหตุสมควร ต้องแยกกำหนดนี้ออกจากการอุทธรณ์

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ข. 15 วัน: สับสนกับกำหนดอุทธรณ์ทั่วไป
  • ค. 90 วัน: ไม่ใช่กำหนดมาตรา 35
  • ง. 30 วัน: ไม่ใช่กำหนดมาตรา 35

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 35

เฉลยข้อ 16: ก. วันเดือนปี ชื่อและตำแหน่งเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง และลายมือชื่อ

มาตรา 36 กำหนดองค์ประกอบขั้นต่ำของหนังสือคำสั่ง โดยเฉพาะผู้ทำคำสั่งและวันเวลา จึงไม่ควรถือว่าเพียงใช้กระดาษราชการก็ครบองค์ประกอบ

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ข. มีแต่ข้อความสั้นไม่มีวันหรือผู้ลงชื่อ: ตรวจที่มาและเวลาคำสั่งไม่ได้ตามแบบที่กำหนด
  • ค. มีเพียงตราสัญลักษณ์ก็พอ: ขาดรายการที่กำหนด
  • ง. มีเพียงชื่อผู้รับคำสั่ง: ยังขาดผู้ทำคำสั่งและรายการอื่น

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 36

เฉลยข้อ 17: ง. ข้อเท็จจริงสำคัญ ข้อกฎหมาย และข้อพิจารณาหรือข้อสนับสนุนการใช้ดุลพินิจ

เหตุผลต้องเชื่อมข้อเท็จจริงกับฐานกฎหมายและการใช้ดุลพินิจ เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมได้ผลเช่นนั้น โจทย์ระบุกรณีต้องให้เหตุผล จึงไม่ใช้ข้อยกเว้นมาตรา 37 มาตอบ

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ก. อ้างความรู้สึกส่วนตัวเท่านั้น: ไม่ใช่เหตุผลตามองค์ประกอบ
  • ข. ลงเพียงลายมือชื่อแทนเหตุผล: ลายมือชื่อไม่อธิบายฐานวินิจฉัย
  • ค. เขียนว่าตามความเหมาะสมอย่างเดียว: ไม่แสดงฐานข้อเท็จจริงและกฎหมาย

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 37

เฉลยข้อ 18: ก. ขณะที่บุคคลนั้นได้รับแจ้งเป็นต้นไป

มาตรา 42 ผูกผลใช้ยันบุคคลกับการได้รับแจ้ง และคำสั่งมีผลตราบจนถูกเพิกถอนหรือสิ้นผลด้วยเงื่อนเวลาหรือเหตุอื่น ต้องแยกวันลงนามกับการแจ้ง

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ข. เมื่อเพื่อนบ้านคาดเดา: ไม่ใช่การแจ้งแก่บุคคลนั้น
  • ค. เมื่อเจ้าหน้าที่คิดไว้ในใจ: ยังไม่มีการแจ้ง
  • ง. เมื่อพ้นหนึ่งปีทุกกรณี: ไม่มีหลักเช่นนั้นในมาตรานี้

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 42

เฉลยข้อ 19: ง. เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง ภายใน 15 วันนับแต่ได้รับแจ้ง

เงื่อนไขในโจทย์ทำให้ใช้หลักทั่วไปมาตรา 44 คือยื่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งภายในสิบห้าวัน หากมีกฎหมายเฉพาะต้องตรวจบทเฉพาะก่อน

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ก. ศาลทุกแห่งภายใน 1 วัน: ไม่ใช่การอุทธรณ์ภายในฝ่ายปกครองตามโจทย์
  • ข. นายกรัฐมนตรีภายใน 7 วันเสมอ: ผิดทั้งผู้รับและกำหนดตามมาตรา 44
  • ค. ไม่มีกำหนดเวลา: ขัดมาตรา 44

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 44 วรรคหนึ่ง

เฉลยข้อ 20: ง. ไม่อัตโนมัติ ต้องพิจารณาการทุเลาการบังคับตามกฎหมาย

การโต้แย้งกับการทุเลาการบังคับเป็นคนละเรื่อง มาตรา 44 ไม่ให้การอุทธรณ์ทำให้หยุดบังคับเอง จึงต้องตรวจว่ามีคำสั่งทุเลาตามบทที่เกี่ยวข้องหรือไม่

ทำไมตัวเลือกอื่นไม่ถูก

  • ก. เจ้าหน้าที่หมดอำนาจทั้งหมดทันที: ไม่ใช่ผลอัตโนมัติของการอุทธรณ์
  • ข. คำสั่งถูกเพิกถอนทันที: อุทธรณ์ไม่เท่ากับเพิกถอน
  • ค. หยุดทันทีทุกกรณีเพียงยื่นกระดาษ: ขัดหลักไม่เป็นเหตุให้ทุเลา

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ฉบับรวมแก้ไข กรมเจ้าท่า — มาตรา 44 ประกอบมาตรา 63/2

คำถามที่พบบ่อย

เป็นข้อสอบจริงหรือไม่

เป็นแนวข้อสอบฝึกที่สร้างขึ้นใหม่ ใช้ฝึกวิธีคิดและตรวจจุดที่ยังไม่เข้าใจ ไม่รับรองว่าจะตรงกับข้อสอบจริง

อ่านเฉลยอย่างไรให้ได้ประโยชน์

ดูเหตุผลที่คำตอบถูกและเหตุผลที่ตัวเลือกอื่นผิดพร้อมกัน จดว่าอ่านเงื่อนไขพลาด ใช้หลักผิด หรือเพิ่มข้อมูลเอง แล้วลองทำใหม่โดยไม่ดูเฉลย

ทำชุดนี้ครบแล้วถือว่าครบภาค ก หรือยัง

ยังต้องฝึกด้านอื่นและอ่านประกาศของรอบที่สมัคร บทนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดฝึก ไม่ใช่รายการเนื้อหาทั้งหมดหรือการรับรองความพร้อมสอบ

ฝึกต่อและทบทวนวิธีทำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *