การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย โดยใช้แบบฝึกทักษะเรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากข่าว โดยบูรณาการรูปแบบการสอนแบบอุปนัยสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย ให้มีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 2) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญจากข่าว ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้แบบฝึกทักษะบูรณาการร่วมกับรูปแบบการสอนแบบอุปนัย และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทยโดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญจากข่าว บูรณาการร่วมกับรูปแบบการสอนแบบอุปนัย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนเทศบาล วัดศรีดอนไชย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติ ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่าที (t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
- ผลการสร้างและหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากข่าว โดยบูรณาการรูปแบบการสอนแบบอุปนัย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลวัดศรีดอนไชย ประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้คือ E1/E2 เท่ากับ 85.73/87.78
- ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญจากข่าว โดยบูรณาการรูปแบบการสอนแบบอุปนัย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล วัดศรีดอนไชย หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
- ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล วัดศรีดอนไชย ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากข่าว โดยบูรณาการรูปแบบการสอนแบบอุปนัย อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.25, S.D. = 0.66)
Please login or Register to submit your answer