การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทยโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยบูรณาการร่วมกับรูปแบบการสอน 4 MAT

forumหมวดหมู่: เผยแพร่ผลงานวิชาการการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทยโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยบูรณาการร่วมกับรูปแบบการสอน 4 MAT
ฤทัยชนก สมพงษ์ asked 5 เดือน ago
วัตถุประสงค์การวิจัย
  1. เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทยโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากวรรณคดีในบทเรียน บูรณาการร่วมกับรูปแบบการสอนเทคนิค 4MAT สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80
  2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านจับใจความสำคัญจากวรรณคดีในบทเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น
  3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทยโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากวรรณคดีในบทเรียน บูรณาการร่วมกับรูปแบบการสอนเทคนิค 4MAT สรุปผลการวิจัย               การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทยโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากวรรณคดีในบทเรียน บูรณาการร่วมกับรูปแบบการสอนเทคนิค 4 MAT สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สามารถสรุปผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ได้ดังนี้ การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทยโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญจากวรรณคดีในบทเรียน บูรณาการร่วมกับรูปแบบการสอนเทคนิค 4 MAT สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สามารถสรุปผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ได้ ดังนี้
    1. ผลการพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 80/80 แสดงให้เห็นว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญที่บูรณาการร่วมกับเทคนิค 4 MAT สามารถส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระหว่างเรียนและหลังเรียน
    2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านจับใจความสำคัญจากวรรณคดีในบทเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงให้เห็นว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวสามารถพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิผล
    3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยเฉพาะด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านสื่อและอุปกรณ์ ด้านเนื้อหาการเรียนรู้ และด้านการวัดและประเมินผล สะท้อนให้เห็นว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนและส่งเสริมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ